
มรดกจากฟิเดล คาสโตรที่มอบไว้ให้แก่ชาวคิวบา
การแพทย์ และการศึกษาคือความสำเร็จที่ดีที่สุดจากการปฏิวัติคิวบา โดยฟิเดล คาสโตร ปัจจุบันประชาชนชาวคิวบามีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นกว่าเดิมมาก
การแพทย์ และการศึกษาคือความสำเร็จที่ดีที่สุดจากการปฏิวัติคิวบา โดยฟิเดล คาสโตร ปัจจุบันประชาชนชาวคิวบามีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นกว่าเดิมมาก
ตลอดระยะเวลากว่า 5 ทศวรรษ ภายใต้การปกครองโดยฟิเดล คาสโตร ชายผู้ยิ่งใหญ่คนนี้ได้เปลี่ยนแปลงประเทสคิวบาไปสู่ความสำเร็จ ทั้งในด้านการศึกษา, การแพทย์ และสวัสดิการพื้นฐานของประชาชน
รายงานจากสหประชาชาติเมื่อปี 2014 ได้จัดอันดับประเทศที่ประสบความสำเร็จในด้านการศึกษา, สาธารณสุข และเศรษฐกิจไว้ คิวบาจัดอยู่ในอันดับที่ 44 จากทั้งหมด 187 ประเทศทั่วโลก ส่วนอันดับหนึ่งตกเป็นของประเทศนอร์เวย์ สหรัฐอเมริกาอยู่ในอันดับที่ 12 ซึ่งหากปราศจากการปฏิวัติจากคาสโตร คิวบาคงไม่ได้ขึ้นมาเป็นอับดับหนึ่งของภูมิภาค เมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆแล้ว อุรุกวัยเป็นอันดับที่ 50, คอสตาริกา อันดับที่ 68 และเม็กซิโกอันดับที่ 71
การแพทย์ และสาธารณสุข
ข้อมูลชี้วัดระบุว่าคิวบาเป็นประเทศที่มีระบบสาธารณสุข และการแพทย์ดีที่สุดในภูมิภาค ด้วยค่าเฉลี่ยอายุขัยของประชากรอยู่ที่ 78.2 ปี ในขณะที่ค่าเฉลี่ยของสหรัฐอเมริกาอยู่ที่ 79.5 ปี
ปัจจุบันประเทศที่เป็นเกาะแห่งนี้มีจำนวนแพทย์ราว 76,000 คน จำนวนนี้มากกว่าแต่ก่อนมาก ก่อนการปฏิวัติ คิวบามีจำนวนแพทย์ราว 6,400 คนเท่านั้น หรือคิดเป็นอัตราส่วนแพทย์ 1 รายต่อประชากร 1,058 คน หลายสิบปีต่อมาด้วยการปกครองของคาสโตร อัตราส่วนอยู่ที่แพทย์ 1 รายต่อประชากร 155 คน
และในจำนวนแพทย์ชาวคิวบาหลายหมื่นคนนี้ ปัจจุบันกำลังทำงานช่วยเหลือผู้ป่วยอยู่ทั่วโลก เช่นในเวเนซุเอลา หรือโบวิเวีย เมื่อปี 2014 คิวบาเองก็ส่งทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจำนวน 256 นาย ไปยังแอฟริกาตะวันตกเพื่อต่อสู้กับการระบาดของโรคอีโบลา
"ระบบการแพทย์ และการศึกษาในคิวบา คือความสำเร็จของการปฏิวัติ" Max Lesnik ผู้ลี้ภัยจากคิวบาในไมอามี่กล่าว ข้อมูลเพิ่มเติมที่จะแสดงถึงประสิทธิภาพทางการแพทย์ในคิวบา คืออัตราการเสียชีวิตของทารกแรกเกิด
