posttoday
โลกที่แตกต่างของค่ายผู้อพยพชาวโรฮิงญา ระหว่างไทย และบังกลาเทศ

โลกที่แตกต่างของค่ายผู้อพยพชาวโรฮิงญา ระหว่างไทย และบังกลาเทศ

29 มกราคม 2560

ชาวโรฮิงญาในค่ายผู้อพยพที่บังกลาเทศ และไทยล้วนพบเจอกับชะตากรรมก่อนหน้าที่ไม่ต่างกัน แต่พวกเขามีความเป็นอยู่ และได้รับความช่วยเหลือที่ต่างกันมาก

ชาวโรฮิงญาในค่ายผู้อพยพที่บังกลาเทศ และไทยล้วนพบเจอกับชะตากรรมก่อนหน้าที่ไม่ต่างกัน แต่พวกเขามีความเป็นอยู่ และได้รับความช่วยเหลือที่ต่างกันมาก

Maher Sattar ผู้สื่อข่าวจากสำนักข่าวอัลจาซีรา ได้บรรยายสภาพของค่าย Kutupalong ค่ายพักผู้อพยพชาวโรฮิงญา ใน Cox's Bazaar ทางตอนใต้ของบังกลาเทศ ในครั้งแรกที่เขามีโอกาสไปเยี่ยมชมไว้ว่า

ในตอนนั้นเป็นปี 2010 เขาจำได้ว่าเส้นทางการเดินทางไปสู่ค่ายพักนั้นเต็มไปด้วยกลิ่นเหม็นของน้ำเน่า บรรดาชาวโรฮิงญาต้องอาศัยอยู่รวมกันอย่างแออัดในค่ายพักที่คาดว่ามีชาวโรฮิงญามากถึง 100,000 คน และปัจจุบันอะไรๆยังคงไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก

ในปีต่อมา Sattar ได้มีโอกาสเดินทางไปยังค่ายพักที่ตั้งอยู่ในภาคเหนือ และภาคใต้ของไทย ซึ่งเป็นบ้านพักของชาวโรฮิงญาหลายพันคน พวกเขามีชะตากรรม และพบเจอกับความยากลำบากมาไม่ต่างกัน แต่สภาพความเป็นอยู่ของพวกเขาดีกว่ามาก ค่ายพักได้รับความช่วยเหลือโดยองค์กร สถานที่พักกว้างขวาง และสะอาด

ปัจจุบันรัฐบาลไทยพยายามเดินหน้าโปรเจคที่ทำงานร่วมกับสหภาพยุโรป และองค์กรเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐานระหว่างประเทศ และเอ็นจีโออื่นๆ เพื่อให้การสนับสนุนบรรดาชาวโรฮิงญาที่อาศัยอยู่ในค่ายพักเหล่านี้ ให้พวกเขาได้รับการศึกษา และการเข้าถึงการรักษาทางการแพทย์ที่ดีขึ้น ซึ่งยังครอบคลุมถึงชาวเผ่า และชนกลุ่มน้อยอื่นๆในไทยที่ยังไม่ได้รับสัญชาติด้วย

โลกที่แตกต่างของค่ายผู้อพยพชาวโรฮิงญา ระหว่างไทย และบังกลาเทศ สภาพของค่ายผู้อพยพในบังกลาเทศ

กลับไปที่ทางตอนใต้ของบังกลาเทศ บ้านของชาวโรฮิงญาเช่นกัน แต่พวกเขาต้องเผชิญกับสุขาภิบาล และโภชนาการที่แย่ เด็กๆชาวโรฮิงญาขาดโอกาสทางการศึกษา ในขณะที่รัฐบาลเองกลับต่อต้านความช่วยเหลือจากนานาชาติที่ต้องการสนับสนุนชาวโรฮิงญา ซึ่งจะส่งผลให้เกิดการเปรียบเทียบกับบรรดาชาวบังกลาเทศที่ใช้ชีวิตอย่างยากจน ในบริเวณรอบๆค่ายพักเช่นกัน

ประเทศไทยมีฐานะร่ำรวยกว่าบังกลาเทศ ความหนาแน่นของประชากรก็น้อยกว่า อย่างไรก็ตามนี่ไม่ใช่เหตุผลหลักของความแตกต่างอย่างสุดขั้วระหว่างสองค่ายพัก ความสำเร็จของการให้ความช่วยเหลือผู้อพยพในไทย แสดงให้เห็นถึงการมีส่วนร่วมกับองค์กรนานาชาติ

คลื่นผู้อพยพชาวโรฮิงญาเดินทางมายังบังกลาเทศครั้งแรกในปี 1990 จากนั้นอีกจำนวนมากอพยพมาอีกครั้งในปี 2012 เมื่อเกิดความขัดแย้งครั้งใหญ่ในรัฐยะไข่ และล่าสุดในปี 2016 ตัวเลขที่ประมาณจำนวนของผู้อพยพในบังกลาเทศปัจจุบันอยู่ที่ราว 300,000 - 600,000 คน แม้องค์กรนานาประเทศพยายามสนับสนุน แต่ปัญหาอยู่ที่รัฐบาลของบังกลาเทศ ว่าพวกเขาคิดอะไร และจะจัดการกับปัญหานี้อย่างไร

เด็กๆชาวโรฮิงญาในบังกลาเทศล้วนไม่มีสิทธิเข้าถึงการศึกษา เว้นแต่ว่าพวกเขาจะอาศัยอยู่ในค่ายพักของสหประชาชาติ ที่มีจำนวนผู้ลี้ภัยราว 20,000 - 30,000 คน ซึ่งการศึกษาก็มีให้จำกัดเพียงอายุสูงสุดที่ 12 ปีเท่านั้น

สำหรับค่ายพักอื่นๆ บรรดาพ่อแม่ต้องแอบพาลูกๆของตนออกไปเรียนที่นอกค่ายพัก หรือพวกเขาอาจตั้งโรงเรียนขึ้นมากันเองภายในค่าย ซึ่งก็นำมาพร้อมความกังวลว่าอาจถูกสั่งปิดในอนาคต นั่นยังไม่รวมถึงการสนับสนุนให้พวกเขามีสิทธิที่จะทำงานในอนาคต

"คุณจะปล่อยให้พวกเขามีชีวิตแบบนี้ไปอีกนานแค่ไหน?" เจ้าหน้าที่อาวุโสจากสำนักงานสถิติของบังกลาเทศถาม ตัวเขามีส่วนร่วมเกี่ยวกับการสำรวจสำมะโนประชากรของชาวโรฮิงญาครั้งล่าสุด เขาไม่สามารถให้ชื่อได้ เนื่องจากกังวลผลกระทบที่จะตามมา "มันใช่วิธีที่ฉลาดเหรอที่จะปล่อยปัญหาไว้เช่นนั้น ในขณะที่มันเติบโตลุกลามขึ้นเรื่อยๆ?"

 

ข่าวล่าสุด

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน