posttoday
บทเรียน ‘โชกุน’ เทเที่ยวญี่ปุ่น โซเชียลมีเดีย ขายทัวร์ถูก

บทเรียน ‘โชกุน’ เทเที่ยวญี่ปุ่น โซเชียลมีเดีย ขายทัวร์ถูก

14 เมษายน 2560

จากกรณี “ไปกับทัวร์โชกุน (ถูก) เทยกแก๊ง”กลายเป็นบทเรียนความเสียหายครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นกับวงการท่องเที่ยวไทยของปีนี้เลยก็ได้ เพราะมีผู้ที่ได้รับความเสียหายระดับพันคน

โดย...พีรดา ปราศรีวงค์

จากกรณี “ไปกับทัวร์โชกุน (ถูก) เทยกแก๊ง”กลายเป็นบทเรียนความเสียหายครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นกับวงการท่องเที่ยวไทยของปีนี้เลยก็ได้ เพราะมีผู้ที่ได้รับความเสียหายระดับพันคน

ศุภฤกษ์ ศูรางกูร นายกสมาคมไทยบริการท่องเที่ยว (ทีทีเอเอ) บอกว่า รูปแบบการจำหน่ายทัวร์ปัจจุบันเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว หน่วยงานภาครัฐ โดยเฉพาะกรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และผู้ทำหน้าที่กำกับดูแลออกใบอนุญาตกับบริษัททัวร์โดยตรงควรจะต้องยกเครื่องการดูแลให้เข้มข้นขึ้น

“กลุ่มมิจฉาชีพเห็นถึงจุดอ่อนของบริการสินค้าทางการท่องเที่ยว ซึ่งลูกค้าต้องจ่ายเงินก่อนถึงได้รับบริการ และปัจจุบันสื่อโชเชียลก็เป็นเครื่องมือขายแพ็กเกจทัวร์ที่เข้าถึงได้ง่าย มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบหลากหลาย บางรายเดินทางเที่ยวกับทัวร์แล้วเห็นช่องทาง กลับมาเปิดขายเส้นทางทัวร์เองผ่านออนไลน์ และไม่มีการจดทะเบียนประกอบธุรกิจอย่างถูกต้อง” ศุภฤกษ์ ฉายภาพ

ย้อนภาพความโกลาหลที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเมื่อวันที่ 11 เม.ย.ที่ผ่านมา เมื่อสมาชิกบริษัท เวลท์เอเวอร์ ประมาณ 400-600 คน ถูกลอยแพไม่สามารถเดินทางท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่นตามที่คาดหวังไว้ กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร เจ้ากระทรวงการท่องเที่ยวฯ ถึงกับกล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือเป็นบทเรียนใหม่ที่กระทรวงต้องถอดบทเรียนการทำงานให้ทันต่อสถานการณ์ที่เปลี่ยนไปตามยุคของสื่อโซเชียลและระบบออนไลน์ที่กระทรวงการท่องเที่ยวฯ ไม่มีอำนาจทางกฎหมายไปตรวจสอบหรือเอาผิดอะไรได้ แต่สร้างความเสียหายให้กับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยและถือเป็นภัยร้ายแรง เพราะมีผู้ได้รับผลกระทบจำนวนมาก

ศุภฤกษ์ บอกว่า ที่ผ่านมารูปแบบการทำงานของกรมการท่องเที่ยว ได้พยายามตั้งกฎเกณฑ์ที่หยุมหยิมออกมา สร้างภาระการทำงาน เพิ่มต้นทุนการบริการจัดการให้กับบริษัททัวร์ที่มีความเป็นมืออาชีพที่ตั้งใจทำธุรกิจอย่างซื่อสัตย์ แต่กับกลุ่มที่ทำผิดกฎหมายกลับทำอะไรไม่ได้

ทั้งนี้ การเพิ่มเงินค่าประกันของบริษัททัวร์ที่จดทะเบียน ที่กระทรวงการท่องเที่ยวฯ เตรียมนำเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ปลายเดือนนี้ เช่น ปรับราคาทัวร์เอาต์บาวด์ จากเงินประกัน 2 แสนบาท เป็น 5 แสนบาท ไม่ได้เป็นเครื่องรับประกันได้ว่าบริษัททัวร์จะไม่ทำผิดกฎหมาย เพราะกลุ่มมิจฉาชีพที่เข้ามาแฝงตัวในอุตสาหกรรมนี้ มีกลโกงมูลค่าหลายสิบล้านขึ้นไป การเพิ่มวงเงินประกันจึงไม่ใช่วิธีการแก้ไขปัญหาที่ถูกจุด

"กรณีบริษัท เวลท์ฯ สมาคมและผู้ประกอบการได้แจ้งไปที่กรมการท่องเที่ยวตั้งแต่วันที่ 29 มี.ค.ที่ผ่านมา ว่าจะเกิดเหตุการณ์ในลักษณะลอยแพนักท่องเที่ยวเกิดขึ้น เพราะบางส่วนได้เช็กไปที่สายการบินและพบว่าไม่มีเที่ยวบินเช่าเหมาลำจริง แต่กรมการท่องเที่ยวกลับไม่มีแผนป้องกันเหตุล่วงหน้า อ้างว่ายังไม่มีความผิดซึ่งหน้า กรมไม่สามารถเข้าไปดำเนินการอะไรได้ “ศุภฤกษ์ กล่าว

ภาคเอกชนมองว่า กรมการท่องเที่ยวต้องปรับโครงสร้างการทำงานครั้งใหญ่ พร้อมปรับวิธีคิดอย่าหลงทิศทาง โดยเฉพาะการพัฒนาบุคลากรขึ้นมาให้ทันรับมือกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป เพราะปัจจุบันสื่อโซเชียลมีเดียเป็นช่องทางสำคัญในการจำหน่ายแพ็กเกจทัวร์นอกระบบจำนวนมากที่ไม่สามารถตรวจสอบได้และมาในรูปแบบที่หลากหลาย ในส่วนนี้กระทรวงการท่องเที่ยวฯ ควรตั้งทีมการทำงานที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านมาเฝ้าระวังกลุ่มนี้เป็นพิเศษ มากกว่ามาจับผิดบริษัททัวร์ที่อยู่ในกฎระเบียบ

นอกจากนี้ ยังต้องทำงานเชิงรุก ปรับทิศทางใน 3 เรื่องหลัก คือ 1.เกลี่ยบุคลากรในการทำงาน 2.พิจารณาเรื่องเงินค้ำประกันที่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน และ 3.การทำงานเป็นเนื้อเดียวกับเอกชน เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการเฝ้าระวังเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นกับนักท่องเที่ยวทั้งคนไทยและต่างชาติ เพราะต้องยอมรับว่าหลายเหตุการณ์ที่ผ่านมาภาคเอกชนจะรับรู้ข้อมูลข่าวสารได้รวดเร็วกว่าภาครัฐ

ศุภฤกษ์ บอกว่า ภาครัฐต้องปรับทัศนคติในการทำงานร่วมกับภาคเอกชน อย่า มองเป็นผู้ร้าย และต้องสร้างจิตสำนึกควบคู่กับการสร้างการรับรู้ว่า แพ็กเกจทัวร์ราคาถูกไม่มีจริง อย่าหลงตกเป็นเหยื่อ ควรตรวจสอบให้แน่ชัดก่อนตัดสินใจจ่ายเงินทุกครั้ง

ข่าวล่าสุด

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม.  เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม. เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่