
ฟิลิปปินส์เอาด้วยถอนตัวจากICC ร่วมวงระเบียบโลกใหม่กับรัสเซีย
ประธานาธิบดีดูเตร์เต้ ประกาศถอนตัวจากศาลอาญาระหว่างประเทศตามรอยรัสเซีย ชี้เลือกปฏิบัติมักดำเนินคดีกับประเทศเล็กๆ
ประธานาธิบดีดูเตร์เต้ ประกาศถอนตัวจากศาลอาญาระหว่างประเทศตามรอยรัสเซีย ชี้เลือกปฏิบัติมักดำเนินคดีกับประเทศเล็กๆ
ประธานาธิบดี โรดริโก ดูเตร์เต้ แห่งฟิลิปปินส์ สร้างความฮือฮาอีกครั้ง ด้วยการประกาศว่าจะถอนตัวจากศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC) ตามรอยรัสเซีย อ้างว่าองค์กรแห่งนี้เลือกปฏิบัติโดยมักดำเนินคดีกับประเทศเล็กๆ อีกทั้งยังเป็นองค์กรที่ไร้ประสิทธิภาพ การตัดสินใจของดูเตร์เต้มีขึ้นคล้อยหลังเพียงวันเดียวที่ผู้นำรัสเซียถอนตัวจากองค์กรดังกล่าวเช่นกัน
วาทะช็อกโลกครั้งนี้ มีขึ้นก่อนที่ผู้นำฟิลิปปินส์จะเดินทางไปประชุมสุดยอดความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก หรือเอเปค ที่กรุงลิมาของเปรู พร้อมกับย้ำคำขู่ที่ให้ไว้ก่อนหน้านี้ว่า ฟิลิปปินส์จะถอนตัวจากสมาชิกองค์การสหประชาชาติ หรือ UN เพราะยูเอ็นล้มเหลวในการหยุดยั้งสงครามที่คร่าชีวิตผู้หญิงและเด็กไปนับหมื่นราย
นอกจากนี้ ผู้นำฟิลิปปินส์ยังปล่อยหมัดเด็ดอีกว่า หากจีนกับรัสเซียรวมตัวกันก่อตั้งระเบียบโลกใหม่ (New World Order) ฟิลิปปินส์จะเข้าร่วมเป็นประเทศแรก
ท่าทีของดูเตร์เต้สอดคล้องกับกระแสวิจารณ์ที่ว่าองค์กรระหว่างประเทศต่างๆ อยู่ภายใต้อิทธิพลของมหาอำนาจอย่างสหรัฐมาโดยตลอด ทำให้บรรทัดฐานของ ICC และ UN จึงเป็นบรรทัดฐานเดียวกับค่านิยมทางการเมืองของสหรัฐ
ตลอดเวลาที่ผ่านมา สหรัฐเป็นชาติมหาอำนาจเดียวในโลกที่มีอิทธิพลในการกำหนดกฎระเบียบต่างๆ ของโลก ทว่า ในระยะหลังจีนกับรัสเซียเริ่มผงาดขึ้นมาเป็นชาติที่มีอำนาจท้าทายสหรัฐมากขึ้น อาจเป็นไปได้ว่าหลังจากนี้ทั้งสองประเทศจะกลายเป็นกลุ่มมหาอำนาจใหม่ที่กำหนดทิศทางของโลกในทางตรงกันข้ามกับสหรัฐ จนทำให้โลกของเราเข้าสู่ยุค 2 ขั้วอำนาจ
ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูติน ได้ลงนามถอนตัวจากศาลอาญาระหว่างประเทศ โดยให้เหตุผลว่าไม่ได้เป็นองค์กรอิสระอย่างแท้จริง และในช่วง 14 ปีที่ผ่านมาศาลแห่งนี้ใช้งบประมาณไปนับพันล้านเหรียญสหรัฐ แต่มีคำพิพากษาออกมาเพียงแค่ 4 คดี ที่สำคัญก็คือรัสเซียเก็บความไม่พอใจต่อ ICC มาตั้งแต่เกิดกรณีความขัดแย้งกับจอร์เจียเมื่อปี 2008 ซึ่งศาลดังกล่าวทำหน้าที่สอบสวนหาผู้ที่เป็นตัวการความขัดแย้ง
แต่นักวิเคราะห์บางส่วนชี้ว่าการถอนตัวครั้งนี้อาจเกี่ยวข้องกับการที่รัสเซียมีชนักติดหลังอย่างการยึดแคว้นไครเมียมาจากยูเครน และการส่งกำลังสนับสนุนการโจมตีของรัฐบาลซีเรียต่อกลุ่มกบฏ ซึ่งถูกประชาคมโลกโจมตีว่าเป็นการกระทำที่ขัดต่อกฎหมายระหว่างประเทศ
หลายฝ่ายมองว่า ท่าทีของรัสเซียจะสั่นคลอนบรรทัดฐานความยุติธรรมและสิทธิมนุษยชนของโลก รวมถึงอาจเป็นตัวอย่างให้ประเทศอื่น อาทิ ประเทศในแถบแอฟริกาดำเนินรอยตามอีก หลังจากเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา รัฐบาลของแกมเบียได้ยื่นเอกสารแจ้งต่อองค์การสหประชาชาติว่าจะถอนตัวออกจากศาลอาญาระหว่างประเทศ ตามรอยบุรุนดีและแอฟริกาใต้ ที่เพิ่งแจ้งถอนตัวไปก่อนหน้านี้ รวมทั้งเคนยา นามิเบีย และยูกันดา ที่กำลังพิจารณาถอนตัวเช่นกัน
หลังการถอนตัวของรัสเซีย ซิดิกิ กาบา รัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรมเซเนกัลและประธานสมัชชารัฐภาคีแห่งศาลอาญาระหว่างประเทศ ได้กล่าวเปิดการประชุมสมัชชาเรียกร้องไม่ให้สมาชิกถอนตัว และยอมรับว่าขณะนี้ศาลอาญาระหว่างประเทศกำลังตกที่นั่งลำบาก ซึ่งนอกจากการถอนตัวแล้ว รัสเซียกับจีนยังรวมตัวกันขัดขวางไม่ให้องค์การสหประชาชาตินำกรณีสงครามในซีเรียขึ้นสู่การสอบสวนขององค์กร
ทั้งนี้ ศาลอาญาระหว่างประเทศก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2002 ภายใต้ธรรมนูญกรุงโรมว่าด้วยศาลอาญาระหว่างประเทศ เป็งองค์กรตุลาการอิสระทำหน้าที่พิจารณาคดีอาญาที่ถือว่ามีความรุนแรงตามกฎหมายระหว่างประเทศ อาทิ การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ อาชญากรรมต่อมนุษยชาติ และอาชญากรรมสงคราม
ภาพ : เอเอฟพี
ที่มา www.m2fnews.com







