
"ฮิลลารี"นำโหวตยกแรก
ทรัมป์บุกรัฐเดโมแครต ด้านฮิลลารีเน้นฟลอริดาคะแนนเสียงมาก โค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้ง 8 พ.ย.
ทรัมป์บุกรัฐเดโมแครต ด้านฮิลลารีเน้นฟลอริดาคะแนนเสียงมาก โค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้ง 8 พ.ย.
สำนักข่าวซีเอ็นเอ็น รายงานว่า มีผู้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าแล้ว 37 ล้านเสียง โดยในจำนวนดังกล่าวเป็นผู้สนับสนุนพรรคเดโมแครต 7.4 ล้านเสียง ขณะที่ผู้สนับสนุนพรรครีพับลิกันอยู่ที่ 6.4 ล้านเสียง โดยในรัฐฟลอริดาที่มีการแข่งขันสูสีอย่างมากและมีคะแนนเสียงคณะผู้เลือกตั้งให้แย่งชิงมากถึง 29 เสียง มีผู้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าซึ่งสนับสนุนเดโมแครต 2.268 ล้านเสียง มากกว่ารีพับลิกันที่ 2.261 ล้านเสียง
ฮิลลารี คลินตัน ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีจากพรรคเดโมแครตเน้นหาเสียงในรัฐฟลอริดาในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้งวันที่ 8 พ.ย. ขณะที่ โดนัลด์ ทรัมป์ ตัวแทนจากพรรครีพับลิกัน เน้นหาเสียงไปยังรัฐที่มีการแข่งขันสูงหรือรัฐที่ค่อนไปทางเดโมแครตอย่างรัฐนอร์ทแคโรไลนา เนวาดา และโคโลราโด
ก่อนหน้านี้ ซีเอ็นเอ็นระบุว่า หากทรัมป์จะชนะการเลือกตั้งนั้นจำเป็นต้องชนะในทุกรัฐที่ มิตต์ รอมนีย์ ตัวแทนรีพับลิกันเคยชนะในปี 2012 ซึ่งรวมถึงนอร์ทแคโรไลนาที่ฮิลลารีนำอยู่จากการประเมินของซีเอ็นเอ็นเมื่อวันที่ 4 พ.ย. และทรัมป์ยังต้องแย่งรัฐที่เคยโหวตให้กับโอบามาในปี 2012 ทั้งฟลอริดา โอไฮโอ ไอโอวา เนวาดา และนิวแฮมป์เชอร์ ถึงจะเพียงพอต่อการได้คะแนนเสียงคณะผู้เลือกตั้งมากพอขึ้นเป็นประธานาธิบดีที่ 270 เสียงพอดี
อย่างไรก็ตาม ซีเอ็นเอ็นระบุว่า ในผลสำรวจคะแนนความนิยมระดับชาติฮิลลารีนำทรัมป์อยู่ไม่มากนัก โดยโพลของแมคคลาทชี-มาริสต์ พบว่า ฮิลลารีนำทรัมป์อยู่ 44% ต่อ 43% เท่านั้น ในขณะที่ผลสำรวจของเอบีซี/วอชิงตันโพสต์ ฮิลลารีนำอยู่ 47% ต่อ 44% ทว่าในค่าเฉลี่ยผลโพลระดับชาติ 4 แห่ง ฮิลลารียังคงนำทรัมป์อยู่ราว 5% สอดคล้องกับค่าเฉลี่ยของสำนักข่าวบลูมเบิร์กที่ 5.1%
บลูมเบิร์กยังรายงานด้วยว่า ฮิลลารีนำอยู่ 3.6% จากการเฉลี่ยผลสำรวจ 5 แห่ง ที่จัดทำหลังสำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐ (เอฟบีไอ) ทบทวนคดีการใช้อีเมลส่วนตัว ซึ่งเป็นระดับใกล้เคียงกับครั้งที่บารัก โอบามา จากเดโมแครตชนะศึกเลือกตั้งเมื่อปี 2012
ภาพ...เอเอฟพี







