
"ทรัมป์โมเดล" ดึงกระแสโลกเอียงหาขวาจัด
ผลการเลือกผู้นำของสหรัฐ ยังสั่นกระเพื่อมกระแสการเมืองฝ่ายขวาทั่วโลกให้หวนคืนมาอีกครั้ง
ผลการเลือกผู้นำของสหรัฐ ยังสั่นกระเพื่อมกระแสการเมืองฝ่ายขวาทั่วโลกให้หวนคืนมาอีกครั้ง
ชัยชนะของ โดนัลด์ ทรัมป์ สุดยอดนักธุรกิจของโลก ที่กระโดดเข้าสู่สังเวียนการเมืองสหรัฐ นำมาซึ่งความตื่นตะลึงของชาวอเมริกันจำนวนมาก ที่ไม่อยากจะเชื่อว่า บุคคลที่มีความคิดสุดโต่งในหลายๆ ด้าน เช่น การจัดการผู้อพยพ ความเชื่อ หรือเพศ จะได้รับเลือกเข้ามา แต่นั่นก็สะท้อนว่าเสียงส่วนมากของคนในประเทศนี้แท้จริงต้องการความเปลี่ยนแปลงจากคณะทำงานชุดอนุรักษนิยม ซึ่งเป็นคนละขั้วกับการบริหารที่ผ่านมา 8 ปี ของพรรคเดโมแครต นำโดยประธานาธิบดี บารัก โอบามา
ผลการเลือกผู้นำของประเทศมหาอำนาจแห่งนี้ ยังสั่นกระเพื่อมกระแสการเมืองฝ่ายขวาทั่วโลกให้หวนคืนมาอีกครั้ง โดยเฉพาะชาติยุโรป จากปัจจัยทางการเมืองและสังคม เช่น ผู้อพยพล้นเมือง ที่รุมเร้าอย่างหนักตั้งแต่ปีที่แล้ว ซึ่งบางแห่งอาจพูดได้ว่า นำร่องขอพลิกแผ่นดินเป็นฝั่งอนุรักษนิยมก่อนหน้าสหรัฐอีกด้วย
ฝรั่งเศส
ประเทศแห่งนี้สั่งสมประเด็นการลี้ภัยมากที่สุดเป็นอันดับต้นๆ ก็ว่าได้ โดยเฉพาะเมื่อเร็วๆ นี้เพิ่งจะเดินหน้ารื้อค่ายอพยพชื่อดัง “จังเกิล” ซึ่งเป็นที่ชุมนุมของผู้อพยพจากแอฟริกาและตะวันออกกลางจนเป็นที่เกรียวกราวไปทั่วโลก ไหนจะเกิดเหตุวินาศกรรมอย่างรุนแรงในกรุงปารีสเมื่อปีที่แล้ว จนหลายฝ่ายเชื่อว่าเป็นผลพวงจากภัยผู้ก่อการร้ายที่แฝงตัวเข้ามากับผู้หนีร้อนพึ่งเย็น อีกทั้งการเข้ามาของคนต่างถิ่นยังถูกมองว่าแย่งชิงผลประโยชน์ของเจ้าบ้าน ทั้งเรื่องงาน รายได้ และคุณภาพชีวิต ประเด็นเหล่านี้ทำให้กระแสต่อต้านศาสนาอิสลามและชาวมุสลิมทวีความรุนแรง ช่วยเทคะแนนให้พรรคการเมืองฝ่ายอนุรักษนิยม หรือฝ่ายขวา กระทั่งเมื่อรัฐบาลออกกฎห้ามสวมเบอร์กินีหรือชุดว่ายน้ำคลุมปกปิดร่างกายตามหลักศาสนาอิสลาม ชาวฝรั่งเศสก็ขานรับกฎนี้อย่างไม่แยแสหัวอกชาวมุสลิม
การเลือกตั้งผู้นำคนใหม่ของฝรั่งเศสที่กำลังจะมีขึ้นในเดือน เม.ย.ปีหน้า จึงเป็นที่จับตากันว่า ผู้สมัครฝั่งขวาจัดอาจจะได้รับคะแนนิยมล้นหลามมากกว่าฝ่ายซ้าย หรือฝ่ายสังคมนิยม โดยผู้ที่ได้รับการจับตาคือ มารีน เลอ แปน หัวหน้าพรรคแนวหน้าแห่งชาติ ผู้มีอุดมการณ์แบบขวาจัด และเป็นรายแรกๆ ที่แสดงความยินดีเมื่อทราบผลการเลือกตั้งว่าทรัมป์ชนะแน่ๆ แล้ว
เลอ แปนประกาศกร้าวว่า หลังจากสหราชอาณาจักรแยกตัวจากสหภาพยุโรป (Brexit) และชัยชนะของทรัมป์แล้ว จะเป็นชัยชนะของพรรคของนางในการเลือกตั้งประธานาธิบดีในปี 2017 และให้คำมั่นว่าหากเลือกพรรคฝ่ายขวา ประชาชนจะไม่ต้องกังวลว่าจะมีใครแหกพรมแดนเข้ามา และจะได้พบกับปรากฏการณ์เฟรกซิท (Frexit) หรือฝรั่งเศสออกจากสมาชิกภาพยุโรปแน่นอน
สหราชอาณาจักร
