
ทรัมป์กล่าวโจมตีสื่อระหว่างปราศรัยในฟลอริดา
ประธานาธิบดีสหรัฐกล่าวโจมตีสื่อหลายสำนักว่ารายงานข่าวเท็จเกี่ยวกับตัวเขา และนำเสนอในมุมมองของตนเอง
ประธานาธิบดีสหรัฐกล่าวโจมตีสื่อหลายสำนักว่ารายงานข่าวเท็จเกี่ยวกับตัวเขา และนำเสนอในมุมมองของตนเอง
โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐกล่าวโจมตีสื่ออีกครั้ง ในระหว่างการปราศรัยที่ฟลอริดา ท่ามกลางฝูงชนจำนวนมากที่เดินทางมาสนับสนุนเขาว่า หลายสำนักข่าวอเมริกันนั้นไม่ได้นำเสนอความจริง แต่นำเสนอมุมมองของตนเอง
และทรัมป์ยังระบุด้วยว่าเป้าหมาย และความสำเร็จในการทำหน้าที่ของประธานาธิบดีสหรัฐของเขานั้นยังอีกห่างไกล พร้อมยืนยันถึงความตั้งใจ และการมองโลกในแง่ดีของเขาที่จะช่วยทำความสะอาดประเทศนี้อีกครั้ง
ในระหว่างการกล่าวปราศรัย ทรัมป์กล่าวว่าตัวเขาต้องการที่จะพูดกับชาวอเมริกันอย่างแท้จริง ไม่ใช่ผ่านข่าวปลอมๆที่ถูกเขียนขึ้น พร้อมบรรยายว่าสื่อสารมวลชนในปัจจุบันนั้นทำตัวไม่น่าไว้วางใจ และไม่รายงานความจริงเกี่ยวกับตัวเขา
ส่วนในประเด็นอื่นๆนั้นทรัมป์ยืนยันที่จะทำให้อเมริกาปลอดภัย และประเทศนี้ยังคงต้องการกำแพงที่แข็งแกร่ง ด้านประเด็นสุขภาพทรัมป์ระบุเขามีแผนใหม่สำหรับระบบประกันสุขภาพที่ดีขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องใช้นโยบายเดิมของโอบามา
นอกจากนั้นยังระบุว่าการบริหารงานในทำเนียบขาวของเขาขณะนี้กำลังดำเนินการไปอย่างราบรื่น รวมทั้งกล่าวถึงการพัฒนาแผนจัดการกับกลุ่มก่อการร้ายอิสลาม และให้คำมั่นว่าสร้างงานให้ชาวอเมริกันมากขึ้น รวมถึงการปฏิรูปกองกำลังทหารสหรัฐเช่นกัน
เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ทรัมป์ก็เพิ่งจะกล่าวโจมตีสื่อไป ในระหว่างการแถลงข่าวนาน 76 นาที ว่าสื่อมวลชนกำลังสร้างข่าวเท็จว่าทีมงานของเขานั้นทำการเจรจาติดต่อกับรัสเซีย
กรณีดังกล่าวเกิดขึ้นหลังไมเคิล ฟลินน์ ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติของเขาถูกบีบให้ลาออกจากตำแหน่ง หลังมีรายงานเปิดโปงบนสนทนาทางโทรศัพท์ของเขากับทูตรัสเซียประจำสหรัฐ ในประเด็นการคว่ำบาตรรัสเซีย ในช่วงก่อนการเลือกตั้ง เมื่อเดือนพฤศจิกายน ปีที่ผ่านมา ซึ่งทรัมป์ออกมาปฏิเสธว่ารายงานดังกล่าวนั้น เป็นข่าวลวง
และสำหรับการสัมภาษณ์ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติคนใหม่แทนที่ฟลินน์ จะเกิดขึ้นในวันอาทิตย์ที่จะถึงนี้ ขณะนี้มีจำนวนผู้สมัคร 4 คนได้แก่ Keith Kellogg อดีตนายทหารสหรัฐที่ปัจจุบันดำรงตำแหน่งเป็นรักษาการที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติ, John Bolton อดีตทูตสหรัฐประจำสหประชาชาติ, พลโท HR McMaster และพลโท Robert Caslen







