
ไทย-จีนจับมือ บูมเศรษฐกิจภูมิภาคโต
ปัจจุบันจีนเป็นประเทศที่มีบทบาทและอิทธิพลในภูมิภาคอาเซียนมาก ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา จีนได้ขยายการลงทุนออกไปทั่วโลก
โดย...ชลธิชา ภัทรสิริวรกุล
ปัจจุบันจีนเป็นประเทศที่มีบทบาทและอิทธิพลในภูมิภาคอาเซียนมาก ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา จีนได้ขยายการลงทุนออกไปทั่วโลก โดยเฉพาะการลงทุนในประเทศที่อยู่ในเส้นทางสายไหมศตวรรษที่ 21 หรือ One Belt One Road และภูมิภาคอาเซียนก็เป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญนั้น
ชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ ได้เกริ่นนำในงานเสวนา “Connecting Asia: New Opportunity for Pragmatic Cooperation Between Thailand and China” ไว้ว่า สำหรับภูมิภาคเอเชียแล้วประเทศไทยจะมีบทบาทสูงในการดึงดูดนักลงทุน ประกอบกับไทยมีความสัมพันธ์ที่ดีกับประเทศจีน การที่นักลงทุนจีนมาลงทุนในประเทศไทยจึงเป็นการผสานประโยชน์ที่ดีในการผลักดันเศรษฐกิจของภูมิภาคนี้ให้โตไปด้วยกัน
จากนั้น อู๋จื้ออู่ อุปทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย ได้ตอกย้ำในแนวนโยบายของจีนว่า จีนพร้อมขับเคลื่อนความสัมพันธ์กับต่างประเทศอย่างเปิดกว้าง เสรี และยอมรับซึ่งกันและกัน ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิด Belt-Road โดยขณะนี้นักลงทุนจีนได้เข้าไปลงทุนในประเทศในแถบเส้นทางสายไหมแล้วกว่า 20 ประเทศ โดยธนาคารเพื่อการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานแห่งเอเชีย (เอดีบี) ได้อนุมัติเงินทุนไปแล้ว 21 โครงการ มูลค่ากว่า 3,490 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เหล่านี้ล้วนช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจในภูมิภาค
ขณะที่ประเทศไทยก็มีนโยบายที่สอดคล้องกับจีน โดยมีโครงการพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก(อีอีซี) ที่สามารถใช้จุดเด่นด้านทำเลที่ตั้ง ทำให้กลายเป็นศูนย์กลางทางด้านโลจิสติกส์ได้ ไทยกับจีนสามารถร่วมมือกัน โดยใช้การเชื่อมโยงในรัฐต่อรัฐ ประสานงานกันด้านเศรษฐกิจนโยบายมหภาค เพิ่มจุดพัฒนาใหม่ เช่น การพัฒนาโครงการอีอีซีร่วมกัน เชื่อว่าหากทั้งสองประเทศตั้งใจร่วมมือกันเต็มที่ต้องประสบผลสำเร็จอย่างแน่นอน
มุมมองรัฐบาลไทย กอบศักดิ์ ภูตระกูล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี มองว่า อนาคตจีนจะเป็นตัวเปลี่ยนการค้า การขายและการลงทุนของโลก และจีนก็เป็นประเทศที่พูดจริงทำจริงด้วย จำนวนโครงการและเม็ดเงินลงทุนที่เกิดขึ้นมากมายในภูมิภาคนี้ ส่วนหนึ่งเพราะจีนมองภาพไว้แล้ว และรู้ว่าควรจะเข้าไปลงทุนอะไรบ้าง ซึ่งการที่จีนลงทุนเยอะขนาดนี้ หากมองเรื่องพื้นที่ที่ลงทุนแล้วให้ผลประโยชน์คุ้มค่าที่สุดคือ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เนื่องจากมีเศรษฐกิจที่ใหญ่ จำนวนประชากรมาก รายได้ต่อหัวพอสมควร และมีอัตราการเติบโตดี โดยไทยได้เปรียบในเรื่องที่ตั้ง โครงสร้างพื้นฐาน และที่สำคัญคือความสัมพันธ์ฉันมิตรที่แน่นแฟ้นกับประเทศจีน ดังนั้นจีนจึงมองข้ามไทยไปไม่ได้เช่นกัน
“หากมองเรื่องของโอกาสแล้ว ไทยจำเป็นต้องทำให้ตัวเองเป็นเกตเวย์สู่จีนตะวันตก (แถบคุนหมิง) ให้ได้ การเป็นหุ้นส่วนการผลิตด้านอุตสาห กรรม เช่น การร่วมลงทุนผลิตและพัฒนารถยนต์ โอกาสทางด้านอี-คอมเมิร์ซ ซึ่งรัฐบาลไทยเตรียมตัวปลดล็อกกฎหมายต่างๆ เพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับการทำให้ไทยเป็นศูนย์กลางด้านอี-คอมเมิร์ซ และการสนับสนุนให้จีนมาตั้งสำนักงานระดับภูมิภาคที่ไทย โดยโครงการอีอีซีจะเป็นพื้นที่สำคัญที่จะเชื่อมโยงกับประเทศจีน เป็นเครือข่ายการขนส่ง เป็นพื้นที่
ที่ส่งเสริมอำนวยความสะดวกในการทำธุรกิจการค้าทั้งในไทยและอินโดจีน” กอบศักดิ์ กล่าว
ในอนาคตซีแอลเอ็มวีที (กัมพูชา สปป.ลาว เมียนมา เวียดนาม และไทย) จะเป็นตลาดใหม่ที่มีศักยภาพดึงดูดการลงทุนจากทั้งจีนและนักลงทุนทั่วโลกให้เข้ามา โดยการท่องเที่ยวจะเป็นอุตสาหกรรมเด่นของภูมิภาคที่จะนำไปสู่การค้าขาย การลงทุน ภายใต้ยุทธศาสตร์ One Belt One Road และ อีอีซีจะทำให้ภูมิภาคนี้เติบโตที่สุด และประเทศไทยจะได้รับประโยชน์มากที่สุดเช่นกัน







