
หากเขื่อนโมซูลแตก! สถานการณ์จะเลวร้ายกว่าระเบิดนิวเคลียร์
บรรดานักวิทยาศาสตร์ และนักสิ่งแวดล้อมออกคำเตือนเขื่อนโมซูลอาจแตกได้ทุกเมื่อ เนื่องจากถูกสร้างบนพื้นดินที่ไม่มั่นคง ด้านรัฐบาลอิรักเพิกเฉย
บรรดานักวิทยาศาสตร์ และนักสิ่งแวดล้อมออกคำเตือนเขื่อนโมซูลอาจแตกได้ทุกเมื่อ เนื่องจากถูกสร้างบนพื้นดินที่ไม่มั่นคง ด้านรัฐบาลอิรักเพิกเฉย
ในขณะที่กองกำลังอิรักยังคงรุกคืบยึดคืนเมืองโมซูลจากกลุ่มไอเอส เหนือขึ้นไปนอกเมืองอีก 60 กิโลเมตร มีระเบิดเวลาที่กำลังตั้งตระหง่านอยู่ และไม่ได้รับความสนใจเท่าที่ควร นั่นคือเขื่อนโมซูล
ตลอดระยะเวลา 6 เดือนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่จากบริษัทอิตาลีได้พยายามซ่อมแซมเขื่อนเก่าแห่งนี้ ซึ่งโครงสร้างอยู่ในสภาพทรุดโทรม ภายใต้ความคุ้มครองของทหารอิตาลี และนักรบเพชเมอร์กา
บริษัท TREVI มีเวลา 18 เดือนในการซ่อมแซมโครงสร้างของพื้นดินและเขื่อน เพื่อไม่ให้มันพังถล่มลงมา ซึ่งผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่าหากเกิดเหตุการณ์เช่นนั้นขึ้นจริงๆ ประชาชนจำนวนหลายล้านคนที่อาศัยอยู่โดยรอบ และตามแนวแม่น้ำไทกริส จะได้รับผลกระทบทั้งหมด
"ผมไม่รู้ว่าเราสามารถเรียกว่าการทำงานแข่งกับเวลาได้หรือไม่ แต่ความรู้และเทคโนโลยีที่มีอยู่ในปัจจุบันช่วยให้เขื่อนสามารถยังคงอยู่ได้" บางส่วนจากการสนทนากับเจ้าหน้าที่ของบริษัทอิตาลี ผ่านทางโทรศัพท์
ด้วยเงินลงทุนจากธนาคารโลกกว่า 300 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ บริษัทอิตาลีกำลังพยายามอย่างยิ่งในการอัดฉีดปูนซีเมนต์เข้าไปใต้ดิน เพื่อเสริมความแข็งแรงของเขื่อน นอกจากนั้นพวกเขายังสอนการใช้เทคโนโลยีใหม่ๆเหล่านี้แก่เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นอีกด้วย
อย่างไรก็ดีนักวิทยาศาสตร์กล่าวว่า ความพยาายมทั้งหมดนี้เป็นเพียงการแก้ปัญหาชั่วคราวเท่านั้น เพราะพวกเขาเชื่อว่ายังไงเขื่อนดังกล่าวก็ต้องพังลงมา และวิธีการจัดการกับปัญหานี้ที่ดีที่สุดคืออพยพผู้คนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่รอบๆออกไป
"ไม่สำคัญว่าบริษัทจะเสริมโครงสร้าง และซ่อมแซมเขื่อนมากแค่ไหน มันเป็นแค่การยึดช่วงเวลาของหายนะออกไปเท่านั้น" Nadhir al-Ansari ศาสตราจารย์ผู้เชี่ยวชาญทรัพยากรน้ำ และวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม จากมหาวิทยาลัย Lulea ในสวีเดนกล่าว และตีพิมพ์รายงานเกี่ยวกับวิกฤติของเขื่อน
ศาสตราจารย์ Ansari อธิบายว่า เขื่อนความยาว 3.4 กิโลเมตร ที่ใหญ่เป็นอันดับที่ 4 ในภูมิภาคตะวันออกกลางนี้ถูกสร้างขึ้นบนฐานดินที่ไม่มั่นคง และการพังถล่มเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ และหากเกิดขึ้น ศาสตราจารย์เชื่อว่าความเลวร้ายของมันจะส่งผลกระทบรุนแรงยิ่งกว่าการทิ้งระเบิดนิวเคลียร์ลงในอิรักเสียอีก
