
‘ไอซีเว็กซ์’ เร่งเครื่อง เจาะตลาดงานแฟร์ฯเพื่อนบ้าน
กัมพูชา อีกหนึ่งตลาดเกิดใหม่ในภูมิภาคอินโดจีน หรือกลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวี (กัมพูชา สปป.ลาว เมียนมา เวียดนาม) ที่กำลังถูกจับตาจากนักลงทุนทั่วโลกในเวลานี้ ด้วยกำลังซื้อของประชากรที่มีกว่า 14 ล้านคน
โดย...ดวงใจ จิตต์มงคล
กัมพูชา อีกหนึ่งตลาดเกิดใหม่ในภูมิภาคอินโดจีน หรือกลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวี (กัมพูชา สปป.ลาว เมียนมา เวียดนาม) ที่กำลังถูกจับตาจากนักลงทุนทั่วโลกในเวลานี้ ด้วยกำลังซื้อของประชากรที่มีกว่า 14 ล้านคนที่รัฐบาลกัมพูชาเร่งนโยบายขับเคลื่อนเศรษฐกิจพร้อมเปิดกว้างการลงทุนในประเทศมากขึ้น เพื่อผลักดันประเทศให้ไปสู่ฐานประชากรชนชั้นกลาง ที่ผู้ประกอบการธุรกิจไทยที่สนใจเข้าปักหมุดการลงทุนต้องศึกษาตลาดและพฤติกรรมผู้บริโภคชาวกัมพูชาให้ลึกซึ้ง
อาจิณเวท วงศ์ทอง ผู้จัดการฝ่ายโครงการ บริษัท ไอซีเว็กซ์ ผู้ดำเนินการจัดงานแสดงสินค้าและนิทรรศการทุกรูปแบบหนึ่งในเครือธุรกิจสร้างสรรค์ ภายใต้บริษัท อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ กล่าวว่า จากที่ได้เข้ามาสำรวจตลาดในกัมพูชา ตั้งแต่ปี 2559 ได้เห็นโอกาสเจาะกลุ่มเป้าหมายผู้ที่สนใจงานออกแบบ การดีไซน์ และการตกแต่งโดยเฉพาะ อาทิ กลุ่มสถาปนิก นักตกแต่งภายใน นักอสังหาริมทรัพย์ เทรดเดอร์ และผู้รับเหมาก่อสร้าง เพราะยังมีช่องว่างทางธุรกิจที่สามารถเติบโตได้อีกมาก รวมถึงประโยชน์ที่ได้ทั้งจากผู้จัดแสดงสินค้า คือ โอกาสที่จะมีส่วนร่วมในการทดลองสินค้าและบริการใหม่ๆ กับกลุ่มเป้าหมาย สร้างเครือข่าย การสานสัมพันธ์ เพื่อรักษาฐานลูกค้าเดิม สร้างโอกาสทางธุรกิจกับลูกค้าใหม่
สำหรับการจัดงานแฟร์ฯ ดังกล่าวในกัมพูชาปีที่ผ่านมานั้น ได้วิเคราะห์สถานการณ์ตลาดประเทศกัมพูชาในปัจจุบัน โดยสิ่งที่โดดเด่นและน่าจับตามองที่สุด คือ กลุ่มอุตสาหกรรมการก่อสร้าง นับเป็นธุรกิจดาวรุ่งของนักลงทุนทั้งในประเทศ และต่างประเทศเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะการพัฒนาที่อยู่อาศัย ทั้งรูปแบบของหมู่บ้านจัดสรร วิลล่า แฟลต คอนโดมิเนียม รีสอร์ท ออฟฟิศ รีเทล และการพัฒนาในเขตพื้นที่อุตสาหกรรม ด้วยจำนวนโปรเจกต์การก่อสร้างสูงถึง 35,206 โปรเจกต์ ที่กำลังจะทยอยเสร็จทั้งหมด รวมมูลค่ากว่า 32.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และการคาดการณ์ภาคอุตสาหกรรมก่อสร้าง จะเติบโตสูงถึง 9.8% ในปีนี้ ดึงดูดนักลงทุนทั่วโลกเข้ามาอย่างหลากหลาย
จิรวุฒิ สุวรรณอาจ ทูตพาณิชย์ไทย ประจำกรุงพนมเปญ กล่าวว่า สภาวะทางเศรษฐกิจประเทศกัมพูชาในปัจจุบันมีจีดีพีเติบโตสูงถึง 7.1% และมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง ซึ่งเติบโตสูงที่สุดท่ามกลางประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการก่อสร้าง ผนวกกับปัจจัยหลักเรื่องนโยบายการเปิดเสรีทางการเศรษฐกิจและการค้า ส่งเสริมการลงทุนและดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติ เกิดการขยายตัวด้านการท่องเที่ยว และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานต่อเนื่อง ส่งผลให้กำลังซื้อภายในประเทศเพิ่มสูงขึ้น และมีความต้องการในสินค้า และบริการที่เพิ่มขึ้นในทุกๆ ประเภท โดยเฉพาะกับแบรนด์ไทยหลากหลายประเภท ซึ่งได้รับความนิยมและเป็นที่ต้องการของคนกัมพูชา







