posttoday
ชาวญี่ปุ่นที่อาศัยใกล้ฐานทัพสหรัฐ หวั่นตกเป็นเป้าโจมตีจากเกาหลีเหนือ

ชาวญี่ปุ่นที่อาศัยใกล้ฐานทัพสหรัฐ หวั่นตกเป็นเป้าโจมตีจากเกาหลีเหนือ

01 พฤษภาคม 2560

ประชาชนที่อาศัยอยู่ในเมืองซึ่งมีฐานทัพสหรัฐรู้สึกไม่ปลอดภัย ความตึงเครียดเพิ่มสูงขึ้นหลังเกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธลงน่านน้ำของญี่ปุ่น

ประชาชนที่อาศัยอยู่ในเมืองซึ่งมีฐานทัพสหรัฐรู้สึกไม่ปลอดภัย ความตึงเครียดเพิ่มสูงขึ้นหลังเกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธลงน่านน้ำของญี่ปุ่น

บรรดาประชาชนชาวญี่ปุ่นที่อาศัยอยู่ใกล้กับฐานทัพของสหรัฐกำลังเผชิญกับความเป็นจริง ว่าชีวิตของพวกเขาขณะนี้เสมือนราวแขวนอยู่บนเส้นด้าย เพราะที่อยู่อาศัยของพวกเขานั้นตั้งอยู่ในแนวหน้าของความขัดแย้งระหว่างเกาหลีเหนือ และสหรัฐอเมริกา ซึ่งหากการปะทะเกิดขึ้นจริง และเกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธ พวกเขามีเวลาเพียงแค่ไม่กี่นาทีเท่านั้น ในการวิ่งหลบเข้าบังเกอร์

"มันเป็นไปไม่ได้เลย ไม่มีทางที่เราจะหนีพ้น" เซจิโร่ คุโรซาว่า ชายวัย 58 ปี ผู้มีอาชีพขับแท็กซี่ในเมือง Fussa ที่อยู่ใกล้กับฐานทัพอากาศ Yokota กล่าว "เราไม่มีบังเกอร์ และที่หลบภัยใดๆ" แม้ว่าทางบริษัทของเขาจะอนุญาตให้สามารถเข้าหลบภัยได้ แต่ตัวเขาเองก็ยังไม่มั่นใจว่าจะไปที่ไหนดี

ชาวญี่ปุ่นที่อาศัยใกล้ฐานทัพสหรัฐ หวั่นตกเป็นเป้าโจมตีจากเกาหลีเหนือ

ประเด็นแนวโน้มความเป็นไปได้ว่าเกาหลีเหนือจะยิงขีปนาวุธหรือไม่นั้นกำลังกลายเป็นประเด็นร้อนในญี่ปุ่นตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา แม้ว่าทางสหรัฐเองจะส่งเรือดำน้ำเข้ากดดันในคาบสมุทรเกาหลี แต่ล่าสุดเกาหลีเหนือเองก็เพิ่งจะทดสอบขีปนาวุธครั้งใหม่ไป แม้ว่าการทดสอบจะล้มเหลว แต่ก็สร้างความไม่พอใจให้แก่นานาชาติ

รัฐบาลญี่ปุ่นเองจับตาเฝ้าระวังมากขึ้น หลังในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธ 4 ลูกตกลงในน่านน้ำของญี่ปุ่น ห่างจากชายฝั่งเพียงไม่กี่ร้อยกิโลเมตร ด้านประชาชนเองพากันหาซื้อหน้ากากป้องกันแก๊สพิษ รวมถึงยอดสั่งทำบังเกอร์หลบภัยใต้ดินก็เพิ่มสูงขึ้นเช่นกัน

"อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด" Jumpei Takemiya เจ้าของร้านซ่อมรองเท้าวัย 34 ปี กล่าว "พยายามอย่าตื่นตูมไปกับมัน แต่ผมเองก็อดสงสัยไม่ได้ว่าหากการโจมตีเกิดขึ้นจริงๆ ฐานทัพ Yokota จะเป็นแห่งแกรที่ถูกโจมตีหรือไม่"

ในการพูดคุยกับ โยชิโอ ทาคากิ ผู้สูงอายุวัย 75 ปี ในประเด็นที่ว่าเกาหลีเหนือจะยิงขีปนาวุธหรือไม่นั้น หวนให้เขานึกย้อนถึงช่วงเวลาของสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่ตัวเขาต้องย้ายไปอาศัยอยู่ยังชนบทชั่วคราว เพื่อหลีกหนีการทิ้งระเบิดจากสหรัฐ รอบๆกรุงโตเกียว ซึ่งสังหารพี่ชายของเขาไป 2 คน ตัวเขานั้นต่อต้านอาวุธมาโดยตลอด แต่จนป่านนี้วันเวลาผ่านไป ประเด็นเดิมๆยังคงหวนกลับมา

