posttoday
โลกระบม ภัยพิบัติกระหน่ำต่อเนื่อง กัวเตมาลาดินถล่มฝังหน่วยกู้ชีพ

โลกระบม ภัยพิบัติกระหน่ำต่อเนื่อง กัวเตมาลาดินถล่มฝังหน่วยกู้ชีพ

07 กันยายน 2553

ภัยธรรมชาติยังเล่นงานมนุษย์ไม่หยุด แผ่นดินถล่มในกัวเตมาลาคร่าเกือบครึ่งร้อย ขณะที่ออสเตรเลียเผชิญอุทกภัยครั้งร้ายแรงที่สุดในรอบทศวรรษ

ภัยธรรมชาติยังเล่นงานมนุษย์ไม่หยุด แผ่นดินถล่มในกัวเตมาลาคร่าเกือบครึ่งร้อย ขณะที่ออสเตรเลียเผชิญอุทกภัยครั้งร้ายแรงที่สุดในรอบทศวรรษ

 

โลกระบม ภัยพิบัติกระหน่ำต่อเนื่อง กัวเตมาลาดินถล่มฝังหน่วยกู้ชีพ

ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่งผลให้เกิดดินถล่มขึ้นในหลายพื้นที่ของกัวเตมาลาอย่างรุนแรง ส่งผลให้เบื้องต้นมีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 38 คน และสูญหายกว่า 20 คน

รายงานระบุด้วยว่า ดินยังได้ถล่มใส่หน่วยกู้ภัยที่จะเข้าไปให้ความช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยอีกด้วย เนื่องจากฝนได้ตกซ้ำลงมาทำให้ดินทรุดตัวและถล่มลงครั้งที่ 2 อย่างไม่คาดฝัน และได้ฝังร่างของเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยเอาไว้ใต้ดินจำนวนหนึ่ง

“ใต้ดินนั้นมีรถบัส ซึ่งบรรทุกผู้โดยสารไม่ทราบจำนวน และมีเจ้าหน้าที่ผู้ให้ความช่วยเหลือเหยื่อผู้ประสบภัยจากเหตุดินถล่มระลอกแรกติดอยู่ด้วย” พ.ต.ออตโต มาซาเรียโกส หัวหน้าหน่วยดับเพลิง ระบุ

ประธานาธิบดี อัลบาโร โกลอม ผู้นำกัวเตมาลา ได้ประกาศให้ภัยพิบัติในครั้งนี้เป็นโศกนาฏกรรมแห่งชาติ ท่ามกลางความวิตกกังวลของหลายฝ่ายว่าตัวเลขผู้สูญหายและเสียชีวิตจะเพิ่มสูงขึ้นอีก

“ภารกิจที่มีความสำคัญเป็นอันดับแรกสุดในขณะนี้ก็คือการรับมือกับสถานการณ์เร่งด่วนฉุกเฉิน” ประธานาธิบดีกัวเตมาลา กล่าวระหว่างเดินทางไปยังสถานที่ ซึ่งเกรงว่าชาวกัวเตมาลากว่า 40 คน จะถูกฝังทั้งเป็น

“เพียงแค่ช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาสัปดาห์เดียว เราก็ได้เห็นความเสียหายเทียบเท่ากับเมื่อครั้งที่เราประสบกับเฮอริเคนกาธาเมื่อปีที่แล้ว”

ด้านศูนย์ประสานงานเพื่อบรรเทาภัยพิบัติแห่งชาติของกัวเตมาลา รายงานว่า ภัยพิบัติในครั้งนี้ได้ทำให้เกิดแผ่นดินถล่ม กำแพงถล่ม และโคลนถล่ม รวมแล้วกว่า 200 แห่งทั่วประเทศ โดยพื้นที่ใน 3 เขตทางตอนใต้ของประเทศ ได้แก่ เอสคูอินตลา เรตาลูเลอู และซูชิเตเปเกซ ถูกประกาศให้เป็นพื้นที่สีแดงเรียบร้อยแล้ว

 

โลกระบม ภัยพิบัติกระหน่ำต่อเนื่อง กัวเตมาลาดินถล่มฝังหน่วยกู้ชีพ

“ถนนในเขตพื้นที่ดังกล่าวถูกประกาศห้ามใช้สำหรับการสัญจรไปมาแล้ว และจะยังไม่กลับไปเปิดใช้จนกว่าเราจะแน่ใจได้ว่าจะไม่มีเหตุร้ายแรงเกิดขึ้นซ้ำอีก” กิลเยร์โม คาสติลโย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการสื่อสาร โครงสร้างพื้นฐาน และที่อยู่อาศัยของกัวเตมาลา ระบุ อีกทั้งฝนที่ยังตกลงมาอย่างหนักเป็นอุปสรรคต่อการทำงานของเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยเป็นอย่างมาก

ดาบิด เด เลออน โฆษกของศูนย์รับมือภัยพิบัติแห่งชาติ ระบุว่า ฝนที่ตกลงมาตั้งแต่เมื่อบ่ายวันอาทิตย์ทำให้เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยไม่สามารถเข้าไปให้ความช่วยเหลือเหยื่อผู้ประสบภัยได้ และต้องหยุดการปฏิบัติภารกิจเอาไว้ชั่วคราว เจ้าหน้าที่เพิ่งสามารถกลับมาปฏิบัติหน้าที่ได้อีกครั้งเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา

จากการประเมินในเบื้องต้น พิบัติภัยในครั้งนี้ได้ทำให้ชาวกัวเตมาลาจำนวน 11,686 คน ต้องถูกอพยพออกจากที่พักอาศัย และบ้านเรือนของประชาชนกว่า 4 หมื่นคนทั่วประเทศต้องถูกทำลาย ขณะที่ประธานาธิบดี โกลอม ผู้นำกัวเตมาลา ประเมินว่าเหตุแผ่นดินถล่มในครั้งนี้สร้างความเสียหายประมาณ 500 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1.55 หมื่นล้านบาท)

ขณะที่กัวเตมาลาเผชิญกับพิบัติภัยจากแผ่นดินถล่ม ทางด้านออสเตรเลียก็ต้องประสบกับเหตุอุทกภัยครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 10 ปี ซึ่งขณะนี้ทางการต้องประกาศอพยพประชาชนหลายหมื่นคนออกจากที่พักอาศัยแล้ว

ระดับน้ำในแม่น้ำทางตอนใต้ของประเทศออสเตรเลียที่เพิ่มสูงขึ้นตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ผ่านมา ได้เอ่อเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนกว่า 300 หลังคาเรือน ทำให้เกิดแผ่นดินถล่ม และสายไฟฟ้าถูกตัดขาด

ด้านโฆษกหน่วยฉุกเฉินของออสเตรเลีย ระบุว่า ขณะนี้ประชาชนกว่า 5.3 หมื่นคน ได้รับการประกาศเตือนให้อพยพออกจากที่พักอาศัยแล้ว ทั้งนี้ยังระบุด้วยว่า ตลอดระยะเวลาที่เกิดเหตุอุทกภัยมีประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม หรือติดอยู่ในที่พักอาศัย แจ้งขอความช่วยเหลือเข้ามากว่า 4,000 ราย

“เราหวังว่าหลังจากวันพรุ่งนี้เป็นต้นไป สถานการณ์น่าจะฟื้นตัวกลับสู่ภาวะปกติ อย่างไรก็ตาม ก็ขึ้นอยู่กับสภาพภูมิอากาศในช่วงตลอดทั้งสัปดาห์นี้” โฆษกหน่วยฉุกเฉิน ระบุ

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ระบุว่า อาจต้องอาศัยระยะเวลาอีกหลายวันเพื่อที่จะระบายน้ำ และอาจส่งผลกระทบต่อเมืองที่ตั้งอยู่ทางตอนใต้

“ในขณะที่น้ำถูกระบายไหลลงสู่ชุมชนทางตอนใต้ พวกเขาก็จะต้องเตรียมพร้อมรับมือต่อผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากน้ำนั้น” สตีเฟน วอร์เรน หัวหน้าหน่วยฉุกเฉินของออสเตรเลีย กล่าวกับสำนักข่าวเอบีซี

แอนโทนี กริฟฟิทส์ ผู้ว่าการเมืองนอร์ทเทิร์น วิกตอเรีย ระบุว่า เหตุอุทกภัยในครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ร้ายแรงที่สุดในรอบกว่า 10 ปี โดยระดับความรุนแรงเทียบได้กับเหตุอุทกภัยที่เคยเกิดขึ้นเมื่อปี 2546

สำหรับสถานการณ์ในเมืองไครสต์เชิร์ช ประเทศนิวซีแลนด์ ภายหลังผ่านพ้นเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมานั้น รัฐบาลก็ได้ขยายระยะเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินออกไปอีก ทั้งนี้ประเมินด้วยว่าแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นจะส่งผลเสียต่อเศรษฐกิจซึ่งกำลังอยู่ในภาวะฟื้นตัวของนิวซีแลนด์

“การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินจะขยายไปจนถึงเที่ยงวันของวันพุธนี้” โฆษกของกระทรวงกลาโหม กล่าวกับเอเอฟพี

ในหลายพื้นที่ยังถูกประกาศให้เป็นพื้นที่อันตราย เนื่องจากเกรงว่าประชาชนจะได้รับอันตรายจากเศษอิฐ ปูน และกระจก ขณะที่ศาลของนิวซีแลนด์ก็ประกาศว่าจะเอาผิดกับผู้ที่ก่อเหตุลักขโมยทรัพย์สินของผู้อื่นซึ่งระบาดมากในขณะนี้ด้วยโทษสถานหนัก

ด้านนายกรัฐมนตรี จอห์น คีย์ ผู้นำนิวซีแลนด์ ระบุว่า แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นจะส่งผลกระทบเชิงลบต่อการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของนิวซีแลนด์ในระยะสั้น ทว่าผลเสียที่เกิดขึ้นนั้นอาจจะมากกว่าผลจากมาตรการกระตุ้นของรัฐบาล

“รัฐบาลมีแผนจะสนับสนุนเงินปรับปรุงและฟื้นฟูระบบส่งน้ำ ท่อระบายน้ำ ถนน ตลอดจนโครงสร้างพื้นฐานอื่นๆ ซึ่งคิดเป็นมูลค่าหลายร้อยล้านเหรียญ” นายกรัฐมนตรี คีย์ ระบุ

นักเศรษฐศาสตร์ก็แสดงความคิดเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่า เหตุแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นจะทำให้เศรษฐกิจของนิวซีแลนด์ชะลอตัวไปอีกสักระยะ

“ผมคิดว่าในช่วง 3 เดือนต่อจากนี้ ประชาชนจะระมัดระวังการใช้เงินมากขึ้น สิ่งที่เราจะได้เห็นในอนาคตอันใกล้นี้ก็คือการเจริญเติบโตในเชิงลบ” คาเมรอน บากรีย์ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของธนาคารเอเอ็นแซด ระบุ

 

ข่าวล่าสุด

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน