
ดีเบทชิงเก้าอี้ปธน.สหรัฐรอบ 2 ใครชนะ
ผลการโต้วาทีระหว่างสองผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐครั้งล่าสุด คลินตันเป็นฝ่ายนำทรัมป์ท่ามกลางการโต้เถียงอย่างดุเดือด และการกล่าวโจมตีระหว่างทั้ง 2 ฝ่าย
ผลการโต้วาทีระหว่างสองผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐครั้งล่าสุด คลินตันเป็นฝ่ายนำทรัมป์ท่ามกลางการโต้เถียงอย่างดุเดือด และการกล่าวโจมตีระหว่างทั้ง 2 ฝ่าย
จบลงไปแล้วสำหรับการโต้วาทีครั้งที่ 2 ระหว่างสองผู้ชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐ เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ 9 ตุลาคมที่ผ่านมาตามเวลาท้องถิ่นของสหรัฐอเมริกา ซึ่งครั้งนี้เป็นการจัดแบบทาวน์ฮอลล์ ที่เมืองเซนต์หลุยส์ รัฐมิสซูรี และเปิดโอกาสให้ผู้ชมจากทางบ้านส่งคำถามเข้ามา และผู้มีสิทธิออกเสียงที่ยังไม่ได้ตัดสินใจมีโอกาสถามทั้งโดนัลด์ ทรัมป์ และฮิลลารี คลินตัน ได้ด้วย บรรยากาศเป็นไปอย่างดุเดือด ซึ่งนอกจากนโยบายทางการเมืองแล้วทั้งคู่ยังวิพากษ์วิจารณ์คุณสมบัติ และเชือดเฉือนกันอย่างเต็มที่ แต่หลังสิ้นสุดการปะทะคารมครั้งนี้ใครบ้างที่เป็นผู้ชนะ? และชาวอเมริกันคิดเห็นอย่างไร?
ผู้ชนะ : ฮิลลารี คลินตัน
คลินตันเดินเกมส์แบบคลินตัน เธอสงบ โปรยยิ้ม และให้ความสำคัญกับนโยบายที่นำเสนอ ซึ่งส่งผลให้เธอขึ้นนำในโพลล่าสุด ในขณะที่คะแนนนิยมในตัวทรัมป์ลดลง ที่คลินตันต้องทำต่อไปก็คือคงคุณภาพของเธอเอาไว้ และปล่อยให้ทรัมป์ขุดหลุมให้ตัวเองต่อไป
คลินตันยังคงรักษาวินัยจากการดีเบทครั้งแรกของเธอไว้เสมอต้นเสมอปลาย เธอไม่พูดแทรก, ไม่ขึ้นเสียง รวมถึงแสดงท่าทางที่สุภาพ และเดินไปตอบคำถามต่อหน้าประชาชนผู้ถามโดยตรง เพื่อพูดคุยกับเขา แน่นอนว่าทั้งหมดนี้เธอทำเพื่อแสดงให้เห็นถึงความแตกต่างระหว่างเธอกับโดนัลด์ ทรัมป์ที่อารมณ์ขึ้นลง และไม่เคารพกฏกติกาของการโต้วาที ซึ่งสิ่งที่เธอทำนั้นได้ผลอย่างชัดเจน
แต่ก็มีบ้างที่เธอถูกโจมตีเช่น กรณีที่ผู้ดำเนินการอภิปรายยกคำพูดของเธอในอดีตขึ้นมาว่าการเป็นนักการเมืองนั้นจำเป็นต้องมีการแสดงออกในที่สาธารณะ และในที่ส่วนตัว สิ่งนี้ทำให้ประชาชนชาวอเมริกันหลายคนไม่มั่นใจต่อตัวเธอ อย่างไรก็ดีนับว่าเป็นโชคของเธอที่ข่าวดังกล่าวมาพร้อมกับเทปหลุดของทรัมป์ที่พูดจาดูถูกผู้หญิงพอดี เธอจึงมีเรื่องให้โจมตีกลับ ซึ่งในการดีเบทครั้งหน้าเชื่อกันว่าคลินตันต้องเผชิญกับเรื่องนี้อีกรอบ
