
เยอรมนี-ญี่ปุ่นร่วมดันFTA
เยอรมนีผนึกพันธมิตรญี่ปุ่น เมินกระแสปกป้องการค้า-ต้านโลกาภิวัตน์ หันผลักดันเอฟทีเอใหม่นายกรัฐมนตรี อังเกลา แมร์เกิล ของเยอรมนี และนายกรัฐมนตรี ชินโสะ อาเบะ ของญี่ปุ่น ประสานเสียงเรียกร้องให้สหภาพยุโรป (อียู) ลงนามข้อตกลงเขตการค้าเสรี (เอฟทีเอ) ระหว่างอียู-ญี่ปุ่น หลังจากที่เจรจากันมานานเกือบ 4 ปี เพื่อผลักดันการค้าอาเบะ กล่าวที่งานแสดงเทคโนโลยีซีบิทในเยอรมนี ว่า ญี่ปุ่นและเยอรมนีซึ่งต่างก็ให้คุณค่าในเรื่องเสรีภาพ สิทธิมนุษยชน และเคารพในหลักการประชาธิปไตย ควรร่วมมือกันและผ่านความตกลงเอฟทีเอออกมา เพื่อตอกย้ำถึงการยึดมั่นดังกล่าวขณะที่ แมร์เกิล กล่าวว่า อียูควรพิจารณาข้อตกลงโดยเร็ว หลังจากที่ติดอุปสรรคล่าช้าตลอดหลายปีที่ผ่านมา“เยอรมนีพร้อมที่จะเป็นมอเตอร์ขับเคลื่อนข้อตกลงนี้ โดยเป็นสัญญาณว่าเราต้องการตลาดเปิดและเสรี” แมร์เกิล กล่าวทั้งนี้ การเจรจาเอฟทีเออียู-ญี่ปุ่น ซึ่งเริ่มขึ้นในเดือน มี.ค. 2013 ยังมีปัญหาความไม่ลงรอยในหลายด้าน อาทิ สินค้าในกลุ่มรถยนต์ญี่ปุ่น และสินค้าในกลุ่มอาหารจากยุโรป ขณะที่ญี่ปุ่นเป็นประเทศคู่ค้าใหญ่สุดอันดับ 6 ของอียู โดยมีมูลค่าการค้าในปีที่ผ่านมาราว 1.245 แสนล้านยูโร (ราว 4
เยอรมนีผนึกพันธมิตรญี่ปุ่น เมินกระแสปกป้องการค้า-ต้านโลกาภิวัตน์ หันผลักดันเอฟทีเอใหม่
นายกรัฐมนตรี อังเกลา แมร์เกิล ของเยอรมนี และนายกรัฐมนตรี ชินโสะ อาเบะ ของญี่ปุ่น ประสานเสียงเรียกร้องให้สหภาพยุโรป (อียู) ลงนามข้อตกลงเขตการค้าเสรี (เอฟทีเอ) ระหว่างอียู-ญี่ปุ่น หลังจากที่เจรจากันมานานเกือบ 4 ปี เพื่อผลักดันการค้า
อาเบะ กล่าวที่งานแสดงเทคโนโลยีซีบิทในเยอรมนี ว่า ญี่ปุ่นและเยอรมนีซึ่งต่างก็ให้คุณค่าในเรื่องเสรีภาพ สิทธิมนุษยชน และเคารพในหลักการประชาธิปไตย ควรร่วมมือกันและผ่านความตกลงเอฟทีเอออกมา เพื่อตอกย้ำถึงการยึดมั่นดังกล่าว
ขณะที่ แมร์เกิล กล่าวว่า อียูควรพิจารณาข้อตกลงโดยเร็ว หลังจากที่ติดอุปสรรคล่าช้าตลอดหลายปีที่ผ่านมา
“เยอรมนีพร้อมที่จะเป็นมอเตอร์ขับเคลื่อนข้อตกลงนี้ โดยเป็นสัญญาณว่าเราต้องการตลาดเปิดและเสรี” แมร์เกิล กล่าว
ทั้งนี้ การเจรจาเอฟทีเออียู-ญี่ปุ่น ซึ่งเริ่มขึ้นในเดือน มี.ค. 2013 ยังมีปัญหาความไม่ลงรอยในหลายด้าน อาทิ สินค้าในกลุ่มรถยนต์ญี่ปุ่น และสินค้าในกลุ่มอาหารจากยุโรป ขณะที่ญี่ปุ่นเป็นประเทศคู่ค้าใหญ่สุดอันดับ 6 ของอียู โดยมีมูลค่าการค้าในปีที่ผ่านมาราว 1.245 แสนล้านยูโร (ราว 4.64 ล้านล้านบาท)
อย่างไรก็ตาม การร่วมผลักดันในครั้งนี้ยังมีขึ้นในขณะที่บรรยากาศของการค้าเสรีโลกอยู่ในภาวะที่อึมครึมจากนโยบายต่อต้านโลกาภิวัตน์ที่นำโดยสหรัฐ ซึ่งถอนตัวจากความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (ทีพีพี) และทบทวนข้อตกลงร่วมมือทางเศรษฐกิจอเมริกาเหนือ (นาฟตา) เช่นเดียวกับสหราชอาณาจักรที่กำลังเจรจาถอนตัวออกจากอียู หรือเบร็กซิต
ขณะที่สถานการณ์การค้าโลกยังตึงเครียดหลังจากที่สหรัฐยังกล่าวโจมตีญี่ปุ่นว่า กดค่าเงินเยนให้ต่ำลงเพื่อสร้างความได้เปรียบทางการส่งออก ซึ่งญี่ปุ่นปฏิเสธ ขณะที่ ปีเตอร์ นาวาร์โร ประธานสภาการค้าแห่งชาติสหรัฐ ยังกล่าวโจมตีเยอรมนีในประเด็นเดียวกัน
ทางด้านอังกฤษซึ่งเพิ่งผ่านกฎหมายเพื่อเปิดทางให้เริ่มเจรจาถอนตัวจากอียูนั้น ล่าสุดโฆษกของนายกรัฐมนตรี เทเรซา เมย์ กล่าวว่า อังกฤษจะเริ่มการใช้มาตรา 50 ของสนธิสัญญาลิสบอน เพื่อเริ่มเจรจาการถอนตัวจากการเป็นสมาชิกอียู ในวันที่ 29 มี.ค.นี้ โดยได้แจ้งไปยังสำนักงานประธานกรรมาธิการยุโรปของโดนัลด์ ทัสก์ แล้ว โดยกระบวนการเจรจามีกรอบระยะเวลาราว 2 ปี หลังจากเริ่มต้นอย่างเป็นทางการ







