
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 (4).
โดย...พวงรัตน์ อัศวพิศิษฐ์
โดย...พวงรัตน์ อัศวพิศิษฐ์
ในฉบับที่ผ่านมาได้เขียนถึงส่วนของความรับผิดชอบและบทบาทของผู้ให้บริการทางอินเทอร์เน็ต หรือที่คนในวงการเรียนกันสั้นๆ ว่า ISP (Internet Service Provider) รวมถึงการยกตัวอย่างของนักพูดนักแสดงตลกที่ถูกละเมิดลิขสิทธิ์ว่า ถ้าจะเอาจริงเอาจังทางกฎหมายก็น่าจะกระทำได้ อย่างไรก็ตาม สังคมไทยคงจะต้องเน้นหนักที่การปลูกฝังจิตสำนึกให้เข้าใจ และไม่ไปละเมิดลิขสิทธิ์ของคนอื่นเขามากกว่า แล้วก็เลิกเสียทีเรื่องการขอให้หลับตาข้างเดียวแบบจีน เพราะหลับตาข้างเดียวมาสิบกว่าปีแล้ว คนไทยก็ยังลอกเขาเหมือนเดิม ไม่ทำอะไรเองที่เจริญก้าวหน้าแบบจีน
ในฉบับนี้ก็เลยพูดถึงเรื่องสิทธิของนักแสดงอีกนิด ในส่วนที่ทางฝรั่งเขาเรียกว่า Moral Rights ซึ่งผู้เขียนขอใช้ทับศัพท์ดีกว่า เพราะดูจะตรงและแสดงถึงความหมายที่ดีว่านักแสดงมีสิทธิทำอะไรได้บ้าง หรือจะเรียกว่าสิทธิอันชอบธรรมของนักแสดงก็ได้ ผู้เขียนเคยเห็นบางแห่งแปลไว้ว่า “สิทธิทางศีลธรรมของนักแสดง” ซึ่งผู้เขียนว่าอ่านแล้ว ดูจะสื่อว่านักแสดงเป็นฝ่ายที่ต้องมีศีลธรรม ซึ่งจะทำให้เข้าใจผิดไปกันใหญ่ เพราะอันที่จริงแล้วหมายถึงว่าคนที่จะไปละเมิดเขาน่ะควรจะมีศีลธรรมไม่ไปละเมิดลิขสิทธิ์เขามากกว่า กล่าวคือ มาตรา 51/1 กำหนดว่านักแสดงมีสิทธิที่จะแสดงว่าตนเป็นนักแสดง ในการแสดงของตน และมีสิทธิห้ามผู้รับโอนสิทธิของนักแสดงหรือบุคคลอื่นใดบิดเบือน ตัดทอน ดัดแปลง หรือทำโดยประการใดแก่การแสดงนั้นจนเกิดความเสียหายต่อชื่อเสียงหรือเกียรติคุณของนักแสดง และเมื่อนักแสดงถึงแก่ความตาย ทายาทของนักแสดงมีสิทธิฟ้องร้องบังคับตามสิทธิดังกล่าวได้ตลอดอายุการคุ้มครองสิทธิของนักแสดง เว้นแต่จะได้ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น เป็นลายลักษณ์อักษร เช่น
นายแดงเป็นนักพูด บันทึกเสียงพูดของตนเองลงในแผ่นซีดี นายแดงมีสิทธิขอให้บริษัทผู้บันทึกเสียงแสดงที่หน้าปกซีดีว่าตนเป็นผู้พูดได้
นอกจากเรื่องดังกล่าวข้างต้นก็จะขอเพิ่มเติมในเรื่อง :-
การเพิ่มค่าสินไหมทดแทนในเชิงลงโทษ (Punitive Damages)
การเพิ่มอำนาจศาลในบางประเด็น
รวมถึงข้อยกเว้นและการระงับไปซึ่งสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา ได้แก่เรื่องต่างๆ ดังกล่าวข้างต้น ดังนี้:-
กรณีการเพิ่มค่าสินไหมทดแทนในเชิงลงโทษ (Punitive Damages) นั้น
