posttoday
ไม่ใช่แค่ทรัมป์! สหรัฐเคยแบนผู้อพยพมาแล้ว 6 ครั้ง

ไม่ใช่แค่ทรัมป์! สหรัฐเคยแบนผู้อพยพมาแล้ว 6 ครั้ง

31 มกราคม 2560

นโยบายการแบนชาวมุสลิม หรือพลเมืองที่ถูกเจาะจงจากชาติใดชาติหนึ่งเป็นพิเศษนั้น ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นเป็นครั้งแรกในสหรัฐอเมริกา

นโยบายการแบนชาวมุสลิม หรือพลเมืองที่ถูกเจาะจงจากชาติใดชาติหนึ่งเป็นพิเศษนั้น ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นเป็นครั้งแรกในสหรัฐอเมริกา

เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีทรัมป์ได้ลงนามในคำสั่งพิเศษ ห้ามประชาชนจาก 7 ประเทศมุสลิมได้แก่ อิรัก, ซีเรีย, อิหร่าน, ซูดาน, ลิเบีย, โซมาเลีย และเยเมน เข้าประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นเวลาอย่างน้อย 90 วัน นอกจากนั้นยังยุติการรับผู้อพยพจากซีเรีย เป็นเวลาอีกถึง 120 วัน

คำสั่งดังกล่าวสร้างเสียงต่อต้านจากผู้ไม่เห็นด้วยจำนวนมาก ชาวมุสลิม ผู้อพยพ และผู้สนับสนุนพากันชุมนุมประท้วงในหลายพื้นที่ หลายสนามบินของสหรัฐเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวชาวมุสลิมที่ถูกกักตัว หลายบริษัทเรียกพนักงานชาวต่างชาติของตนกลับ เช่นกูเกิล เป็นต้น

แต่ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นนี้ ไม่ได้เป็นครั้งแรกของสหรัฐ ตลอด 200 ปีที่ผ่านมา ประธานาธิบดีสหรัฐได้วางข้อจำกัดในการตรวจคนเข้าเมือง และนี่คือ 6 ตัวอย่างที่กฏหมายจำกัดคนเข้าเมือง ซึ่งเฉพาะเจาะจง และเลือกปฏิบัติกับผู้คนบางกลุ่มนั้น ผ่านความเห็นชอบ และถูกดำเนินเป็นกฏหมายจริงๆ

 

แบนชาวจีน โดย ประธานาธิบดี Chester A, Arthur. ลงนามเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 1882

กฏหมายแบนชาวจีนนั้นครอบคลุมถึงแรงงานชาวจีนที่มีฝีมือ และไร้ฝีมือ รวมไปถึงคนงานเหมืองจากจีนด้วย ห้ามเข้าสหรัฐเป็นเวลา 10 ปี นับเป็นกฏหมายแรกของการจัดการตรวจคนเข้าเมืองที่เข้มงวด อันเป็นผลมาจากการที่ชาวอเมริกันต้องเผชิญกับภาวะว่างงานสูง

นอกจากนั้นกฏหมายยังกระทบไปถึงบรรดาชาวจีนที่อาศัยอยู่ในสหรัฐด้วย ชาวจีนต้องซื้อเอกสารรับรองหากเดินทางออกนอกประเทศ และต้องการกลับมาอีกครั้ง และพวกเขายังไม่ได้รับสิทธิพลเมืองอีกด้วย

กฏหมายถูกกำหนดให้สิ้นสุดในปี 1892 แต่ได้รับการขยายเวลาออกไปอีก 10 ปี ซึ่งวางข้อจำกัดเพิ่มเติมแก่ชาวจีนที่อาศัยในสหรัฐ ต้องลงทะเบียนและมีเอกสารรับรอง ไม่เช่นนั้นจะถูกเนรเทศ

 

แบนผู้อพยพชาวยิว ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 โดย ประธานาธิบดี Franklin D. Roosevelt.

ไม่ใช่แค่ทรัมป์! สหรัฐเคยแบนผู้อพยพมาแล้ว 6 ครั้ง

ผู้คนจำนวนหลายล้านคนต้องกลายเป็นผู้อพยพ จากสงครามโลกครั้งที่ 2 ประธานาธิบดีสหรัฐเตือนว่าปัญหาผู้อพยพส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ นอกจากนั้นยังมีความหวาดกลัวว่าสายลับของนาซี อาจแฝงตัวเข้ามาพร้อมกับผู้อพยพ รัฐบาลสหรัฐจึงได้จำกัดจำนวนผู้อพยพชาวยิว จากเยอรมนีเพียง 26,000 คนต่อปี ซึ่งในความเป็นจริง จำนวนที่รับจริงๆนั้นมีเพียงร้อยละ 25 จากตัวเลขที่กำหนดไว้เท่านั้น

