
ชี้ดุลอำนาจอาเซียนเปลี่ยน
มะกันมึนเดาทางผู้นำใหม่ปินส์ไม่ถูก ขอคำอธิบายหลังเจอประกาศตัดขาด
มะกันมึนเดาทางผู้นำใหม่ปินส์ไม่ถูก ขอคำอธิบายหลังเจอประกาศตัดขาด
โพสต์ทูเดย์ - กูรูกังวลสมดุลอำนาจเปลี่ยน กดดันอาเซียนยกระดับตรวจตราทะเลจีนใต้ หลังฟิลิปปินส์เมินสหรัฐเข้าหาจีน
โจเซฟ ฟรานโก นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีนันยางในสิงคโปร์ เปิดเผยหลังประธานาธิบดี โรดริโก ดูเตอร์เต ของฟิลิปปินส์ ประกาศตัดขาดกับสหรัฐว่า นับต่อจากนี้สหรัฐไม่อาจมองว่าฟิลิปปินส์เป็นพันธมิตรแน่นแฟ้นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้อีกต่อไป และเป็นการเปิดช่องให้จีนแผ่อิทธิพลในพื้นที่พิพาททะเลจีนใต้ได้ ส่งผลให้ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อาจเพิ่มการตรวจตราน่านน้ำในพื้นที่พิพาท
การเปิดเผยดังกล่าวเกิดขึ้นหลังดูเตอร์เตประกาศแยกตัวกับสหรัฐระหว่างเยือนกรุงปักกิ่ง ทั้งในด้านการทหารและเศรษฐกิจ ยกเว้นเพียงแต่ด้านสังคม โดยระบุว่า ฟิลิปปินส์อาจจะสานสัมพันธ์กับรัสเซียมากขึ้น ขณะที่ รามอน โลเปซ รัฐมนตรีพาณิชย์ฟิลิปปินส์ ลงนามข้อตกลงทางเศรษฐกิจมูลค่า 1.35 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 4.72 แสนล้านบาท) กับจีน
นอกจากนี้ สำนักข่าวรอยเตอร์ส ระบุว่า การเปิดเผยดังกล่าวสร้างความกังวลให้แก่สหรัฐ ท่ามกลางความพยายามสร้างสมดุลในเอเชียตามนโยบายของประธานาธิบดี บารัก โอบามา ของสหรัฐ หลังจีนมีอำนาจในเอเชียเพิ่มมากขึ้น
จอห์น เคอร์บี โฆษกกระทรวงต่างประเทศสหรัฐ กล่าวว่า สหรัฐขอคำอธิบายต่อการประกาศแยกตัวของประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ ซึ่งสร้างความสับสนให้กับสหรัฐ ขณะที่สถานทูตสหรัฐประจำกรุงมะนิลา ออกแถลงการณ์ว่า การเปิดเผยของดูเตอร์เตสร้างความไม่แน่นอนที่ไม่จำเป็น
ขณะเดียวกัน รอยเตอร์สรายงานอ้างบรรดาเจ้าหน้าที่สหรัฐไม่ระบุนามภายหลังดูเตอร์เตประกาศตัดขาดความสัมพันธ์กับสหรัฐว่า ทิศทางความเคลื่อนไหวของดูเตอร์เตไม่สามารถคาดเดาได้ ซึ่งสร้างความกังวลให้กับสหรัฐและยากต่อการหาวิธีการตอบสนอง โดยสหรัฐระวังอย่างมากในการกดดันฟิลิปปินส์ในประเด็นสิทธิมนุษยชน หลังดูเตอร์เตทำสงครามยาเสพติดซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตราว 3,000 ราย เนื่องจากไม่อยากสร้างการยั่วยุ
ด้านเจ้าหน้าที่สหรัฐไม่ระบุนามอีกราย กล่าวว่า มีความเป็นไปได้ที่ฟิลิปปินส์จะกลับเข้าหาสหรัฐอีก หากได้รับผลประโยชน์หรือต้องการเปลี่ยนมามีท่าทีแข็งกร้าวกับจีน
อย่างไรก็ตาม รัฐมนตรีพาณิชย์ฟิลิปปินส์ ระบุว่า ฟิลิปปินส์ยังคงความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับสหรัฐอยู่ โดยการกระทำของดูเตอร์เตหมายความว่าฟิลิปปินส์ต้องการผูกสัมพันธ์กับจีนและอาเซียนมากขึ้น หลังฟิลิปปินส์พึ่งพาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมากเกินไป
ทั้งนี้ ดูเตอร์เตมีกำหนดเดินทางเยือนกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น สัปดาห์หน้า โดยรอยเตอร์สรายงานอ้างแหล่งข่าวว่า ประธานาธิบดี ชินโสะ อาเบะ ของญี่ปุ่น เตรียมพบปะเป็นการส่วนตัวกับดูเตอร์เตเพื่ออธิบายจุดยืนของญี่ปุ่นในภูมิภาค รวมถึงพูดคุยในประเด็นข้อพิพาททะเลจีนใต้ โดยการประกาศของดูเตอร์เตไม่เพียงสร้างความกังวลให้กับสหรัฐเท่านั้น แต่ยังสร้างความวิตกให้กับญี่ปุ่นด้วย







