
ทูตโสมแดงผู้แปรพักตร์คิมชี้ ส่อแววที่ประชาชนลุกฮือโค่นรัฐบาลเปียงยาง
ทูตเกาหลีเหนือผู้แปรพักตร์คิมจองอึนเผย มีโอกาศที่ประชาชนลุกฮือโค่นล้มการปกครอง
ทูตเกาหลีเหนือผู้แปรพักตร์คิมจองอึนเผย มีโอกาศที่ประชาชนลุกฮือโค่นล้มการปกครอง
เอเอฟพีรายงานเมื่อวันที่ 2 พ.ย. ว่านายแทยอง โฮ อดีตอุปทูตเกาหลีเหนือประจำอังกฤษ ซึ่งภายหลังลี้ภัยทางการเมืองมายังเกาหลีใต้เมื่อเดือนสิงหาคมปี 2559 ได้ขึ้นให้การต่อคณะกรรมาธิการกิจการต่างประเทศของสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯว่า ระบบการปกครองของตระกูลคิม อาจล่มสลายจากการลุกฮือของประชาชนในประเทศ ถึงแม้จะดูเหมือนว่านายคิมได้รวมอำนาจการปกครองอย่างเบ็ดเสร็จและแข็งแกร่ง แต่ขณะเดียสกันก็มีกระแสคลื่นใต้น้ำที่อาจนำไปปัจจัยการล่มสลายของระบอบคิมได้คือ ระบบตลาดเสรี ที่กำลังเฟื่องฟูในเกาหลีเหนือ ซึ่งทำให้ชาวเกาหลีเหนือเริ่มคุ้นเคยกับระบบทุนนิยมมากขึ้น ขณะที่ระบบเศรษฐกิจแบบสังคมนิยม ที่รัฐเป็นเจ้าของ กำลังลดบทบาทลง
นอกจากนี้ ชาวเกาหลีเหนือรุ่นใหม่เริ่มไม่สนใจการโฆษณาชวนเชื่อของรัฐ แต่หันไปสนใจภาพยนต์และหนังทีวี ที่ลอบนำเข้าจากเกาหลีใต้แทน อีกทั้งการล่มสลายของระบบรัฐสวัสดิการ ก็ทำให้เจ้าหน้าที่รัฐทั้งฝ่ายทหารและพลเรือนต้องพึ่งพาการรับสินบนเพื่อเอาตัวรอด
นายแท ยังกล่าวว่า การมุ่งพัฒนาขีปนาวุธและอาวุธนิวเคลียร์ ที่นายคิมจองอึน เชื่อว่าจะสร้างความแข็งแกร่งได้นั้น อาจทำให้นายคิมไม่ได้ให้ความสนใจกับระบอบการปกครองที่กำลังสั่นคลอนด้วยปัจจัยข้างต้น นายแทยังกล่าวว่า การแก้ไขวิกฤตการณ์นิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ ต้องพิจารณาใช้ทุกทางเลือกโดยเฉพาะ "การแทรกแซงจากภายใน" เพื่อป้องกันการสูญเสียชีวิตของผู้คนจากการใช้อาวุธโจมตีอีกฝ่าย
นายแทได้กล่าวทิ้งท้ายด้วยว่า หากสหรัฐตัดสินใจทิ้งระเบิดถล่มเกาหลีเหนือ เกาหลีเหนือจะโจมตีเกาหลีใต้ทันที โดยทหารเกาหลีเหนือได้รับการฝึกให้กดปุ่มโจมตีได้ โดยไม่ต้องฟังคำสั่งจากกองบัญชาการใหญ่
ทั้งนี้ คำให้การณ์ดังกล่าวของอดีตทูตผู้แปรพักตร์รายนี้ มีขึ้นหลังจากที่สถานการณ์ในคาบสมุทรเกาหลีทวีความรุนแรงขึ้นเมื่อเกาหลีเหนือทดสอบขีปนาวุธข้ามเกาะฮอกไกโดของญี่ปุ่นหลายครั้ง และการทดสอบระเบิดนิวเคลียร์ครั้งล่าสุด ทำใหัสมาชิกคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติมีมติคว่ำบาตรเกาหลีเหนือครั้งใหม่ ขณะที่ล่าสุดคาดกันว่าประธานาธิบดีทรัมป์ จะกดดันจีน ซึ่งเป็นชาติคู่ค้าสำคัญของเกาหลีเหนือ ให้ช่วยกดดันรัฐบาลเปียงยาง ล้มเลิกโครงการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ ระหว่างการประชุมสุดยอดเอเปกที่เวียดนาม ในเดือนนี้ ซึ่งเป็นการเยือนเอเชียครั้งแรกของนายทรัมป์ หลังจากเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดี สหรัฐฯ







