posttoday
"อดิตยา เบอร์ล่า" มุ่งเติบโตอย่างแข็งแกร่ง

"อดิตยา เบอร์ล่า" มุ่งเติบโตอย่างแข็งแกร่ง

24 เมษายน 2560

อดิตยา เบอร์ล่า กรุ๊ป หนึ่งในบริษัทยักษ์ใหญ่สัญชาติอินเดียที่ทำธุรกิจหลากหลายประเภทเดินหน้าขยายธุรกิจในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง

โดย...อูเมช ปันเดย์

อดิตยา เบอร์ล่า กรุ๊ป หนึ่งในบริษัทยักษ์ใหญ่สัญชาติอินเดียที่ทำธุรกิจหลากหลายประเภท เปิดเผยว่า บริษัทตั้งมั่นขยายธุรกิจในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง รวมถึงในภูมิภาคเอเชียโดยเฉพาะจีน เพื่อรักษาความเป็นผู้นำของบริษัทในภาคอุตสาหกรรมต่างๆ

“เรามุ่งมั่นต่อการทำธุรกิจในไทยอย่างแน่นอน เนื่องจากที่ผ่านมา เราได้รับประสบการณ์อันยอดเยี่ยมทั้งด้านผู้คน วัฒนธรรมการทำงาน และระบบกฎหมาย ทำให้ไทยยังคงเป็นจุดหมายปลายทางสำคัญยิ่งสำหรับเรา” กุมาร์ มังกะลัม เบอร์ล่า ประธานบริษัท อดิตยา เบอร์ล่า กรุ๊ป ซึ่งมีรายได้ต่อปี 4.2 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1.4 ล้านล้านบาท) ให้สัมภาษณ์กับบางกอกโพสต์ ขณะที่บริษัทใกล้จะฉลองครบรอบ 50 ปีของการทำธุรกิจในประเทศไทยในปี 2019

ไทยเป็นประเทศแรกที่ อดิตยา เบอร์ล่า กรุ๊ป เข้ามาก่อตั้งบริษัทเมื่อครั้งเดินหน้าขยายธุรกิจครั้งแรกช่วงทศวรรษปี 1960 และเมื่อเวลาผ่านไปหลายปี กิจการของบริษัทในไทยได้เติบโตขึ้นเรื่อยๆ จนมีบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย 2 แห่ง คือ บริษัท ไทยคาร์บอนแบล็ค และบริษัท ไทยเรยอน

ทั้งนี้ ธุรกิจในประเทศไทยคิดเป็นมูลค่า 1,100 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 3.7 หมื่นล้านบาท) ของรายได้จากการดำเนินงานทั่วโลก และเบอร์ล่าตั้งเป้าให้ไทยเป็นศูนย์กลางส่งออกสินค้าในภูมิภาคต่อไป

“ผมไปพบกับรัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรมมาแล้ว และพอทราบเกี่ยวกับภาคส่วนใหม่ๆ ที่รัฐบาลไทยกำลังส่งเสริมอยู่ ฉะนั้นสิ่งที่เรากำลังทำขณะนี้คือการศึกษาภาคส่วนดังกล่าว และดูว่าจะเข้าไปมีส่วนร่วมในภาคส่วนใดได้หรือไม่” เบอร์ล่า กล่าว โดยภาคส่วนใหม่ทั้ง 5 ประกอบด้วย 1.ไบโอฟู้ดและเกษตรกรรม 2.บริการสุขภาพ 3.เทคโนโลยีขั้นสูง เครื่องจักร และหุ่นยนต์ 4.เศรษฐกิจดิจิทัล และ 5.ภาคบริการและวัฒนธรรม

สำหรับการดำเนินงานในจีน เบอร์ล่า เปิดเผยว่า จีนเป็นประเทศที่บริษัทยังเข้าไปทำธุรกิจได้ไม่เต็มที่ โดยที่ผ่านมาบริษัทระมัดระวังเกี่ยวกับการทำธุรกิจในจีนมาตลอด เนื่องจากยังไม่เข้าใจทิศทางเศรษฐกิจจีนอย่างแท้จริง

“แขนข้างหนึ่งของเราต้องคอยคุมอย่างระมัดระวัง แต่อีกข้างก็ต้องวางเดิมพันใหญ่ขึ้นและตรงจุดยิ่งขึ้นในจีน” เบอร์ล่า กล่าว โดยกิจการของบริษัทในจีนเป็นไปด้วยดี จึงทำให้ยังสามารถเพิ่มการลงทุนได้ในอนาคต และแม้จะไม่ได้เข้าสู่ตลาดจีนเต็มตัว แต่อดิตยา เบอร์ล่า ก็ยังคงเป็นบริษัทชั้นนำระดับโลก

ก่อนที่เบอร์ล่าจะเข้ามาบริหารนั้น ขอบเขตธุรกิจของอดิตยา เบอร์ล่า อยู่ที่ภาคการผลิตเป็นหลัก แต่เบอร์ล่าได้แตกธุรกิจเข้าไปสู่ภาคส่วนต่างๆ และตั้งเป้าให้บริษัทเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมหลายประเภท ซึ่งเป็นสาเหตุของการเข้าซื้อกิจการต่างๆ ในอินเดียมาตลอด 1 ปีที่ผ่านมา โดยการเปิดกว้างทางเศรษฐกิจของอินเดียเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ต้องขยับขยายธุรกิจ ซึ่งหากไม่มีการปรับตัว บริษัทอาจสูญเสียโอกาสหลายอย่างที่จะช่วยสร้างกำไรไป

