
ทรัมป์ยอมรับภาวะโลกร้อนเป็นเรื่องจริง
โดนัลด์ ทรัมป์ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐมีท่าทีอ่อนข้อลงต่อประเด็นเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ อาจเปลี่ยนใจพิจารณาประเด็นถอนตัวจากสนธิสัญญาปารีส
โดนัลด์ ทรัมป์ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐมีท่าทีอ่อนข้อลงต่อประเด็นเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ อาจเปลี่ยนใจพิจารณาประเด็นถอนตัวจากสนธิสัญญาปารีส
โดนัลด์ ทรัมป์ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐคนใหม่ ออกมายอมรับเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาว่า การกระทำของมนุษย์นั้นมีส่วนทำให้เกิดภาวะโลกร้อน และการเปลี่ยนแปลงทางสภาพอากาศ
ท่าทีของทรัมป์ที่มีต่อประเด็นภาวะโลกร้อนนั้นดูอ่อนข้อลง หลังจากก่อนหน้านี้ทรัมป์เคยกล่าวว่าภาวะโลกร้อนเป็นเรื่องแต่งขึ้นโดยประเทศจีน ที่สร้างขึ้นเพื่อต้องการตัดฐานการผลิตอุตสาหกรรมในสหรัฐ อย่างไรก็ตามทรัมป์ยังไม่ได้ออกมาประกาศนโยบายที่จะจัดการกับปัญหาดังกล่าว
จากแคมเปญของทรัมป์ที่เคยหาเสียง ทรัมป์ประกาศที่จะถอนตัวสหรัฐอเมริกาออกจากสนธิสัญญาปารีส ข้อตกลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นจากการประชุมร่วมกันของบรรดาผู้นำโลก ในกรุงปารีส เมื่อปลายปีที่ผ่านมา เนื่องด้วยเหตุผลว่า เป็นการหยุดใช้จ่ายงบประมาณของประเทศไปให้กับโปรแกรมการแก้ไขปัญหาภาวะโลกร้อน ทั้งนี้การประกาศล่าสุดทรัมป์กล่าวว่าจะเปิดใจพิจารณาเกี่ยวกับนโยบายนี้อีกครั้ง
ในการประชุมร่วมของสหประชาชาติเกี่ยวกับประเด็นการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศในโมร็อกโก เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่จากหลายประเทศออกมาเตือนทรัมป์ว่า การถอนสหรัฐออกจากสนธิสัญญาปารีส ภายใต้นโยบายของทรัมป์ จะส่งผลให้จีนขึ้นมาเป็นผู้นำของโลกด้านการต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศแทน
ปฎิกิริยาที่เกิดขึ้น หลังความเปลี่ยนแปลงในจุดยืนของว่าที่ประธานาธิบดีเต็มไปด้วยความสงสัย บ็อบ ดีนส์ โฆษกของสภาป้องกันทรัพยากรธรรมชาติ ออกมาประกาศว่า เราคาดหวังว่า ว่าที่ประธานาธิบดีจะเปิดโอกาสให้สหรัฐต่อสู้กับภาวะโลกร้อน และสร้างโอกาสให้สหรัฐก้าวขึ้นไปเป็นผู้นำด้านนี้ รวมไปถึงการสร้างการจ้างงานที่เกิดจากกระบวนการใช้พลังงานสะอาด ในอนาคต
ด้าน Michael Brune ผู้อำนวยการบริหาร Sierra Club องค์การขนาดใหญ่ที่ดำเนินการเพื่อสิ่งแวดล้อม ไม่เชื่อในคำพูดของทรัมป์เท่าใด และกล่าวว่า ให้ว่าที่ประธานาธิบดีพิสูจน์คำพูดของเขา เพราะทั้งโลกกำลังจับตามองอยู่