มาตรา 64 วรรคสอง กำหนดให้ศาลมีอำนาจสั่งให้ผู้ละเมิดจ่ายค่าเสียหายเพิ่มขึ้นไม่เกินสองเท่าของค่าเสียหายที่เกิดขึ้น ในกรณีที่ปรากฏหลักฐานชัดแจ้งว่าการละเมิดลิขสิทธิ์หรือสิทธิของนักแสดงเป็นการกระทำโดยจงใจ หรือมีเจตนาเป็นเหตุให้งานอันมีลิขสิทธิ์หรือสิทธิของนักแสดงสามารถเข้าถึงโดยสาธารณชนได้อย่างแพร่หลาย
ส่วนกรณีการเพิ่มอำนาจศาลในบางประเด็นนั้น เป็นการเพิ่มอำนาจศาลในการริบหรือสั่งให้ใช้ไม่ได้ หรือสั่งทำลาย ซึ่งสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์และสิ่งที่ใช้ในการกระทำความผิด โดยได้แก้ไขมาตรา 75 เพื่อเพิ่มเติมอำนาจศาลในคดีอาญาให้มีอำนาจริบสิ่งที่ได้ทำขึ้นมา หรือนำเข้ามาในราชอาณาจักรอันเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์หรือสิทธิของนักแสดง แทนการให้ตกเป็นของเจ้าของลิขสิทธิ์หรือนักแสดง เพื่อเป็นการป้องกันมิให้มีการนำสิ่งของนั้นมาหมุนเวียนสู่ช่องทางการพาณิชย์ได้อีก และเพิ่มเติมการให้อำนาจศาลที่จะสั่งให้ทำ ให้สิ่งนั้นใช้ไม่ได้ หรือทำลายสิ่งนั้นก็ได้ โดยให้ผู้กระทำละเมิดเป็นผู้เสียค่าใช้จ่ายในการนั้น
สำหรับข้อยกเว้นได้แก้ไขใน 2 เรื่องที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้คือ
การระงับไปซึ่งสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา ได้แก่ มาตรา 32/1 กำหนดว่า การจำหน่ายต้นฉบับหรือสำเนางานอันมีลิขสิทธิ์ ในกรณีที่ได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์ในต้นฉบับ หรือสำเนางานอันมีลิขสิทธิ์โดยชอบด้วยกฎหมาย เป็นการกระทำที่ได้รับยกเว้นว่าไม่เป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ ตัวอย่าง เช่น ก. แต่งตำราแล้วจัดพิมพ์วางจำหน่ายในท้องตลาด ข. มาซื้อตำราที่วางขายไปใช้เตรียมสอบ เมื่อสอบเสร็จแล้ว
ข. สามารถขายตำราเล่มที่ซื้อมานั้นให้ ค. ได้ โดยไม่ถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ของ ก.
มาตรา 32/2 กำหนดว่า การกระทำแก่งานอันมีลิขสิทธิ์ที่ทำหรือได้มาโดยชอบด้วยกฎหมายในระบบคอมพิวเตอร์ที่มีลักษณะเป็นการทำซ้ำที่จำเป็นต้องมีสำหรับการนำสำเนามาใช้เพื่อให้อุปกรณ์ที่ใช้ในระบบคอมพิวเตอร์ หรือกระบวนการส่งงานอันมีลิขสิทธิ์ทางระบบคอมพิวเตอร์ทำงานได้ตามปกติ มิให้ถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ เช่น ซื้อหนังสืออิเล็กทรอนิกส์มาอ่าน เมื่อจะเปิดอ่านระบบคอมพิวเตอร์ก็จำเป็นต้องทำซ้ำหนังสือนั้นเพื่อให้สามารถอ่านหรือดูได้ ดังนี้ ไม่ถือว่าผู้อ่านละเมิดลิขสิทธิ์โดยการทำซ้ำนั้น