คุมเข้มอายุเกษียณ

เมื่อขึ้นบริหารบริษัท หนึ่งในภารกิจแรกของเบอร์ล่าคือการคุมเข้มการเกษียณอายุของพนักงานที่ 60 ปี โดยให้เหตุผลว่า เพื่อรักษาความฉับไวและเปิดให้บุคลากรหน้าใหม่เข้ามาทำงานในบริษัท

“เราต้องการให้คนรุ่นใหม่มองเห็นเส้นทางอาชีพในอนาคต จึงได้กำหนดอายุเกษียณขึ้นมา เพื่อสร้างองค์กรที่คึกคักและมีความร่วมสมัยมากยิ่งขึ้น” เบอร์ล่า กล่าว

อย่างไรก็ดี บริษัทมีสาเหตุเบื้องหลังในการดำเนินการดังกล่าว โดย อดิตยา เบอร์ล่า พยายามออกมาจากธุรกิจที่ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควรในอินเดีย และมุ่งสู่การควบรวมกิจการอย่างต่อเนื่องเพื่อขยายขนาดและขอบเขตของธุรกิจ โดยการเติบโตในรูปแบบนี้ซึ่งไม่ได้มาจากฐานรากเดิม ทำให้จำเป็นต้องดึงดูดคนรุ่นใหม่เพื่อมาช่วยขับเคลื่อนการขยายตัวของบริษัท

“อินเดีย โฟกัส”

แม้ อดิตยา เบอร์ล่า เป็นหนึ่งในบริษัทที่บุกเบิกการออกมาทำธุรกิจในต่างประเทศ แต่รายได้ราว 60% ยังคงมาจากอินเดียที่เป็นตลาดบ้านเกิด หมายความว่าบริษัทจะยังคงทำธุรกิจหลายประเภทในอินเดียเป็นหลัก เช่น ซีเมนต์ ค้าปลีก และโทรศัพท์ ที่มีแนวโน้มดำเนินงานอยู่ในอินเดียเป็นหลัก

เบอร์ล่ายกตัวอย่างธุรกิจผลิตซีเมนต์ ที่แม้ว่าบริษัทจะทำธุรกิจดังกล่าวในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ด้วย แต่อินเดียยังคงเป็นฐานผลิตหลัก โดยบริษัทมีศักยภาพการผลิตในอินเดียเกือบ 90 ล้านตัน/ปี รั้งตำแหน่ง 1 ใน 10 ผู้ผลิตซีเมนต์รายใหญ่ของโลก นอกจากนี้ธุรกิจผลิตซีเมนต์ยังมีแนวโน้มเติบโตอย่างแข็งแกร่งในอินเดีย จากโครงการเมกะโปรเจกต์ด้านโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ รวมถึงการสร้างถนนหรือสะพานใหม่ เพื่อแทนที่ของเดิม

ขณะเดียวกัน เบอร์ล่าตั้งเป้าให้อินเดีย ซึ่งมีประชากรราว 400 ล้านคน เป็นตัวขับเคลื่อนการเติบโตของผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ อย่าง มาย ยูนิเวิร์ส ผลิตภัณฑ์ฟินเทคที่ให้บริการรับชำระเงินของหน่วยธุรกิจการเงิน โดยฐานผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตและการขยายตัวของเทคโนโลยีสารสนเทศ จะเป็นปัจจัยสนับสนุนธุรกิจดังกล่าว ซึ่งรวมถึงธุรกิจบริการสุขภาพและการศึกษาด้วย

มุ่งสู่อนาคตอันแข็งแกร่ง

ในปัจจุบัน อดิตยา เบอร์ล่า ดำเนินธุรกิจในกว่า 35 ประเทศทั่วโลก และมีพนักงานรวมกว่า 1.3 แสนคน โดยเบอร์ล่ามองเห็นอนาคตอันรุ่งเรืองในทุกหน่วยธุรกิจของบริษัท โดยเฉพาะธุรกิจการเงิน การผลิตซีเมนต์และโลหะ

ทั้งนี้ อดิตยา เบอร์ล่า คือผู้ผลิตคาร์บอน แบล็ก วัตถุดิบสำคัญที่ใช้ในการผลิตยาง รวมถึงเป็นบริษัทผลิตเส้นใยสังเคราะห์และแผ่นอะลูมิเนียมรายใหญ่ที่สุดในโลก โดยบริษัทผลิตอะลูมิเนียมเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่ซื้อกิจการมาเมื่อ 10 ปีที่แล้ว

เบอร์ล่า เปิดเผยว่า ยังคงเปิดกว้างรับโอกาสการขยายธุรกิจในอนาคต ไม่ว่าจะทั้งผ่านการลงทุนตั้งธุรกิจใหม่ (Greenfield) หรือการเข้าซื้อและควบรวมกิจการแบบที่บริษัทเคยทำมาโดยตลอด ขณะที่ตั้งเป้าเพิ่มรายได้ต่อปีของบริษัทให้ไปอยู่ที่ 6 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 2 ล้านล้านบาท) แม้จะออกตัวว่าเป้าหมายดังกล่าวไม่ได้กำหนดขึ้นมาอย่างเฉพาะเจาะจงก็ตาม

“นั่นเป็นเป้าหมายภายในที่เราตั้งขึ้นมาสำหรับตัวเอง แต่การป่าวประกาศออกมาแล้วไล่ตามเป้าหมายนั้นเป็นเรื่องยาก เนื่องจากโลกเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน”เบอร์ล่า กล่าว

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69