
จีนยังคงขายพวงกุญแจสัตว์เป็นของที่ระลึก
พวงกุญแจที่บรรจุสัตว์เป็นๆยังคงพบวางขายตามแหล่งท่องเที่ยวในเมืองเซี่ยเหมิน ท่ามกลางเสียงประณามจากหลายฝ่าย
พวงกุญแจที่บรรจุสัตว์เป็นๆยังคงพบวางขายตามแหล่งท่องเที่ยวในเมืองเซี่ยเหมิน ท่ามกลางเสียงประณามจากหลายฝ่าย
พวงกุญแจบรรจุสัตว์หลากหลายชนิดที่ยังคงมีชีวิตถูกพบวางขายอยู่ตามท้องถนนของเมืองเซี่ยเหมิน ประเทศจีน ในฐานะของที่ระลึกแก่บรรดานักท่องเที่ยว แม้จะผิดกฏหมายก็ตาม
สำนักข่าว The Star Online ลงพื้นที่เดินสำรวจตามท้องถนนของย่านท่องเที่ยว สินค้าของฝากที่ทำให้ใครหลายคนต้องตั้งคำถามนี้มีชื่อว่า "Pet Key Chains" หรือพวงกุญแจสัตว์เลี้ยง สนนราคาอยู่ที่พวงละ 15 - 20 หยวน หรือคิดเป็นเงินไทยราว 75 - 100 บาทเท่านั้น
ในจำนวนนี้ลูกค้าสามารถเลือกได้ว่าต้องการสัตว์ชนิดใดไปห้อยกระเป๋าเล่น โดยมีตั้งแต่ลูกเต่าตัวน้อย ปลา ไปจนถึงซาลานมาเดอร์ ทั้งหมดถูกแพ็คใส่อยู่ในถุงพลาสติกขนาดเล็ก พร้อมน้ำสีสันสดใส และอากาศจำนวนหนึ่ง พร้อมด้วยเม็ดอาหารก้อนโต 1 เม็ด
สัตว์ทั้งหลายอาศัยอยู่ในพื้นที่จำกัด ที่ไม่เอื้อให้พวกมันขยับตัวได้มากนัก และตะขอที่แนบมากับส่วนด้านบนของพวงกุญแจ ลูกค้าสามารถนำสินค้านี้ไปห้อยกับพวงกุญแจ กระเป๋า หรือโทรศัพท์มือถือได้ตามใจต้องการ
ด้านผู้ขายกล่าวว่า สัตว์พวกนี้จะมีชีวิตอยู่ได้นาน 3 เดือน โดยไม่จำเป็นต้องให้อาหารใดๆ แต่ศาสตราจารย์ด้านสิ่งแวดล้อม Sam Walton กล่าวว่า ปริมาณออกซิเจน และอาหารที่มีจำกัดจะฆ่าพวกมันในระยะเวลาไม่นาน
"ออกซิเจนที่มีไม่เพียงพอ และปริมาณอาหารที่มีจำกัด รวมไปถึงของเสียที่พวกมันขับออกมาจะฆ่าพวกมันเอง" ศาสตราจารย์ Walton จากมหาวิทยาลัย Malaysia Terengganu กล่าว "ยิ่งโดยเฉพาะสัตว์น้ำที่มีความอ่อนไหวต่อความผันผวนของอุณหภูมิ การอาศัยอยู่ในถุงเช่นนี้ไม่ต่างจากก๊าซเรือนกระจก นอกจากนั้นการสั่นสะเทือนไปมาขณะผู้ซื้อนำมันไปห้อยกับกระเป๋า ก็จะฆ่ามันเช่นกัน"
ภาพถ่ายของพวงกุญแจสัตว์ที่ยังคงมีชีวิตเคยกลายเป็นไวรัล และสร้างเสียงวิจารณ์ไปทั่วโลก เมื่อปรากขึ้นครั้งแรกในปี 2011 บรรดานักสิ่งแวดล้อมพากันออกมาเรียกร้องสิทธิปกป้อง และคุ้มครองสัตว์เหล่านี้ รวมไปถึงการสร้างแคมเปญบนโลกออนไลน์ ให้รัฐบาลจีนออกคำสั่งห้ามการขายสินค้าดังกล่าว
ทั้งนี้รายงานจากสำนักข่าว South China Morning Post ร่างกฏหมายแรกที่มีขึ้นเพื่อปกป้องสัตว์มีขึ้นในเดือนกันยายน ปี 2009 แต่นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาร่างกฏหมายดังกล่าวยังคงไม่มีการปรับปรุงใดๆ อย่างไรก็ตามตลอดหลายปีที่ผ่านมามีการเคลื่อนไหวจากหลายองค์กรเพื่อช่วยเหลือบรรดาสุนัข และแมวในจีนมากขึ้น







