
ทรัมป์ยกย่องการทำงานของตนเอง ครบ 100 วันดำรงตำแหน่งปธน.สหรัฐ
ประธานาธิบดีทรัมป์ขึ้นกล่าวสุนทรพจน์เนื่องในโอกาสดำรงตำแหน่งครบ 100 วัน ท่ามกลางการชุมนุมประท้วงต่อต้าน
ประธานาธิบดีทรัมป์ขึ้นกล่าวสุนทรพจน์เนื่องในโอกาสดำรงตำแหน่งครบ 100 วัน ท่ามกลางการชุมนุมประท้วงต่อต้าน
แม้ว่าจะมีการเดินขบวนประท้วงต่อต้านประธานาธิบดีทรัมป์ทั่วสหรัฐ แต่ทรัมป์เองก็ยังคงไม่แสดงความหวั่นไหวใดๆออกมาให้บรรดาผู้ต่อต้านเขาเห็น ประธานาธิบดีสหรัฐขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ เนื่องในวาระการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐครบ 100 วัน ตัวเขากล่าวยกย่องสัมพันธ์อันดีที่สร้างไว้กับหลายประเทศ ทั้งเยอรมนี, สหราชอาณาจักร, ญี่ปุ่น และจีน ในขณะเดียวกันก็ยังคงเน้นย้ำว่าอเมริกาต้องมาก่อนเสมอ
ในระหว่างการขึ้นกล่าวสนุทรพจน์ในเมืองแฮริสเบิร์ก ของรัฐเพนซิลเวเนีย ทรัมป์ระบุว่าขณะนี้ตัวเขากำลังอยู่ในระหว่างการเจรจาข้อตกลงเขตการค้าเสรีอเมริกาเหนือ หรือ NAFTA พร้อมเน้นย้ำถึงการสร้างงานให้แก่ชาวสหรัฐ จากอุตสาหกรรมถ่านหิน รวมทั้งกล่าวถึงนโยบายก่อนหน้าของเขาในช่วงการหาเสียงเลือกตั้ง ที่ยังไม่ปรากฏเป็นรูปธรรมชัดเจน แม้จะผ่านช่วงเวลา 100 วันมาแล้วก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นการสร้างกำแพงระหว่างชายแดนสหรัฐ-เม็กซิโก หรือระบบประกันสุขภาพใหม่ ที่ยืนยันว่าดีว่าโอบามาเป็นต้น
"อย่ากังวลไป เรากำลังจะมีกำแพง ไม่ต้องกังวล กำแพงเป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องมี" ทรัมป์กล่าว พร้อมเน้นย้ำถึงอันตรายจากกลุ่มก่อการร้าย ซึ่งกำแพงเป็นอาวุธที่มีประสิทธิภาพที่สุดในการปกป้องผลประโยชน์ของสหรัฐอเมริกา
ก่อนหน้าวันขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ ทรัมป์ถูกสื่อโจมตีอย่างหนัก จากการตรวจสอบการทำงานของเขาในช่วง 100 วันที่ผ่านมา หลายสำนักข่าว และนักวิเคราะห์มุ่งนำเสนอหลายนโยบายที่ทรัมป์เคยโฆษณาไว้ แต่ยังทำไม่สำเร็จ ไม่ว่าจะเป็นมาตรการจำกัดคนมุสลิมเข้าประเทศที่กลายเป็นกรณีพิพาท เมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา จนในที่สุดทรัมป์ต้องออกมาผ่อนปรนนโยบายดังกล่าว หรือแม้แต่นโยบายหลักอย่างการสร้างกำแพง ที่เม็กซิโกออกมายืนยันว่าจะไม่ออกค่าใช้จ่ายให้อย่างแน่นอน รวมทั้งยังถูกคาดการณ์ว่างบประมาณค่าใช้จ่ายจริงอาจสูงกว่าที่ประเมินไว้ในตอนแรกหลายเท่า
นอกจากนั้นยังรวมถึงแผนทางเศรษฐกิจต่างๆ ที่ทรัมป์ระบุว่าจะมีขึ้นเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ และช่วยสร้างงานให้แก่ชาวอเมริกัน และแผนลดภาษีด้วยเช่นกัน
และในวันเดียวกัน ที่กรุงวอชิงตัน ดีซี ผู้ชุมนุมหลายพันคนออกมารวมตัวกันประท้วง โดยมุ่งหน้าตรงไปยังทำเนียบขาว เพื่อแสดงออกถึงจุดยืนการสนับสนุนวิทยาศาสตร์ ในชื่อการประท้วงว่า "People Climate March" พร้อมป้ายประท้วงหลากหลายข้อความ ไม่ว่าจะเป็น "การเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศเป็นเรื่องจริง" หรือป้ายล้อเลียนทรัมป์จากสโลแกนที่ว่า "ทำให้อเมริกายิ่งใหญ่อีกครั้ง" เป็น "ทำให้อเมริกาเย็นลงอีกครั้ง" หรือ "ทำให้อเมริกาฉลาดขึ้นอีกครั้ง" เป็นต้น
และในขบวนชุมนุมยังมีการนำรูปภาพ และเปเปอร์มาเช่ใบหน้าของทรัมป์มาล้อเลียนในประเด็นเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศอีกด้วย เนื่องจากก่อนหน้านี้ประธานาธิบดีสหรัฐยืนยันเสียงแข็ง ว่าตัวเขาไม่เชื่อว่าภาวะโลกร้อนนั้นเกิดขึ้นจากน้ำมือของมนุษย์
ในขณะเดียวกัน ที่ลอนดอน ผู้ชุมนุมบางคนพร้อมใจกันแต่งกายเป็นเทพเสรีภาพ สัญลักษณ์ของสหรัฐอเมริกา และเดินปิดตา เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงเสรีภาพที่ถูกคุกคามภายใต้การบริหารงานของทรัมป์
ขอบคุณภาพจาก DW และ RT







