
ผู้มีรายได้น้อยในอินเดีย เดือดร้อนหนักจากนโยบายเปลี่ยนธนบัตรของรัฐบาล
สำนักข่าวอัลจาซีราลงพื้นที่สำรวจบรรยากาศในกรุงนิวเดลี ตามธนาคารและตู้เอทีเอ็มเนืองแน่นไปด้วยผู้คนที่มาต่อแถวแลกธนบัตร
สำนักข่าวอัลจาซีราลงพื้นที่สำรวจบรรยากาศในกรุงนิวเดลี ตามธนาคารและตู้เอทีเอ็มเนืองแน่นไปด้วยผู้คนที่มาต่อแถวแลกธนบัตร
เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ช่วงเวลาก่อนเที่ยงคืนไม่นาน นเรนทรา โมดีนายกรัฐมนตรีอินเดียได้ประกาศนโยบายใหม่ที่สร้างความตื่นตระหนกให้แก่ประชาชน เมื่อธนบัตรราคา 500 และ 1,000 รูปีซึ่งเป็นธนบัตรหลักของอินเดีย จะไม่สามารถใช้ได้อีกต่อไป และให้ประชาชนนำธนบัตรดังกล่าวมาแลกกับธนบัตรราคา 2,000 รูปีแทน
การเปลี่ยนธนบัตรดังกล่าวมีขึ้นเพื่อต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น การค้าในตลาดมืด รวมถึงการเลี่ยงภาษี สิ่งที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบอย่างมากต่อผู้มีรายได้น้อยในอินเดีย เนื่องจากธนบัตรที่พวกเขามีอยู่นั้นไม่สามารถใช้จ่ายอะไรได้
ด้านนักเศรษฐศาสตร์ประมาณว่าการประกาศครั้งนี้ส่งผลกระทบคิดเป็นมูลค่าถึง 23 พันล้านดอลล่าร์สหรัฐ หรือราว 86% ของธนบัตรทั้งหมดที่ไหลเวียนในตลาดการค้าอินเดีย
ผู้คนมากมายแพ่กันไปต่อแถวเพื่อแลกธนบัตรใหม่มาใช้จ่าย ในขณะที่ธนาคารบางแห่งนั้นธนบัตรหมดเกลี้ยงและไม่เพียงพอต่อความต้องการ และอีกหลายธนาคารจำต้องจำกัดจำนวนเงินที่แลกได้ ไปจนถึงการทาสีที่นิ้วมือของผู้แลก เพื่อป้องกันพวกเขากลับมาแลกซ้ำ
หลายฝ่ายวิพากษ์วิจารณ์นโยบายดังกล่าว ว่ากำลังส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อการใช้ชีวิตประจำวันของชาวอินเดีย โดยเฉพาะเกษตกร และชนชั้นล่างที่พวกเขาไม่ได้ฝากเงินไว้กับธนาคาร
Kishori Lal แรงงานวัย 34 ปี กล่าวว่า ปกติแล้วเมื่อทำงานจบวัน เขาจะได้รับค่าจ้าง แต่ทุกวันนี้นายจ้างของเขาบอกว่าให้มารับค่าจ้างในวันพรุ่งนี้ เนื่องจากเขาไม่มีเงินที่จะจ่าย แลัวตัวเขาเองจะเองเงินที่ไหนซื้อข้าวเลี้ยงครอบครัว?
ด้านพนักงานธนาคารเองก็ต้องทำงานอย่างหนัก 12 ชั่วโมงต่อวัน ต่อเนื่อง 7 วัน โดยไม่มีวันหยุด นับตั้งแต่ประกาศ เนื่องจากทุกคนมาต่อแถวแน่นตั้งแต่ธนาคารยังไม่เปิด หนึ่งในพนักงานกล่าวว่า ผู้คนโกรธเกรี้ยว และตะโกนใส่พวกเรา
สำนักข่าวอัลจาซีราได้เก็บภาพบรรยากาศที่เกิดขึ้นในกรุงนิวเดลี มาให้ชมกัน