จากสถิติเมื่อปี 2007 คิวบามีอัตราการเสียชีวิตของทารกขณะคลอดอยู่ที่ 5.3% ต่อทารก 1,000 คน จำนวนนี้อยู่ในเกณฑ์ต่ำเมื่อเทียบกับประเทศอื่น ข้อมูลจากศูนย์ควบคุมโรคจากสหรัฐอเมริการะบุว่า อันดับประเทศที่มีการเสียชีวิตของทารกขณะคลอดมากที่สุด คิวบาเคยอยู่ในอันดับสูงที่ 23 ในปี 1960 ปัจจุบันคิวบาอยู่ในอันดับที่ 72 เมื่อปี 2013 นอกจากนั้นอุตสาหกรรมด้านไบโอเทคของคิวบาถือได้ว่าโดดเด่น และก้าวหน้าอย่างมาก คิวบาผลิตวัคซีนและยาป้อนให้กับหลายประเทศทั่วโลก
การศึกษา
ในส่วนของระบบการศึกษา ปัจจุบันคิวบาคือประเทศที่มีการศึกษาที่ดีที่สุดในละตินอเมริกา อัตราการรู้หนังสือของเด็ก และเยาวชนอยู่ที่ 99.8% ในจำนวนนี้เด็กคิวบามีความเชี่ยวชาญด้านคณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์เป็นพิเศษ ส่วนในเม็กซิโกประเทศเพื่อนบ้านอัตราการู้หนังสือของเด็กๆอยู่ที่ 98.5%
เด็กๆในคิวบาจะได้รับการศึกษาฟรีจนถึงเกรด 9 ในอดีตเมื่อปี 1950 มีเด็กๆในคิวบาเพียงครึ่งหนึ่งเท่านั้นที่เข้าถึงการศึกษา 40 ปีต่อมาโรงเรียนถูกสร้างขึ้นมากมาย จากหลักพัน กลายเป็นหลักหมี่นทั่วประเทศ
อย่างไรก็ดีภายใต้การปกครองของคาสโตร หนังสือหลายเล่มถูกแบน หนังสือประวัติศาสตร์ถูกตรวจสอบ และออกตีพิมพ์โดยรัฐบาลคิวบา ด้านบรรดาบัณฑิตจำนวนหนึ่งมองว่าพวกเขามองไม่เห็นอนาคตในบ้านเกิดของตนเอง
บรรดาสถาปนิก, หมอ, วิศวกร, พยาบาล และครูจากคิวบา ที่อาศัยในฟลอริดาตั้งแต่ปี 2000 เป็นต้นมาพวกเขากล่าวว่าเงินค่าทิปที่ได้จากการเป็นบริกร หรือบาเทนเดอร์นั้นได้รับมากกว่าการประกอบอาชีพที่ตนจบมาในบ้านเกิด
ความสำเร็จด้านการพัฒนาการศึกษาเป็นเรื่องจริง และคิวบาเองก็ไม่เคยขัดขวางการหาโอกาสที่กว่าในชีวิต ของประชาชนชาวคิวบานับแสนคน ที่ต้องการออกไปจากเกาะแห่งนี้ อย่างไรก็ตามทุกวันนี้คิวบายังคงเป็นประเทศที่ผลิตนักเขียนชั้นนำ, นักบัลเล่ต์, นักดนตรี และนักกีฬา ไปยังประเทศต่างๆทั่วโลก
Alexis Leiva Machado ศิลปินในกรุงฮานาวา ผู้มีชื่อเล่นว่า Kcho กล่าวยกย่องคาสโตรว่าช่วยทำฝันของเขาให้เป็นจริง และเขาจะไม่มีวันเป็นศิลปินที่ประสบความสำเร็จได้ดังทุกวันนี้ หากรัฐบาลไม่เปิดโรงเรียนศิลปะให้แก่เยาวชน
Kcho เล่าถึงประสบการณ์ที่คาสโตรเคยมาเยี่ยมชมสตูดิโอศิลปะของเขา เมื่อปี 2013 ว่า มันน่าตื่นเต้นมากที่ได้เห็นฟิเดล คาสโตรตัวเป็นๆ คาสโตรจับมือเขาและกล่าวแสดงความยินดี สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นโมเม้นประทับใจที่เขาจะจดจำตลอดไป และเขายังคงเก็บภาพถ่ายในวันนั้นไว้
"ฟิเดลคือชายผู้มีอิทธิพลต่อผู้คนจำนวนมาก เรียกได้ว่าเป็นล้านๆคน ตัวเขาคือหนึ่งในนั้น และชาวคิวบาจะคิดถึงคาสโตรตลอดไป" ศิลปินกล่าว







