
IMFเตือนจีนเร่งแก้หนี้
ไอเอ็มเอฟแนะจีนเร่งแก้หนี้ภาคเอกชน เตือนความเสี่ยงผิดนัดชำระหนี้ทำแบงก์สูญเงิน 7% ของจีดีพี
ไอเอ็มเอฟแนะจีนเร่งแก้หนี้ภาคเอกชน เตือนความเสี่ยงผิดนัดชำระหนี้ทำแบงก์สูญเงิน 7% ของจีดีพี
กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) เปิดเผยในรายงานว่า จีนจำเป็นต้องจัดการกับปัญหาหนี้สินภาคเอกชนอย่างเร่งด่วน แม้ว่าหนี้สินขณะนี้ของจีนยังอยู่ในระดับที่สามารถบริหารจัดการได้ แต่ถือว่าสูงมากเมื่อเทียบกับเกณฑ์มาตรฐานโลก
รายงานคาดการณ์ว่า ความเสี่ยงผิดนัดชำระหนี้ของภาคเอกชนจีนอยู่ที่ 15.5% ของการปล่อยสินเชื่อทั้งหมดโดยธนาคารพาณิชย์ที่ให้ภาคเอกชน ณ สิ้นปี 2015 และความเสี่ยงดังกล่าวอาจสร้างความเสียหายให้ภาคธนาคารจีนคิดเป็นสัดส่วน 7% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี)
ทั้งนี้ ธนาคารกลางจีน (พีบีโอซี) เปิดเผยว่า ธนาคารพาณิชย์จีนปล่อยสินเชื่อรอบใหม่ให้ภาคเอกชน 1.22 ล้านล้านหยวน (ราว 6.3 ล้านล้านบาท) ในเดือน ก.ย. ซึ่งสูงสุดในรอบ 3 เดือน และปรับขึ้นมากกว่าคาดการณ์
นอกจากนี้ ไอเอ็มเอฟยังคาดการณ์ว่า การปิดกิจการของบริษัทที่ไม่ทำกำไรหลายแห่งในจีน หรือบริษัทซอมบี้ อาจทำให้ต้องเลิกจ้างพนักงานทั่วประเทศราว 7.8 ล้านอัตรา ซึ่งจากจำนวนดังกล่าว 2.8 ล้านอัตรา เป็นตำแหน่งงานในภาคส่วนที่มีกำลังผลิตส่วนเกิน เช่น อุตสาหกรรมถ่านหินและเหล็กกล้า และอีก 5 ล้านอัตราอยู่ในอุตสาหกรรมการก่อสร้าง
ขณะเดียวกัน การลดกำลังผลิตส่วนเกินมีแนวโน้มต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง ซึ่งแรงงานที่ถูกเลิกจ้างจากกระบวนการลดกำลังผลิตจะค่อยๆ เคลื่อนย้ายเข้าสู่ภาคส่วนใหม่ๆ ที่มีกำลังผลิตระดับสูง โดยผลกระทบจากการดำเนินการดังกล่าวคาดว่าจะส่งผลให้จีดีพีจีนลดลง 0.6% ในปี 2016 ลดลงต่อเนื่องที่ 0.2% ในปี 2017 ทรงตัวที่ระดับใกล้ 0% ในปี 2018 แล้วจะกลับมาฟื้นตัวขึ้น 0.2% ในปี 2019
ด้านสำนักวิจัยบลูมเบิร์ก เปิดเผยว่า สัดส่วนหนี้ทั้งหมดของจีนปรับตัวขึ้น 465% ในช่วงสิบปีที่ผ่านมา โดยสัดส่วนหนี้เพิ่มขึ้น 247% ของจีดีพีในปี 2015 จากที่ 160% ในปี 2005 ซึ่งหนี้สินของภาคเอกชนปรับขึ้นมาอยู่ที่ 165% ของจีดีพี จาก 105%
รายงานระบุว่า หนี้สินที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของจีนนับตั้งแต่วิกฤตเศรษฐกิจปี 2008 ส่งผลให้ช่องว่างด้านสินเชื่อของจีนอยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ เช่น ไทย สเปน และญี่ปุ่น ที่ต้องดำเนินการอย่างหนักเพื่อลดภาระหนี้สินจากช่วงวิกฤตดังกล่าว โดยการรายงานของไอเอ็มเอฟได้รับการเปิดเผย หลังจากที่รัฐบาลจีนออกแนวทางการลดหนี้สินของภาคเอกชนเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา







