posttoday
‘เมดอินไชน่า 2025’ สะเทือนเอกชนต่างชาติ

‘เมดอินไชน่า 2025’ สะเทือนเอกชนต่างชาติ

20 มีนาคม 2560

การเดินหน้าสู่อุตสาหกรรมยุคใหม่ของจีนเริ่มเป็นรูปเป็นร่างมากยิ่งขึ้น เมื่อกระทรวงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศของจีน

โดย...ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์

การเดินหน้าสู่อุตสาหกรรมยุคใหม่ของจีนเริ่มเป็นรูปเป็นร่างมากยิ่งขึ้น เมื่อกระทรวงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศของจีน เปิดเผยว่า แนวทางปฏิบัติของแผน “เมดอินไชน่า 2025” ซึ่งเปรียบเหมือนแผนอุตสาหกรรม 4.0 เวอร์ชั่นจีน เสร็จสมบูรณ์แล้วเมื่อเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา โดยแผนการดังกล่าวมุ่งใช้นวัตกรรมยกเครื่องภาคอุตสาหกรรมเพื่อเปลี่ยนจีนสู่แหล่งผลิตสินค้าคุณภาพสูง จากเดิมที่เน้นผลิตสินค้าปริมาณมากเป็นหลัก

แผนเมดอินไชน่า 2025 ได้รับการเปิดเผยครั้งแรกเมื่อปี 2015 ซึ่งให้ความสำคัญกับการพัฒนา 10 ภาคอุตสาหกรรมเกิดใหม่ เช่น อุตสาหกรรมหุ่นยนต์ อินเทอร์เน็ต ออฟ ธิงส์ (ไอโอที) พลังงานหมุนเวียน และชีวการแพทย์

ในการประชุมสภาประชาชนจีนเมื่อต้นเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรี หลี่เค่อเฉียง กล่าวถึงแผนการดังกล่าวด้วยเช่นกัน ระบุว่า การพัฒนาการผลิตอัจฉริยะคือหัวใจของแผนการเมดอินไชน่า 2025 โดยจีนตั้งเป้าเพิ่มปริมาณการผลิตวัตถุดิบที่ใช้ในภาคอุตสาหกรรมต่างๆ ในประเทศขึ้นเป็น 40% ภายในปี 2020 และ 70% ภายในปี 2025 โดยในปัจจุบันจีนยังต้องพึ่งพาการผลิตวัตถุดิบดังกล่าวจากต่างชาติถึงราว 50% ขณะที่ในการผลิตอุปกรณ์เครื่องจักรและระบบการควบคุมด้านเทคโนโลยีขั้นสูงนั้น มาจากต่างชาติเกือบทั้งหมด

นอกจากนี้ ภายใต้แผนเมดอินไชน่า 2025 จีนจะเดินหน้าสร้างเขตนำร่องการผลิตอัจฉริยะทั่วประเทศ รวมถึงผลักดันให้กรุงปักกิ่งและนครเซี่ยงไฮ้กลายเป็นศูนย์กลางด้านการวิจัยและการพัฒนาระดับโลก ขณะที่รัฐบาลจะเดินหน้าสร้างศูนย์นวัตกรรมการผลิตแห่งชาติเพิ่มขึ้นเป็น 15 แห่งทั่วประเทศภายในปี 2020 และ 40 แห่ง ภายในปี 2025 เพื่อช่วยเหลือภาคการผลิตพัฒนาเทคโนโลยี และสร้างสรรค์วัตถุดิบในการผลิตรูปแบบใหม่ โดยรัฐบาลจะร่วมลงทุนในศูนย์นวัตกรรมดังกล่าว และระดมทุนเพิ่มเติมจากภาคเอกชน อย่างไรก็ดีรัฐบาลจะไม่เปิดให้ต่างชาติเข้ามาลงทุนหรือมีส่วนร่วมในศูนย์นวัตกรรม จากความวิตกเรื่องความมั่นคงและความปลอดภัย

ในปี 2016 ที่ผ่านมา จีนมีความก้าวหน้าอย่างเห็นได้ชัดในด้านการวิจัยและการพัฒนา โดย หลี่ เปิดเผยว่า การใช้จ่ายในด้านดังกล่าวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 2.08% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) จากสัดส่วนไม่ถึง 1% ในปี 2015 โดยจำนวนการยื่นจดสิทธิบัตรในจีนสูงเกิน 1 ล้านฉบับแล้ว

เอกชนต่างชาติหวั่นโดนกีดกัน

หลังการเปิดเผยรายละเอียดแผนเมดอินไชน่า 2025 หอการค้ายุโรปในจีน แสดงความวิตกว่าเอกชนต่างชาติมีแนวโน้มโดนจีนกีดกันทางธุรกิจมากกว่าเดิม เนื่องจากจีนจะหันไปสนับสนุนภาคอุตสาหกรรมในประเทศมากยิ่งขึ้น

โจเออร์ก วุตต์กี ประธานหอการค้ายุโรป กล่าวว่า ในปัจจุบันเอกชนต่างชาติจำนวนมากถูกกดดันให้ต้องถ่ายโอนเทคโนโลยีขั้นสูงให้จีน เพื่อแลกกับการเข้าไปทำธุรกิจในประเทศ ซึ่งแม้เมื่อทำเช่นนั้นแล้ว เอกชนยังถูกจำกัดสิทธิในการจำหน่ายสินค้าในจีน และขอเข้าร่วมโครงการลงทุนกับรัฐบาล

“แผนการเช่นนี้ของรัฐบาลจีน จึงทำให้หลายฝ่ายตั้งคำถามเกี่ยวกับความไม่เท่าเทียมกันมากยิ่งขึ้น” วุตต์กี กล่าว

หอการค้ายุโรปยังเปิดเผยว่า การลงทุนของเอกชนยุโรปในจีนลดลง 23% อยู่ที่ 8,000 ล้านยูโร (ราว 2.99 แสนล้านบาท) ในปี 2016 จาก 1 หมื่นล้านยูโร (ราว 3.74 แสนล้านบาท) เมื่อปีก่อนหน้านี้ ขณะที่การลงทุนของเอกชนจีนในยุโรปในปีที่แล้วพุ่งขึ้น 77% อยู่ที่ 3.5 หมื่นล้านยูโร (ราว 1.12 ล้านล้านบาท) จากปีก่อนหน้า

ด้าน เมี่ยวเว่ย รัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรมของจีน ชี้แจงหลังหอการค้ายุโรปเปิดเผยดังกล่าวว่า แผนเมดอินไชน่า 2025 ไม่ได้กีดกันเอกชนต่างชาติเข้ามาทำธุรกิจในประเทศ โดยแผนดังกล่าวแค่ต้องการป้องกันบริษัทบางแห่งอาศัยช่องโหว่ด้านนโยบายมาเอาเปรียบจีนเท่านั้น พร้อมย้ำจุดยืนว่า จีนเปิดกว้างรับการลงทุนจากเอกชนต่างชาติ โดยบริษัทที่เข้ามาทำธุรกิจจะได้รับการปฏิบัติที่เท่าเทียมกับบริษัทสัญชาติจีน

อย่างไรก็ดี หลังถ้อยแถลงของเมี่ยวเว่ย หอการค้าสหรัฐออกรายงานโจมตีแผนการดังกล่าว โดยระบุว่า แผนเมดอินไชน่า 2025 ยิ่งตอกย้ำว่า รัฐบาลจีนตั้งใจปรับเปลี่ยนระบบการกำกับดูแลให้เป็นประโยชน์ต่อบริษัทจีนมากกว่าบริษัทต่างชาติ

“ประเด็นสำคัญที่สุดคือ อุตสาหกรรม 10 ภาคส่วนมีแนวโน้มได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐบาลหลายร้อยล้านหยวนในอีกไม่กี่ปีข้างหน้านี้ ซึ่งจะทำลายการแข่งขันภาคธุรกิจทั้งในตลาดจีนและตลาดโลก เนื่องจากเงินดังกล่าวไม่ได้นำไปใช้ลงทุนพัฒนานวัตกรรมในจีนเพียงอย่างเดียว แต่ใช้ซื้อเทคโนโลยีจากต่างชาติด้วย” หอการค้าสหรัฐ ระบุ

ขณะเดียวกัน สถาบันนวัตกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศ (ไอทีไอเอฟ) ของสหรัฐ เรียกร้องให้สหรัฐร่วมมือกับนานาประเทศ เช่น ออสเตรเลีย แคนาดา เยอรมนี ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และประเทศยุโรป กดดันจีนให้ปรับเปลี่ยนแผนเมดอินไชน่า 2025 เนื่องจากแผนดังกล่าวเป็นชาตินิยมทางเศรษฐกิจ ซึ่งจะคุกคามระบบการค้าและเศรษฐกิจทั่วโลก

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69