
เอเชียโดนบีบลงทุนมะกัน
เอกชนเอเชียเตรียมเพิ่มการลงทุนในสหรัฐ หลังรัฐบาลทรัมป์กดดันคุมเข้มวีซ่าจ้างแรงงานมีทักษะ
เอกชนเอเชียเตรียมเพิ่มการลงทุนในสหรัฐ หลังรัฐบาลทรัมป์กดดันคุมเข้มวีซ่าจ้างแรงงานมีทักษะ
เอกชนเอเชียรายใหญ่หลายแห่งวางแผนเพิ่มการลงทุนในสหรัฐ หลังมีข่าวว่า ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ มีแนวโน้มออกมาตรการกีดกันการค้าและลงนามคำสั่งพิเศษยกเครื่องการอนุมัติวีซ่า H-1B สำหรับแรงงานมีทักษะที่บริษัท ดังกล่าวใช้ว่าจ้างบุคลากรมาทำงานด้วย โดยล่าสุด อินโฟซิส บริษัทไอทียักษ์ใหญ่จากอินเดีย จะจ้างงานชาวอเมริกันเพิ่ม 1 หมื่นราย ในอีก 2 ปีข้างหน้า เนื่องจากทรัมป์เคยโจมตีว่าบริษัทต่างชาติเหล่านี้ แย่งชิงงานไปจากชาวอเมริกัน
นอกจากจะจ้างพนักงานชาวอเมริกันเพิ่มแล้ว อินโฟซิสจะตั้งศูนย์วิจัยเทคโนโลยีในสหรัฐอีก 4 แห่ง เพื่อพัฒนาด้านปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) โดยเฉพาะ ซึ่งศูนย์แห่งแรกจะเริ่มเปิดทำการในรัฐอินเดียนาในเดือน ส.ค. 2017 โดยคาดว่าจะสร้างงานให้ชาวอเมริกันเพิ่มได้ 2,000 อัตรา ภายในปี 2021
วิชาล สิกกะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ของอินโฟซิส เปิดเผยว่า ในโลกปัจจุบันที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว อินโฟซิสจำเป็นต้องปรับการดำเนินงานให้เข้ากับแต่ละประเทศ ซึ่งการกระทำดังกล่าวจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้ลูกค้ามากยิ่งขึ้น อีกทั้งการให้บุคลากรต่างชาติและภายในท้องถิ่นทำงานร่วมกันเป็นสิ่งที่สมควรทำ
ก่อนหน้านี้ รอยเตอร์ส รายงานว่า พนักงานของอินโฟซิสได้รับวีซ่า H-1B น้อยลงในปี 2017 นี้ อยู่ที่ 1,000 คนเท่านั้น เมื่อเทียบกับปีก่อนที่ 6,500 คน และปี 2015 ที่ 9,000 คน
ด้าน เออร์มิล ชาห์ นักวิเคราะห์จากบริษัทการตลาด ไอดีบีไอ แคปปิตอล กล่าวว่า การจ้างชาวอเมริกันจะทำให้อินโฟซิสมีต้นทุนเพิ่ม แต่จำเป็นต้องทำหากต้องการทำธุรกิจในสหรัฐต่อ ขณะที่ไฟแนนเชียล ไทมส์ รายงานอ้าง มายวีซ่าจ๊อบส์ บริษัทรวบรวมข้อมูลตลาดแรงงานว่า แม้ อินโฟซิสจ่ายค่าจ้างแรงงานที่ใช้วีซ่า H-1B ต่อปีที่ 8.1 หมื่นเหรียญสหรัฐ (ราว 2.79 ล้านบาท) แต่ค่าจ้างดังกล่าวยังน้อยกว่าบริษัทสหรัฐหลายแห่ง
ขณะเดียวกัน เทนเซนต์ ยักษ์ไอทีจากจีน เปิดเผยว่า จะเพิ่มการลงทุนในสหรัฐ โดยเตรียมตั้งศูนย์วิจัยเอไอในเมืองซีแอตเทิล โดย เทคครันช์ เว็บข่าวเทคโนโลยีเปิดเผยว่า บรรดาบริษัทไอทีจีนต่างพยายามดึงบุคลากรชาวอเมริกันมาร่วมงานด้วย เพื่อเพิ่มความสามารถแข่งขันกับบริษัทสหรัฐรายใหญ่ เช่น เฟซบุ๊ก กูเกิล และไมโครซอฟท์
ก่อนหน้านี้ รอยเตอร์สรายงานว่า เทอร์รี โก ประธานบริษัท ฟอกซ์คอนน์ ผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์จากไต้หวัน เปิดเผยจะลงทุนมหาศาลในสหรัฐ โดยเมื่อเดือน ม.ค. ฟอกซ์คอนน์ระบุว่า กำลังพิจารณาตั้งโรงงานในสหรัฐมูลค่ากว่า 7,000 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 2.41 แสนล้านบาท)







