
สถานการณ์โลก
สมเด็จพระราชาธิบดี ซัลมาน บิน อับดุลอาซิส อัล ซาอุด แห่งซาอุดิอาระเบีย ทรงสถาปนารองมกุฎราชกุมาร โมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน
ซาอุฯเปลี่ยนรัชทายาท
สมเด็จพระราชาธิบดี ซัลมาน บิน อับดุลอาซิส อัล ซาอุด แห่งซาอุดิอาระเบีย ทรงสถาปนารองมกุฎราชกุมาร โมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน ขึ้นเป็นมกุฎราชกุมารพระองค์ใหม่ ท่ามกลางความตึงเครียดกับกาตาร์ ที่ซาอุดิอาระเบียตัดสัมพันธ์ไปเมื่อต้นเดือนนี้ โดย บิน ซัลมาน ยังเป็นรัฐมนตรีกลาโหมผู้ตัดสินใจถล่มกลุ่มกบฏฮูตีนิกายชีอะห์ในเยเมนทางอากาศ โดยล่าสุด 4 ชาติอาหรับยื่นข้อเรียกร้อง 13 ประการบีบให้กาตาร์ทำตามภายใน 10 วัน เพื่อบรรเทาวิกฤตสัมพันธ์บาดหมางดังกล่าว
‘ฮีตเวฟ’ ปลิดชีพชาวมะกัน
รอยเตอร์ส รายงานว่า คลื่นความร้อนในทางตะวันตกเฉียงใต้ของสหรัฐ รวมถึงรัฐแคลิฟอร์เนีย ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตจากอาการอุณหภูมิร่างกายสูงเกินไป 4 ราย ในขณะนี้ และทำให้สนามบินต้องยกเลิก หรือดีเลย์เที่ยวบิน เพื่อปกป้องเจ้าหน้าที่จากความร้อนที่สูงขึ้น ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในสหรัฐ โดยทางการออกประกาศเตือนให้ประชาชนอยู่ในที่ร่มและดื่มน้ำมากๆ หากออกมากลางแจ้ง รวมถึงใช้ไฟฟ้าอย่างประหยัดเพื่อเลี่ยงภาวะระบบไฟฟ้าล้มเหลว
จีนสืบดีล 4 เอกชนยักษ์
บลูมเบิร์กรายงานอ้างแหล่งข่าวเกี่ยวข้องว่า คณะกรรมการกำกับดูแลภาคธนาคารของจีน (ซีบีอาร์ซี) สั่งให้ธนาคารพาณิชย์ยื่นข้อมูลต่อทางการเกี่ยวกับการปล่อยเงินกู้เพื่อซื้อกิจการในต่างประเทศให้แก่เอกชนจีนรายใหญ่ 4 แห่ง ประกอบด้วย บริษัท ต้าเหลียน วันดา กรุ๊ป บริษัท เอชเอ็นเอกรุ๊ป บริษัท โฟซัน อินเตอร์เนชั่นแนล และบริษัท อันปัง อินชัวรันส์ กรุ๊ป โดยนับเป็นความเคลื่อนไหวล่าสุด ขณะที่จีนพยายามปราบปรามการเข้าซื้อธุรกิจในต่างประเทศของบริษัทจีน เพื่อป้องกันเงินไหลออกและค่าเงินหยวนอ่อนค่าลงอีกในอนาคต
อังกฤษ-ยุโรปเปิดฉากถกเบร็กซิต
การเจรจาการถอนตัวจากสหภาพยุโรป (อียู) ของสหราชอาณาจักร หรือ เบร็กซิต เปิดฉากขึ้นเมื่อวันที่ 19 มิ.ย.ที่ผ่านมา แม้ขณะนี้แนวทางการเจรจายังไม่ชัดเจนมากนัก แต่เริ่มต้นขึ้นในทิศทางที่ดี หลังนายกรัฐมนตรี เทเรซา เมย์ ของอังกฤษ ยื่นข้อเสนอให้พลเมืองอียูที่อยู่ในอังกฤษไม่ต่ำกว่า 5 ปี สามารถยื่นเรื่องขออาศัยอย่างถาวรได้หลังอังกฤษออกจากอียูแล้วในปี 2019 โดยก่อนหน้านี้ ซิกมาร์ แกเบรียล รัฐมนตรีต่างประเทศเยอรมนี คาดหวังให้อังกฤษเลือกหนทางเจรจาถอนตัวออกจากสหภาพยุโรปแบบ “ซอฟต์ เบร็กซิต” ที่ลดความแข็งกร้าวลงเพื่อรักษาผลประโยชน์ของภาคธุรกิจ
MSCI รวมหุ้นจีนเข้าดัชนีตลาดเกิดใหม่
เอ็มเอสซีไอ อิงค์ บริษัทจัดทำดัชนีตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐ อนุมัติให้รวมหุ้น A-share หรือหุ้นจีนที่ทำธุรกรรมผ่านสกุลเงินหยวน จำนวน 222 ตัว เข้าสู่ดัชนีเอ็มเอสซีไอตลาดเกิดใหม่ นับเป็นความสำเร็จครั้งใหญ่ของรัฐบาลจีน หลังพยายามเปิดกว้างตลาดทุนและถูกปฏิเสธไปแล้ว 3 ครั้ง โดยหุ้น A-share ของจีนในตลาดหลักทรัพย์เซี่ยงไฮ้และเสิ่นเจิ้น มีมูลค่าตลาดประมาณ 7.5 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 255 ล้านล้านบาท) คิดเป็นมูลค่าตลาดสูงสุดรองจากตลาดหุ้นนิวยอร์กเอ็มเอสซีไอ คาดการณ์ว่า ความเคลื่อนไหวดังกล่าวจะทำให้ทั่วโลกเข้าลงทุนในหุ้นจีนประมาณ 1.7-1.8 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 5.78-6.12 แสนล้านบาท) ในระยะแรก และหากจีนเข้าดัชนีอย่างเต็มรูปแบบในระยะยาว คาดจะมีเงินไหลเข้าตลาดหุ้นจีนกว่า 3.4 แสนล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 11 ล้านล้านบาท)
‘ไอเอส’ เล็งยึดอาเซียน
หนังสือพิมพ์สเตรทไทมส์ของสิงคโปร์ รายงานว่า กลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม (ไอเอส) ประกาศผ่านโซเชียลมีเดียขึ้นบัญชีสิงคโปร์ เมียนมา ทางตอนใต้ของไทย ฟิลิปปินส์ และญี่ปุ่น เป็นหนึ่งในพื้นที่ในครอบครองของไอเอสทางตะวันออก ส่งผลให้บรรดานักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ไอเอสมีแนวโน้มที่จะก่อเหตุในพื้นที่ดังกล่าวมากขึ้น แม้การขึ้นบัญชีดังกล่าวยังไม่ได้รับการยืนยัน เนื่องจากกลุ่มไอเอสยังไม่ประกาศ แต่หากมีการขึ้นบัญชีจริง อาจครอบคลุมไปถึงอินโดนีเซีย มาเลเซีย และฟิลิปปินส์







