
แห่ปิดประตูรับเนื้อบราซิล
จีน-อียู ตามรอยเกาหลีใต้-ชิลี แบนนำเข้าเนื้อจากบราซิล หลังฉาวติดสินบนขายเนื้อเน่าจีนประกาศห้ามนำเข้าเนื้อแดงจากบราซิลทั้งหมด ด้านสหภาพยุโรป (อียู) ประกาศห้ามนำเข้าเนื้อสัตว์ที่ผ่านกระบวนผลิตของบริษัท 4 แห่ง ซึ่งรวมถึงบีอาร์เอฟและเจบีเอส ผู้ผลิตรายใหญ่ของประเทศ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจบราซิลกำลังสอบสวนกรณีภาคเอกชนติดสินบนเจ้าพนักงาน เพื่อให้สามารถขายเนื้อเสียหรือเนื้อด้อยคุณภาพได้ หลังเกาหลีใต้ห้ามนำเข้าเนื้อไก่จากบีอาร์เอฟชั่วคราว และชิลีที่ห้ามนำเข้าเนื้อสัตว์จากบราซิลชั่วคราวช่วงก่อนหน้านี้ทั้งนี้ จีนเป็นตลาดส่งออกเนื้อสัตว์ขนาดใหญ่ของบราซิล โดยคิดเป็น 1 ใน 3 ของการส่งออกเนื้อสัตว์ของบราซิล หรือ 1.39 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 4.89 แสนล้านบาท) เมื่อปี 2016 ที่ผ่านมา นอกจากนี้จีนยังนำเข้าเนื้อวัวจากบราซิลคิดเป็น 31% ของการนำเข้าเนื้อทั้งหมด รองลงมาคือ ออสเตรเลียที่ 19% และอาร์เจนตินาที่ 8% โดยรอยเตอร์สรายงานอ้างบรรดาเทรดเดอร์ว่า อุตสาหกรรมเนื้อวัวของอาร์เจนตินากำลังอยู่ในช่วงฟื้นตัวจากนโยบายเข้มงวดการค้าในช่วงรัฐบาลก่อนเมื่อช่วงปี 2011-2015ด้านนักวิเคราะห์เปิดเผยกับรอยเตอร์ส ว่า การสั่งห้ามดังกล่าวจะส่งผลให้ผู้นำ
จีน-อียู ตามรอยเกาหลีใต้-ชิลี แบนนำเข้าเนื้อจากบราซิล หลังฉาวติดสินบนขายเนื้อเน่า
จีนประกาศห้ามนำเข้าเนื้อแดงจากบราซิลทั้งหมด ด้านสหภาพยุโรป (อียู) ประกาศห้ามนำเข้าเนื้อสัตว์ที่ผ่านกระบวนผลิตของบริษัท 4 แห่ง ซึ่งรวมถึงบีอาร์เอฟและเจบีเอส ผู้ผลิตรายใหญ่ของประเทศ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจบราซิลกำลังสอบสวนกรณีภาคเอกชนติดสินบนเจ้าพนักงาน เพื่อให้สามารถขายเนื้อเสียหรือเนื้อด้อยคุณภาพได้ หลังเกาหลีใต้ห้ามนำเข้าเนื้อไก่จากบีอาร์เอฟชั่วคราว และชิลีที่ห้ามนำเข้าเนื้อสัตว์จากบราซิลชั่วคราวช่วงก่อนหน้านี้
ทั้งนี้ จีนเป็นตลาดส่งออกเนื้อสัตว์ขนาดใหญ่ของบราซิล โดยคิดเป็น 1 ใน 3 ของการส่งออกเนื้อสัตว์ของบราซิล หรือ 1.39 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 4.89 แสนล้านบาท) เมื่อปี 2016 ที่ผ่านมา นอกจากนี้จีนยังนำเข้าเนื้อวัวจากบราซิลคิดเป็น 31% ของการนำเข้าเนื้อทั้งหมด รองลงมาคือ ออสเตรเลียที่ 19% และอาร์เจนตินาที่ 8% โดยรอยเตอร์สรายงานอ้างบรรดาเทรดเดอร์ว่า อุตสาหกรรมเนื้อวัวของอาร์เจนตินากำลังอยู่ในช่วงฟื้นตัวจากนโยบายเข้มงวดการค้าในช่วงรัฐบาลก่อนเมื่อช่วงปี 2011-2015
ด้านนักวิเคราะห์เปิดเผยกับรอยเตอร์ส ว่า การสั่งห้ามดังกล่าวจะส่งผลให้ผู้นำเข้าเนื้อวัวต้องหันไปนำเข้าจากประเทศอื่นๆ เช่น ออสเตรเลีย อาร์เจนตินา และแคนาดา อย่างไรก็ตาม ผลิตภัณฑ์จากทั้งสามชาติดังกล่าวไม่สามารถทดแทนเนื้อสัตว์จากบราซิลได้ และทำให้ผู้นำเข้าต้องนำเข้าเนื้อสัตว์จากหลายแหล่ง
เดอร์เรลล์ พีล นักเศรษฐศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญด้านเกษตรกรรมจากมหาวิทยาลัยโอคลาโฮมา สเตท เปิดเผยว่า เนื้อวัวของบราซิลส่วนใหญ่มาจากวัวที่เลี้ยงด้วยหญ้า ทำให้ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ซึ่งมีการเลี้ยงในลักษณะเดียวกันกลายเป็นคู่แข่งโดยตรง แต่ในปัจจุบันเนื้อวัวของออสเตรเลีย ซึ่งเป็นผู้ส่งออกอันดับ 2 รองจากบราซิล มีราคาแพงเนื่องจากความแห้งแล้ง ซึ่งทำให้ไม่น่าดึงดูดสำหรับผู้ซื้อ
ขณะเดียวกัน รอน เดวิดซัน โฆษกของสภาผู้ค้าเนื้อสัตว์แคนาดา เปิดเผยว่า เรื่องอื้อฉาวจากบราซิลจะทำให้ราคาเนื้อวัวปรับขึ้น หากข่าวลือดังกล่าวทำให้ผลผลิตในตลาดปรับตัวลดลง และทำให้ผู้ผลิตรายอื่นต้องหันไปพึ่งพาผู้ผลิตจากประเทศอื่น แต่การส่งออกของแคนาดาจะไม่ได้ผลประโยชน์มากนัก เนื่องจากเนื้อวัวของแคนาดาเป็นเนื้อวัวเลี้ยงด้วยธัญพืช







