
สผ.ผู้นำลดก๊าซเรือนกระจก
ปตท.สผ.ได้รับจัดอันดับเป็นผู้นำ ปีที่ 3 บริษัทที่มีแผนการจัดการความเสี่ยงและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก จากองค์กรเอกชนเพื่อสาธารณประโยชน์ด้านการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ
ปตท.สผ.ได้รับจัดอันดับเป็นผู้นำ ปีที่ 3 บริษัทที่มีแผนการจัดการความเสี่ยงและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก จากองค์กรเอกชนเพื่อสาธารณประโยชน์ด้านการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ
บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม หรือ ปตท.สผ. เป็น 1 ใน 3 บริษัทที่ได้รับการจัดอันดับอยู่ในกลุ่มบริษัทผู้นำที่ระดับ A- ซึ่งเป็นอันดับสูงที่สุดในกลุ่มภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเขตบริหารพิเศษฮ่องกงแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยมีกว่า 1,000 บริษัททั่วโลกสมัครเข้าร่วมการจัดอันดับดังกล่าวเป็นประจำทุกปี โดยได้รับการจัดอันดับเป็นผู้นำที่มีแผนการจัดการความเสี่ยงและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก จากองค์กรเอกชนเพื่อสาธารณประโยชน์ด้านการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ
นายสมพร ว่องวุฒิพรชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดใหญ่ ปตท.สผ. เปิดเผยว่า ตามวิสัยทัศน์ของ ปตท.สผ. การบริหารจัดการสีเขียวเป็นปัจจัยหลักของการบริหารจัดการอย่างยั่งยืน โดยใช้การบริหารเชิงรุกเพื่อรองรับสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศมาอย่างต่อเนื่อง การที่ได้รับคัดเลือกให้อยู่ในบริษัทกลุ่มผู้นำ จากองค์กรเอกชนเพื่อสาธารณประโยชน์ด้านการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ หรือ Carbon Disclosure Project (CDP) อีกครั้งในปีนี้ย่อมเป็นบทพิสูจน์ถึงศักยภาพของ ปตท.สผ. ในการมุ่งสู่การเป็นบริษัทสำรวจและผลิตปิโตรเลียมชั้นนำในเอเชีย ที่ขับเคลื่อนด้วยผลการดำเนินงานที่สามารถแข่งขันได้ เทคโนโลยีและหัวใจสีเขียว
ทั้งนี้ แนวทางการบริหารจัดการสีเขียวของ ปตท.สผ. เพื่อลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมซึ่งเกิดจากการดำเนินธุรกิจ ลดรอยเท้าคาร์บอน (Carbon footprint) และรอยเท้านิเวศ (Ecological footprint) รวมทั้งเสริมสร้างคุณค่าให้การดำเนินธุรกิจ โดยแนวทางการบริหารจัดการสีเขียวของ ปตท.สผ. ประกอบด้วย มาตรการด้านการอนุรักษ์พลังงาน การจัดซื้อจัดจ้างสีเขียว รวมถึงการกำหนดเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงอย่างน้อย 20% จากการดำเนินธุรกิจตามปกติภายในปี 2563
นอกจากนี้ ปตท.สผ.ยังได้ตระหนักถึงความเสี่ยงและโอกาสที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศต่อการดำเนินธุรกิจ บริษัทจึงได้ดำเนินโครงการศึกษาการปรับตัวจากผลกระทบทางด้านสภาพภูมิอากาศ เพื่อให้สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างยั่งยืน







