
สื่อนอกเตือนท่องเที่ยวไทย-ฟิลิปปินส์-อินโดฯเสี่ยงเจอผลกระทบก่อการร้าย
สื่อต่างชาติเตือนการท่องเที่ยวไทย ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย เสี่ยงได้รับผลกระทบจากภัยก่อการร้ายของเครือข่ายกลุ่มไอเอส
สื่อต่างชาติเตือนการท่องเที่ยวไทย ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย เสี่ยงได้รับผลกระทบจากภัยก่อการร้ายของเครือข่ายกลุ่มไอเอส
สื่อต่างชาติเตือนการท่องเที่ยวไทย ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย เสี่ยงได้รับผลกระทบจากภัยก่อการร้ายของเครือข่ายกลุ่มรัฐอิสลาม หรือไอเอส ที่เริ่มลงมือหนักขึ้นในแถบประเทศเพื่อนบ้าน กรณีล่าสุดคือฟิลิปปินส์และอินโดนีเซีย ทำให้นักท่องเที่ยวไม่กล้าเดินทางไปยังจุดเสี่ยง
เว็บไซต์หนังสือพิมพ์ ดิ อินดิเพนเดนท์ ของออสเตรเลีย รายงานว่า การบุกยึดเมืองและจับพลเรือนเป็นตัวประกันของเครือข่ายกลุ่มรัฐอิสลาม หรือไอเอส ในเมืองมาราวี บนเกาะมินดาเนาของฟิลิปปินส์ จนมีผู้เสียชีวิตแล้วกว่า 100 คน รวมทั้งเหตุระเบิดฆ่าตัวตาย 2 ครั้งบริเวณป้ายรถเมล์กลางกรุงจาการ์ตาของอินโดนีเซีย ที่เพิ่งเกิดขึ้นสดๆ ร้อนๆ เป็นตัวบ่งชี้การคุกคามของกลุ่มก่อการร้ายที่เริ่มลุกลามในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้เป็นอย่างดี
หากมองผิวเผิน เหตุการณ์ทั้งสองครั้งอาจจะบังเอิญเกิดขึ้นในเวลาไล่เลี่ยกัน ทว่า ผู้เชี่ยวชาญด้านการก่อการร้ายเคยเตือนก่อนหน้านี้แล้วว่า กลุ่มไอเอสได้วางกลยุทธ์ใหม่ในการร่วมมือกันระหว่างสมุนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การพ่ายแพ้ในสมรภูมิอิรัก และการพลาดท่าจนเกือบจะเสียฐานที่มั่นในซีเรีย กลายเป็นแรงผลักดันให้ไอเอสพยายามเข้ามากระพือความขัดแย้งในภูมิภาคนี้
เมื่อมีเหตุก่อการร้ายเกิดขึ้น ทั้งไทย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ ซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางหลักของนักท่องเที่ยวย่อมได้รับผลกระทบโดยตรง เนื่องจากนักท่องเที่ยวกังวลเรื่องความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน โดยเมื่อปลายปีที่แล้ว ทางการออสเตรเลียเคยประกาศเตือนพลเมืองให้ระมัดระวังในการเดินทางท่องเที่ยวใน 3 ประเทศดังกล่าว เนื่องจากเสี่ยงต่อการเกิดเหตุไม่คาดฝัน
ซิดนีย์ โจนส์ ผอ.สถาบันเพื่อการวิเคราะห์นโยบายด้านความขัดแย้ง (IPAC) เผยเหตุที่ไทย ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย กลายเป็นประเทศเสี่ยงของนักท่องเที่ยวว่า สมุนของกลุ่มไอเอสในภูมิภาคนี้ถูกยุยงให้เข้าร่วมก่อเหตุในฟิลิปปินส์หากไม่สามารถเดินทางไปร่วมรบที่ซีเรีย หรือให้ลงมือก่อเหตุในบ้านเกิดของตัวเองถ้าไม่สะดวกเดินทาง
จากคำสั่งนี้ พบว่ามีกลุ่มนักรบไอเอสในมาเลเซียเดินทางเข้าไปสมทบกับเพื่อนร่วมอุดมการณ์เพื่อก่อเหตุที่เมืองมาราวีกว่า 30 คน ยังไม่นับรวมสมุนจากอินโดนีเซียและสิงคโปร์ซึ่งยังไม่ทราบจำนวนแน่ชัด
นอกจากนี้ ยังมีรายงานของหนังสือพิมพ์ นิวเตรตส์ ไทมส์ ระบุอีกว่า มาเลเซียกลายเป็นที่ซ่องสุมของกลุ่มคนที่มีประวัติก่อการร้ายหรือถูกหมายหัวว่าเป็นบุคคลอันตรายอย่างน้อยอีก 30 คน โดยกลุ่มคนพวกนี้ส่วนใหญ่ถูกทางการตุรกีจับกุมตัวได้ขณะกำลังเดินทางไปร่วมรบที่ซีเรีย และถูกส่งตัวมาที่มาเลเซียทันทีไม่ว่าจะเป็นพลเมืองของมาเลเซียหรือไม่ โดยให้เหตุผลว่ามาเลเซียเป็นประเทศมุสลิม ทำให้กลุ่มคนที่น่าจับตามองเหล่านี้เข้ามาปะปนกับนักท่องเที่ยว เพื่อรอเวลาลงมือก่อเหตุตามคำสั่งแกนนำ
รายงานนี้ยังเผยอีกว่า ทางการมาเลเซียพยายามติดตามและขับผู้ก่อการร้ายกลุ่มนี้ออกจากประเทศ ทว่า บางครั้งการเข้ามาในฐานะนักท่องเที่ยวก็ติดตามตัวยาก จึงยังมีบางส่วนอาศัยอยู่ในประเทศ นอกจากนี้ เมื่อเร็วๆ นี้ คาลิด อาบู บาการ์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติมาเลเซีย กล่าวว่า มูฮัมหมัด มูซาฟา อารีฟ จูไนดี 1 ใน 6 เครือข่ายไอเอสที่ทางการเพิ่งจับกุมตัวได้นั้น เคยลักลอบขนอาวุธปืนเข้ามายังพื้นที่ภาคใต้ของประเทศไทย และยังรับหน้าที่ลำเลียงอาวุธส่งให้กับสมุนไอเอสในมาเลเซียด้วย
ที่มา www.m2fnews.com
ภาพ เอเอฟพี