"ความตึงเครียดยิ่งเพิ่ม และกดดันมากขึ้นภายใต้การบริการงานของทรัมป์" เขากล่าว "และญี่ปุ่นร่วมมือกับสหรัฐในการให้ตั้งกองทัพที่นี่ ฉะนั้นฉันคิดว่าเราจำต้องยอมรับผลที่ตามมา"

ชาวญี่ปุ่นที่อาศัยใกล้ฐานทัพสหรัฐ หวั่นตกเป็นเป้าโจมตีจากเกาหลีเหนือ

เมื่อลองเยี่ยมชมเข้าไปในเว็บไซต์ของรัฐบาล ผู้คนพากันเข้าคลิกดูคำประกาศเตือน และข้อแนะนำเพิ่มขึ้นสูงเป็นประวัติการณ์ในเดือนเมษายนที่ผ่านมา โดยในคำแนะนำของรัฐบาลประกอบไปด้วย คำแนะนำสำหรับการเผชิญภัยพิบัติพื้นฐานเช่น หากคุณกำลังอยู่ข้างนอก ให้มองหาอาคารแข็งแรง หรือพื้นที่ใต้ดินในการหลบภัย หรือหากไม่มีให้นอนลงกับพื้น และหาบางสิ่งปกป้องศีรษะเอาไว้ นอกจากนั้นยังมีการออกคำแนะนำให้ปกป้องจมูก และปากของคุณด้วยผ้า และปิดประตู หน้าต่างให้สนิท ในกรณีที่เกิดการโจมตีด้วยอาวุธเคมีขึ้น

นับตั้งแต่ขีปนาวุธจากเกาหลีเหนือถูกทิ้งลงในน่านน้ำญี่ปุ่น หลายจังหวัดของประเทศพากันวางแผนเพื่อรับมือ หนึ่งในนั้นคือเมืองยามากาตะ และนางาซากิ สถานที่ตั้งของฐานทัพทหารสหรัฐ ที่เตรียมแผนรับมืออย่างเป็นรูปธรรมที่สุด "เราต้องวางแผนสำหรับการเตรียมพร้อม ไม่ใช่ให้ประชาชนตื่นตระหนก" Keiko Nakajima เจ้าหน้าที่ตอบสนองวิกฤติจากกรุงโตเกียวกล่าว

ชาวญี่ปุ่นที่อาศัยใกล้ฐานทัพสหรัฐ หวั่นตกเป็นเป้าโจมตีจากเกาหลีเหนือ

นอกจากความกังวลจากขีปนาวุธแล้ว ยังมีเรื่องอื่นๆอีก Akinori Otani กังวลว่าเครื่องบินรบของสหรัฐที่บินอยู่บริเวณรอบๆอาจตก และสร้างความเสียหายได้ "ผมกังวลว่า Ospreys (เครื่องบินรบ MV-22 ของสหรัฐ) อาจตกมากกว่าขีปนาวุธจะถูกยิงมาเสียอีก" ชายวัย 42 ปีกล่าว

ในขณะเดียวกันที่เมืองอิมากุนิ ในจังหวัดยามากุจิ ทางตอนใต้ สถานที่ตั้งของฐานทัพสหรัฐ บรรดาประชาชนในพื้นที่พากันกังวลต่อแผนรับมือ หลังสำนักข่าวรายงานว่าเมืองของพวกเขาเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่เสี่ยงถูกโจมตี ถึงแม้ว่าขีปนาวุธที่ถูกยิงมายังน่านน้ำของญี่ปุ่น เมื่อเดือนมีนาคมนั้น จะใช้เวลาในการเดินทาง 20 นาที แต่คำประกาศจากทางรัฐบาลญี่ปุ่นเองระบุว่า ชาวญี่ปุ่นมีเวลาเพียงแค่ 10 นาทีเท่านั้น ในการหลบภัย

ด้าน Reiko Naya ผู้เปิดร้านกิฟต์ช็อป นอกฐานทัพทหารกังวลว่า ความตึงเครียดอาจเพิ่มขึ้นอีก จากรัฐบาลญี่ปุ่นเองในการแสดงแสนยานุภาพทางการทหารของประเทศ "ญี่ปุ่นละทิ้งการก่อสงคราม แต่ดูเหมือนว่าเรากำลังเข้าสู่สนามแห่งความขัดแย้งมากขึ้นเรื่อยๆ เราไม่เคยคิดว่าขีปนาวุธจากเกาหลีเหนือจะเดินทางมาถึงยังญี่ปุ่น แต่หลังการทดสอบมันเกิดขึ้นจริงๆ และไม่แน่ว่าอาจเกิดขึ้นอีก" เธอกล่าว

  

ขอบคุณภาพจาก South China Morning Post

ข่าวล่าสุด

วัย 60+ ยังมีไฟ จัดหางานดันผู้สูงอายุมีงานทำ สร้างรายได้กว่า 116 ล้านต่อปี

วัย 60+ ยังมีไฟ จัดหางานดันผู้สูงอายุมีงานทำ สร้างรายได้กว่า 116 ล้านต่อปี