จากการศึกษาพบว่าชั้นหินดินดานใต้เขื่อนกำลังประสบปัญหา เมื่อ 5 ปีก่อน การใต้ท้องทะเลพบหลุมยุบมากมายที่พื้นดินทางตอนเหนือของเขื่อน บางหลุมมีขนาดใหญ่ถึง 20 เมตร และหลุมยุบเหล่านี้กำลังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และกว้างขึ้น
ข้อมูลจากศูนย์วิจัยได้จำลองสถานการณ์สมมุติหากเขื่อนแตกเอาไว้ว่าจะเกิดคลื่นขนาดยักษ์ที่มีความสูงถึง 25 เมตรเข้าพัดถล่ม ปริมาณน้ำมหาศาลสามารถเดินทางถึงกรุงแบกแดด เมืองหลวงของอิรัก และสามารถก่อให้เกิดน้ำท่วมสูงถึง 8 เมตร ในขณะที่บริเวณรอบๆอาจมีน้ำท่วม 2 เมตร น้ำท่วมจะทำลายชีวิต และสิ่งก่อสร้างทั้งหมดตามแนวแม่น้ำไทกริส ตั้งแต่จุดที่เขื่อนแตกไปจนถึงทางตอนใต้ที่ห่างจากเขื่อนไป 700 กิโลเมตร
ศาสตราจารย์ Ansari อดีตที่ปรึกษารัฐมนตรีกรมชลประทานของอิรัก เมื่อปี 2538 ได้นำเสนอแผนงานของเขาเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาแก่สหภาพยุโรป ในการเตรียมสร้างค่ายผู้อพยพ เพื่อรับมือกับวิกฤติที่อาจจะเกิดขึ้นนี้
ขณะนี้คำถามไม่ใช่ว่าเขื่อนโมซูลจะแตกหรือไม่? แต่เป็นเขื่อนโมซูลจะแตกเมื่อไหร่? สำหรับแนวทางแก้ปัญหามี 2 แนวทางคือหนึ่ง การพยายามป้องกันน้ำท่วมด้วยการเสริมโครงสร้างของเขื่อนให้แข็งแรงมากยิ่งขึ้น และสอง เปลี่ยนความสนใจในการแก้ปัญหาที่เขื่อนไปเป็น วิธีการอพยพผู้คนโดยรอบ ให้รอดชีวิตจากน้ำท่วม
ในแถลงการณ์ที่ออกโดยสถานทูตสหรัฐ ในกรุงแบกแดด ต่อประเด็นเขื่อนโมซูล สหรัฐประเมินตัวเลขความเสียหายว่า ประชาชนราว 500,000 - 1.47 ล้านคนที่อาศัยรอบๆแม่น้ำไทกริส จะไม่รอดชีวิตจากเขื่อนแตก
ทั้งนี้ทีมนักสิ่งแวดล้อม และนักวิทยาศาสตร์จากสหรัฐให้ความเห็นว่าวิธีการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน คือการสร้างเขื่อนแห่งที่ 2 วิศวกรสหรัฐสนับสนุนให้อิรักขยาย และดำเนินการก่อสร้างเขื่อน Badush แต่โครงการดังกล่าวมีค่าใช้จ่ายสูงถึง 2 พันล้านดอลล่าร์สหรัฐ ซึ่งขณะนี้งบประมาณของอิรักมีอยู่อย่างจำกัด และถูกนำไปใช้กับการดำเนินสงครามกับกลุ่มไอเอสมากกว่า
ซ้ำร้าย นักการเมืองอิรักบางคนยังเชื่อว่าคำเตือนจากสหรัฐนั้น เป็นแผนสมคบคิดที่ชาติตะวันตกต้องการมีอิทธิพลในพื้นที่ทางตอนเหนือของอิรักท่ามกลางความพยายามจากบริษัทอิตาลีในการซ่อมแซมเขื่อน Muqtada al-Sadr ผู้นำทางศาสนาในอิรักออกมาให้ความเห็นว่าอิรักไม่ต้องการความช่วยเหลือจากต่างประเทศในการป้องกันวิกฤติเขื่อนโมซูล
"การสร้างและขยายเขื่อน Badush นั้นเป็นวิธีการแก้ปัญหาที่ถูกกว่าการซ่อมแซมเขื่อนเดิมมาก แต่แท้จริงแล้วปัญหาจริงๆนั้นอยู่ที่ไม่มีนักการเมืองคนไหนสนใจประเด็นนี้อย่างจริงจังต่างหาก" ศาสตราจารย์ Ansari กล่าว
ขอบคุณวิดีโอจาก Newsy