Brexit หรือการแยกตัวของสหราชอาณาจักรกับกลุ่มชาติยุโรป ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้แนวคิดอนุรักษนิยมทวีความเข้มข้นที่สุดในรอบหลายปี อันเป็นผลมาจากมาจากความเบื่อหน่ายต่อแนวคิดสากล เสรีนิยม และสังคมนิยมที่รุ่งโรจน์ของยุโรปมากพักใหญ่ๆ ไม่ว่าจะเป็นนโยบายอ้าแขนรับผู้เดือดร้อนภายนอกเข้าสู่ดินแดนอย่างไม่หยุดหย่อน ซึ่งยิ่งทำให้ผู้คนไม่พอใจมากขึ้นเรื่อยๆ หรือการที่ต้องสนับสนุนเงินจำนวนมากช่วยโอบอุ้มวิกฤตการเงินของชาติสมาชิกด้วยกัน เวลานี้ อำนาจทางการเมืองของสหราชอาณาจักรอยู่ในมือของ นายกรัฐมนตรี เทเรซา เมย์ หลังจาก เดวิด คาเมรอน ซึ่งสนับสนุนอังกฤษให้อยู่กับกลุ่มยุโรปต่อ ประกาศลาออกจากตำแหน่ง อย่างไรก็ดี Brexit ยังทำให้คะแนนนิยมของประชาชนเทไปที่พรรคเอกราชสหราชอาณาจักร หรือยูคิพ (UKIP) ซึ่งมีความขวาจัดสุดๆ และเป็นตัวตั้งตัวตีสนับสนุน Brexit ที่ผ่านมาด้วย
ออสเตรีย
ออสเตรียกำลังจะมีการเลือกตั้งครั้งใหญ่ในเดือน ธ.ค.ปีนี้ และเป็นที่น่าจับตาว่าพรรคเสรีภาพ (FPÖ) ฝ่ายขวาจัดของประเทศจะลอยลำเข้ามาเป็นรัฐบาลครั้งแรกในประวัติศาสตร์ เนื่องจากกระแสความไม่พอใจในหมู่ชาวออสเตรียเรื่องอัตราการว่างงานที่รุนแรง และการไหลทะลักเข้ามาของคนต่างชาติ เนื่องจากประเทศนี้เป็นทางผ่านของผู้อพยพไปยังเยอรมนี นอกจากจะมีโอกาสตั้งรัฐบาลแล้ว แกนนำของพรรค FPÖ อย่าง นอร์แบร์ท ฮอฟอร์ ยังประกาศตัวเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งประธานาธิบดีด้วย ซึ่งคาดการณ์ว่าเขามีแนวโน้มที่จะได้รับเลือกสูง โดย ฮอฟอร์หาเสียงด้วยคำมั่นสัญญาว่าจะตรึงชายแดนสกัดกั้นกระแสผู้อพยพ และห้ามสตรีมุสลิมสวมชุดคลุมทั้งตัว หรือชุดบุรกา จนมีคนจำนวนมากตั้งฉายาให้ว่า “ทรัมป์แห่งออสเตรีย”
เนเธอร์แลนด์
ไม่ใช่แค่ออสเตรียเท่านั้นที่มีฝาแฝดของทรัมป์ เนเธอร์แลนด์เองก็มี เกีร์ต ไวล์เดอร์ส หัวหน้าพรรคอิสรภาพ ที่น้อมนำแนวคิดของว่าที่ผู้นำชาวอเมริกันคนที่ 45 มาอย่างเต็มเหนี่ยว โดยชูนโยบายห้ามเผยแพร่ศาสนาอิสลามในประเทศ เสนอให้ปิดมิสยิด และห้ามแสดงสัญลักษณ์ทางศาสนา ซึ่งเขากล่าวอ้างว่าเป็นสัญลักษณ์ความรุนแรงของพวกก่อการร้าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังเหตุวินาศกรรมกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม ไวล์เดอร์ส ออกมาโจมตีพรรครัฐบาลว่าเปิดพรมแดนให้ผู้อพยพเข้ามาก่อเหตุ
ออสเตรเลีย
ประเทศที่เพิ่งประกาศห้ามผู้อพยพเข้าประเทศทางเรือทุกกรณีอย่างเป็นทางการเมื่อไม่นานนี้ และที่ผ่านมาออสเตรเลียยังมีนโยบายต่อผู้อพยพที่เข้มงวด ส่งผลให้แนวคิดหรือนักการเมืองฝ่ายอนุรักษนิยมขวาจัดได้รับคะแนนนิยมจากประชาชนมากขึ้นตามไปด้วย เมื่อเร็วๆ นี้ พอลลีน แฮนสัน นักการเมืองหญิงของพรรคชาติหนึ่งเดียว (ONP) เพิ่งได้รับเลือกเป็นวุฒิสมาชิกมาหมาดๆ ในการกล่าวสุนทรพจน์ครั้งแรกของแฮนสัน เรียกร้องให้ยุติการย้ายถิ่นฐานของผู้อพยพ และสั่งห้ามเครื่องแต่งกายที่ปิดบังร่างกายทั้งหมด ซึ่งโพลจากสำนักวิจัย Essential Research สำรวจพบว่า ประชาชนถึง 49% หรือเกือบครึ่งหนึ่งของประชากรทั้งหมด เห็นดีเห็นงามกับแผนต่อต้านนี้เช่นกัน
ที่มา www.m2fnews.com
ภาพ...เอเอฟพี







