
ประท้วง "ทรัมป์" ลุกลาม
มือปืนก่อเหตุยิงผู้ชุมนุมในรัฐโอเรกอน ด้านผู้ประท้วงหวั่นทรัมป์เดินหน้าจำกัดสิทธิพลเมืองยิ่งขึ้น
มือปืนก่อเหตุยิงผู้ชุมนุมในรัฐโอเรกอน ด้านผู้ประท้วงหวั่นทรัมป์เดินหน้าจำกัดสิทธิพลเมืองยิ่งขึ้น
รอยเตอร์สรายงานว่า กลุ่มผู้ประท้วงหลายพันคนยังคงชุมนุมต่อต้านการขึ้นเป็นประธานาธิบดีของโดนัลด์ ทรัมป์ เป็นวันที่ 3 ในเมืองต่างๆ ทั่วสหรัฐ โดยเหตุการณ์ทวีความรุนแรงยิ่งขึ้นในวันที่ 12 พ.ย. เนื่องจากมีมือปืนเปิดฉากยิงผู้ชุมนุมรายหนึ่งในเมืองพอร์ตแลนด์ รัฐโอเรกอน ซึ่งในขณะนี้ยังไม่ทราบว่าผู้ถูกยิงมีอาการสาหัสหรือไม่ และไม่สามารถระบุตัวผู้ก่อเหตุหรือแรงจูงใจได้
รายงานระบุว่า กลุ่มผู้ประท้วงวิตกว่า ทรัมป์จะใช้นโยบายจำกัดสิทธิพลเมืองอเมริกัน เมื่อขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีในวันที่ 20 ม.ค. เนื่องจากทรัมป์ย้ำระหว่างการหาเสียงว่าจะจำกัดจำนวนผู้อพยพและขึ้นทะเบียนชาวมุสลิมภายในประเทศ
ด้านเว็บไซต์ข่าวแอลเอไทม์ส รายงานว่า ทรัมป์มีแนวโน้มยกเลิกนโยบายการยื่นขอผ่อนผันเพื่ออยู่ในประเทศชั่วคราวสำหรับการเข้าเมืองตั้งแต่ในวัยเด็ก (ดีเอซีเอ) ของประธานาธิบดี บารัก โอบามา ซึ่งอนุญาตให้ “ดรีมเมอร์” หรือลูกของผู้อพยพที่เข้ามาในสหรัฐอย่างผิดกฎหมาย สามารถยื่นเรื่องขออาศัยอยู่ในประเทศต่อได้ โดยหน่วยงานผู้อพยพสหรัฐเปิดเผยว่า จำนวนดรีมเมอร์ทั่วประเทศอยู่ที่ 1.8 ล้านคน ซึ่งรัฐแคลิฟอร์เนียมีคนกลุ่มดังกล่าวจำนวนมากที่ราว 1 ใน 3 ของประชากรภายในรัฐ 7.42 แสนคน
แอลเอไทม์ส เปิดเผยว่า ทรัมป์ยังสั่งให้ผู้ช่วยเตรียมร่างนโยบายเกี่ยวกับการส่งตัวผู้อพยพกลับประเทศ โดยอาจเพิ่มอำนาจให้สำนักบังคับใช้กฎหมายคนเข้าเมืองและศุลกากร ซึ่ง คริส โคบัค หนึ่งในทีมร่างนโยบายผู้อพยพ กล่าวว่า อาจช่วยเพิ่มการส่งตัวผู้อพยพกลับได้ถึง 75% คาดว่าจะเทียบเท่ากับจำนวนผู้อพยพที่ถูกส่งตัวกลับราว 4 แสนคนในปี 2012 ซึ่งมากที่สุดเป็นประวัติการณ์
นอกจากนี้ โคบัค เสริมว่า ระหว่างทรัมป์ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี เจ้าหน้าที่รัฐอาจกลับไปตรวจค้นสถานที่ทำงานต่างๆ เพื่อตรวจสอบสถานะของคนงาน ซึ่งเป็นนโยบายที่ จอร์จ ดับเบิลยู. บุช อดีตประธานาธิบดีสหรัฐเคยใช้ และได้มีการยกเลิกเมื่อโอบามาเข้ารับตำแหน่ง
ภาพ...เอเอฟพี







