
ชาวเน็ตล่ารายชื่อยึดรางวัลโนเบลจาก"ซูจี"
กลุ่มผู้ใช้โซเชียลมีเดียไม่พอใจการแก้ปัญหาโรฮีนจาของรัฐบาลซูจี พร้อมทั้งรณรงค์ออนไลน์ยึดคืนรางวัลโนเบลสันติภาพ
กลุ่มผู้ใช้โซเชียลมีเดียไม่พอใจการแก้ปัญหาโรฮีนจาของรัฐบาลซูจี พร้อมทั้งรณรงค์ออนไลน์ยึดคืนรางวัลโนเบลสันติภาพ
เว็ปไซต์กัลฟ์นิวส์รายงานว่า - กลุ่มผู้ใช้โซเชียลมีเดียบางคนไม่พอใจการแก้ไขปัญหาโรฮีนจาของรัฐบาลเมียนมาซึ่งนำโดยนางอองซานซูจี ต่างมีการยื่นคำร้องออนไลน์โดยระบุว่าการกระทำของทหารเมียนมาต่อความรุนแรงในรัฐยะไข่เปรียบเสมือนการ "ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์"
รายงานระบุว่าในหลายครั้งที่ผ่านมาบทบาทของนางซูจี ในการแก้ปัญหาเรื่องโรฮีนจาได้รับการวิพากษ์วิจารณ์จากองค์กรสิทธิต่างๆและหน่วยงานด้านสหประชาชาติ โดยเฉพาะสถานการณ์ล่าสุดที่ทหารเมียนมาปราบปราบกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงในรัฐยะไข่ ส่งผลให้ชาวโรฮีนจาจำนวนมากต้องอพยพลี้ภัยไปยังประเทศเพื่อนบ้านอย่างบังกลาเทศ ทั้งยังประสบปัญหาการขาดแคลนที่อยู่และอาหาร
ข่าวชะตากรรมของชาวโรฮีนจาที่ถูกปราบปราบได้รับความสนใจอย่างมากจากสื่อทั่วโลก รวมทั้งองค์กรด้านสิทธิต่างๆ พร้อมทั้งมีเสียงเรียกร้องจากหลายฝ่ายถึงรัฐบาลเมียนมาว่าจัดการปัญหามุสลิมโรฮีนจาอย่างมีมนุษยธรรมมากกว่านี้ อย่างไรก็ตาม ในโลกโซเชียลมีเดียก็เปิดปรากฏการณ์ต่อต้าน ผู้นำเมียนมาในกลุ่มผู้ติดตามข่าวโรฮีนจา จนล่าสุดมีผู้ตั้งกระทู้ล่ารายชื่อใน change.org ผลักดันให้มีการยึดคืนรางวัลสันติภาพจากนางอองซานซูจี ซึ่งกระทู้ดังกล่าวโพสต์เมื่อ 31 ส.ค.ที่ผ่านมา ล่าสุดเวลาเช้าวันนี้มีผู้เข้าไปร่วมลงชื่อแล้วกว่า 20,000 ชื่อ
ในบรรดาผู้ร่วมลงชื่อสนับสนุนที่เสนอให้ยึดคืนรางวัลนางซูจี รายหนึ่งระบุเหตุผลว่า อองซาน ซูจี มุขมนตรีแห่งรัฐเมียนมา ที่ในทางปฏิบัติเป็นผู้นำสูงสุดของเมียนมาในเวลานี้ ทำหน้าที่เป็นเพียงผู้แก้ต่างให้กับการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์โรฮิงญา เมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา บรรดาผู้ได้รับรางวัลโนเบลรายอื่นๆจำนวนกว่าสิบคนต่างลงชื่อในจดหมายเปิดผนึกแสดงความกังวลใจต่อปัญหาการปราบปรามโรฮิงญาว่ากำลังจะกลายเป็นการลบล้างเผ่าพันธุ์และเป็นอาชญากรรมต่อมนุษยชาติ และเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา สหประชาชาติก็ออกเอกสารระบุว่า การที่ทหารเมียนมาโจมตีโรฮิงญา เป็นไปอย่างเป็นระบบ และอาจเข้าข่ายก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติด้วย
ผู้ร่วมลงชื่อยังกล่าวอีกว่า ท่าทีของซูจีกลับปฎิเสธสิ่งที่เกิดขึ้นในรัฐยะไข่รวมทั้งเบียงเบนความสนใจไปด้านอื่นด้วย ด้านโฆษกกระทรวงการต่างประเทศของเมียนมา กล่าวว่า ข้อกล่าวหาเหล่านั้นเป็นเรื่องที่แต่งขึ้นและได้รับการขยายให้เกินจริง
ทั้งนี้ ในสื่อโซเชียลมีเดียต่างมีการเผยแพร่ภาพและคลิปที่เป็นการกระทำที่ทารุณ ในขณะเดียวกันกับสื่อต่างประเทศที่นำเสนอภาพข่าวการอพยพหนีความรุนแรงในรัฐยะไข่ อย่างไรก็ดี สื่อเมียนมารายงานถึงการที่กลุ่มก่อเหตุโรฮิงญาได้สังหารประชาชนที่เป็นคนพุทธ รวมทั้งประชาชนกลุ่มอื่นที่อยู่ร่วมกับโรฮิงญาก็ต้องหลบหนีความรุนแรงเช่นกัน







