posttoday
จีนได้ทีดันเอฟทีเอ เอเชีย-แปซิฟิก

จีนได้ทีดันเอฟทีเอ เอเชีย-แปซิฟิก

11 พฤศจิกายน 2559

หลี่เป่าตง รัฐมนตรีช่วยต่างประเทศจีน แถลงก่อนที่ประธานาธิบดี สีจิ้นผิง จะเดินทางไปร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชียแปซิฟิก(เอเปก) ที่เปรู ระหว่างวันที่ 19-20 พ.ย.นี้ว่า ผู้นำจีนจะแสวงหาความร่วมมือเพื่อสนับสนุนข้อตกลงเขตการค้าเสรีเอเชียแปซิฟิก (เอฟทีเอเอพี) ระหว่างการประชุม และย้ำว่าภูมิภาคนี้จำเป็นต้องมีเอฟทีเอโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ โดยท่าทีดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่โดนัลด์ ทรัมป์ ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ และคาดว่าจะกระทบต่อเอฟทีเอตามที่หาเสียงไว้ โดยเฉพาะความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจเอเชียแปซิฟิก (ทีพีพี)

หลี่เป่าตง รัฐมนตรีช่วยต่างประเทศจีน แถลงก่อนที่ประธานาธิบดี สีจิ้นผิง จะเดินทางไปร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชียแปซิฟิก(เอเปก) ที่เปรู ระหว่างวันที่ 19-20 พ.ย.นี้ว่า ผู้นำจีนจะแสวงหาความร่วมมือเพื่อสนับสนุนข้อตกลงเขตการค้าเสรีเอเชียแปซิฟิก (เอฟทีเอเอพี) ระหว่างการประชุม และย้ำว่าภูมิภาคนี้จำเป็นต้องมีเอฟทีเอโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ โดยท่าทีดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่โดนัลด์ ทรัมป์ ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ และคาดว่าจะกระทบต่อเอฟทีเอตามที่หาเสียงไว้ โดยเฉพาะความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจเอเชียแปซิฟิก (ทีพีพี)

“การปกป้องการค้าและการลงทุนกำลังเริ่มก่อตัวขึ้น และเอเชียแปซิฟิกก็ไม่มีโมเมนตัมที่มากพอสำหรับการเติบโตภายในภูมิภาค อีกทั้งยังเผชิญแรงกดดันจากการปฏิรูป จีนเชื่อว่าเราควรมีแผนการทำงานใหม่และเป็นรูปธรรม เพื่อตอบรับกับความคาดหวังของภาคอุตสาหกรรม ช่วยหนุนโมเมนตัม และนำไปสู่ข้อตกลงเอฟทีเอในเอเชียแปซิฟิกตั้งแต่เนิ่นๆ” หลี่ กล่าว

ทั้งนี้ หลังเสร็จสิ้นการประชุมที่เปรู สีจะเดินทางเยือนเอกวาดอร์เป็นประเทศต่อไป ซึ่งทั้งสองประเทศนี้ต่างก็เป็นประเทศภาคีสมาชิกในทีพีพี ที่กำลังเสี่ยงจะถูกยกเลิก

คาดเฟดยังขึ้นดอกเบี้ย ธ.ค.นี้

รอยเตอร์สเปิดเผยผลสำรวจความเห็นนักเศรษฐศาสตร์ชั้นนำ 62 คน ซึ่ง 85% เห็นตรงกันว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมรอบสุดท้ายของปีนี้ในเดือน ธ.ค.ตามที่เคยคาดการณ์ไว้ โดยชัยชนะของทรัมป์จะไม่เป็นปัจจัยลบให้เฟดเลื่อนออกไป เนื่องจากเงื่อนไขทางเศรษฐกิจของสหรัฐมีความพร้อมมากพอ สอดคล้องกับที่วิลเลียม ดัดลีย์ ประธานเฟดสาขานิวยอร์ก ส่งสัญญาณว่าเฟดน่าจะยังขึ้นดอกเบี้ยได้ตามแผนเดิม

อย่างไรก็ตาม หลังประกาศผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ นักวิเคราะห์บางรายก็เริ่มลดความเป็นไปได้ของการขึ้นดอกเบี้ยในปีนี้ลงเช่นกัน โดยซีเอ็มอี กรุ๊ป เฟ็ดวอทช์ ระบุว่า แนวโน้มที่เฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยในเดือน ธ.ค.ลดลง 5% จากวันอังคารที่ผ่านมา อยู่ที่ 71.5%

ขณะที่สแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ (เอสแอนด์พี) ประกาศยังคงอันดับเครดิตเรตติ้งของสหรัฐที่ระดับ AA+/A-1+ หลังทราบผลการเลือกตั้งประธานาธิบดี เนื่องจากชัยชนะของทรัมป์และการที่พรรครีพับลิกันสามารถครองที่นั่งได้ทั้งในสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภานั้น จะเป็นปัจจัยสนับสนุนการดำเนินนโยบายต่างๆ ของทรัมป์ แม้จะยังคงมีความไม่แน่นอนในนโยบายอยู่ก็ตาม

ข่าวล่าสุด

ไทยสร้างประวัติศาสตร์เจ้าภาพ IMF-World Bank 2026 เปิด 5 ข้อคิด เชื่อมโยงโลก

ไทยสร้างประวัติศาสตร์เจ้าภาพ IMF-World Bank 2026 เปิด 5 ข้อคิด เชื่อมโยงโลก