กรณีเลวร้ายที่เกิดขึ้นคือ ในปี 1939 สหรัฐปฏิเสธรับผู้อพยพจำนวน 937 คน จากเรือเดินสมุทร St Louis ซึ่งผู้โดยสารส่วนใหญ่เป็นชาวยิว เรือลำดังกล่าวถูกบังคับให้เดินทางกลับยุโรป และ 1 ใน 4 ของผู้โดยสารลงเอยชะตากรรมของพวกเขาด้วยการถูกฆ่าล้างเผ่าพันธุ์โดยพรรคนาซี

 

แบนผู้มีแนวคิดอนาธิปไตย โดย ประธานาธิบดี Theodore Roosevelt ลงนามเมื่อวันที่ 3 มีนาคม 1903

ในปี 1903 บรรดาอนาธิปไตย และผู้ที่มีแนวคิดสุดโต่งทางการเมืองถูกแบนห้ามเข้าสหรัฐอเมริกา สิ่งนี้เป็นผลมาจากเหตุการณ์เมื่อปี 1901 ประธานาธิบดี William McLinley ถูกลอบสังหารเสียชีวิต โดย Leon Czolgosz ชายชาวอเมริกันผู้นิยมแนวคิดอนาธิปไตย (ไม่ต้องการรัฐ และรัฐบาล) บุตรชายของผู้อพยพชาวโปแลนด์

กฏหมายถูกประกาศใช้ในปี 1903 นอกจากนั้นแล้วยังแบนบุคคลอีก 3 ประเภทอีกด้วย ได้แก่ ผู้ป่วยโรคลมชัก, ขอทาน และนายหน้าค้าโสเภณี กฏหมายการแบนอนาธิปไตยนี้นับเป็นครั้งแรกที่ ผู้ที่มีแนวคิดทางการเมืองแตกต่างถูกแบน

 

แบนคอมมิวนิสต์ ผ่านสภาคอนเกรส เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม ปี 1950 แม้จะถูกคัดค้านโดยประธานาธิบดี Harry Truman

ไม่ใช่แค่ทรัมป์! สหรัฐเคยแบนผู้อพยพมาแล้ว 6 ครั้ง

กฏหมายรักษาความปลอดภัยของประเทศในปี 1950 เอื้อให้เจ้าหน้าที่สามารถเนรเทศผู้อพยพคนใดก็ได้ ที่เชื่อว่าพวกเขามีแนวคิดแบบคอมมิวนิสต์ บรรดาผู้สังกัดพรรคคอมมิวนิสต์จำเป็นต้องลงทะเบียน มิเช่นนั้นจะไม่ได้รับสิทธิเป็นพลเมือง ประธานาธิบดี Truman ต่อต้านกฏหมายดังกล่าวโดยระบุว่าเป็นการดูถูกดูแคลนสิทธิมนุษยชนของอเมริกันเอง

 

แบนชาวอิหร่าน โดย ประธานาธิบดี Jimmy Carter ลงนามเมื่อวันที่ 7 เมษายน 1980

ไม่ใช่แค่ทรัมป์! สหรัฐเคยแบนผู้อพยพมาแล้ว 6 ครั้ง

ในปี 1979 เจ้าหน้าที่ชาวอเมริกันจำนวน 52 คน ถูกจับเป็นตัวประกัน ในสถานทูตสหรัฐ ประจำกรุงเตหะราน เป็นเวลานานถึง 444 วัน อันเป็นผลมาจากวิกฤติการเมืองในอิหร่าน

ประธานาธิบดี Carter ประกาศตัดสัมพันธ์ทางการทูต และคว่ำบาตรอิหร่าน รวมถึงแบนชาวอิหร่านห้ามเดินทางเข้าสหรัฐอีกด้วย มาในวันนี้ชาวอิหร่านถูกแบนอีกครั้ง ด้วยการเป็น 1 ใน 7 ประเทศมุสลิมที่ทรัมป์แบน

 

แบนผู้ติดเชื้อเอชไอวี

ในปี 1987 สหรัฐออกคำสั่งแบนผู้ติดเชื้อเอชไอวี ที่เดินทางมาถึงยังสหรัฐอเมริกา กฏหมายมุ่งเป้าไปที่ชาวต่างชาติ และชาวรักเพศเดียวกัน โดยเฉพาะชาวแอฟริกัน และชนกลุ่มน้อย ในยุคสมัยนั้นมีความเชื่อผิดๆกันว่า เชื้อไวรัสสามารถแพร่กระจายได้จากการสัมผัส และการหายใจ อดีตประธานาธิบดีโอบามา ยกเลิกกฏดังกล่าวในปี 2009 นับเป็นการยุติกระบวนการที่อดีตประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิ้ลยู บุช เคยเริ่มไว้ขณะดำรงตำแหน่ง


ขอบคุณ Aljazeera

 

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69