ทั้งนี้ประโยคโจมตีของคลินตันที่กล่าวหาว่าทรัมป์มีเอี่ยว และได้รับการสนับสนุนโดยรัฐบาลรัสเซียนั้น ก็เรียกได้ว่าเปนการโจมตีที่ชาญฉลาดอยู่ทีเดียว "ประวัติศาสตร์อเมริกันไม่เคยมีมาก่อน ที่คู่แข่งต่างชาติของเราจะทำงานหนักเพื่อการเลือกตั้งเช่นนี้" คลินตันกล่าว "และเชื่อฉันเถอะ พวกเขาจะทำทุกทางไม่ให้ฉันได้เป็นประธานาธิบดี รวมถึงทำทุกทางเพื่อยกย่องโดนัลด์ ทรัมป์ บางทีอาจเป็นเพราะเขาไปตกลงกับปูตินไว้เยอะว่าจะให้อะไรบ้าง หรือบางทีเขาอาจจะอยากทำธุรกิจในมอสโก ฉันไม่ทราบเหตุผลเหมือนกัน"
ผู้ชนะ : แอนเดอร์สัน คูเปอร์ และมาร์ธา แรดแดตช์
นายแอนเดอร์สัน คูเปอร์ ผู้ประกาศข่าวจากซีเอ็นเอ็น และนางมาร์ธา แรดแดตช์ ผู้ประกาศข่าวของเอบีซี สองผู้ดำเนินรายการพวกเขามีหน้าที่สำคัญในการรับผิดชอบการโต้วาทีครั้งนี้, พยายามทำให้ผู้สมัครตอบคำถาม, คอยเช็คประเด็นไม่ให้ตกหล่น ไปจนถึงการเช็คข้อเท็จจริงที่ทั้งสองผู้สมัครกล่าว ถึงทั้งคู่จะไม่ได้งัดข้อเท็จจริงมาต่อสู้กับทรัมป์เท่าที่ควร แต่ทั้งคู่ก็พยายามบังคับให้ทรัมป์ตอบคำถาม ในขณะเดียวกันคำถามของทั้งคู่มีความชัดเจน และทั้งคู่ยังคงดำเนินรายการต่อไปแม้จะถูกทรัมป์กล่าวหาว่าโอนเอียงไปทางคลินตันก็ตาม
เช่นในกรณีที่คูเปอร์ถามเกี่ยวกับกรณีการดูถูกเพศหญิงของเขา จากเทปที่หลุดออกมา ทรัมป์พยายามที่จะหลีกเลี่ยงการตอบคำถาม แต่คูเปอร์ไม่ปล่อยให้เขาทำเช่นนั้น
คูเปอร์ : "จากบันทึกที่คุณกล่าวไว้บนรถบัสเมื่อ 11 ปีก่อน จริงหรือไม่ที่คุณจูบผู้หญิง หรือแตะเนื้อต้องตัวเธอทั้งๆที่เธอไม่ได้ยินยอม?"
ทรัมป์ : "ผมเป็นคนที่เคารพผู้หญิงมาก พูดเลยว่าไม่มีใครเคารพผู้หญิงเท่าผม"
คูเปอร์ : "ตกลงคุณจะกล่าวว่าคุณไม่เคยทำเช่นนั้น"
ทรัมป์ : "ผมจะพูดอย่างจริงใจ สิ่งที่คุณได้ยินมาผมรู้สึกละอายมาก แต่ผมยังยืนยันว่าเป็นคนเคารพผู้หญิงอย่างมาก"
คูเปอร์ : "คุณเคยทำอะไรแบบนั้นหรือเปล่า?"
ทรัมป์ : "ไม่ ผมไม่เคย ปละผมกำลังบอกคุณอยู่ว่าผมจะทำให้ประเทศนี้ดีขึ้น..."
แน่นอนว่านี่ไม่ใช่กรณีเดียวที่ทรัมป์หลีกเลี่ยงการตอบคำถามอย่างตรงไปตรงมา แต่เรียกได้ว่าตั้งแต่การดีเบทครั้งแรกแล้ว รวมไปถึงนโยบายของเขาที่ไม่ชัดเจนเช่นฮิลลารี
ผู้ชนะ : บาซาร์ อัล-อัสซาด
เป็นที่รู้กันดีว่าประธานาธิบดีบาซาร์ อัล-อัสซาดแห่งซีเรีย คือเผด็จการมือเปื้อนเลือดที่อยู่เบื้องหลังของสงครามในซีเรีย และยังใช้อาวุธเคมีกับประชาชน ตลอดสงครามที่ยึดเยื้อมานานกว่า 6 ปี ขณะนี้มีผู้เสียชีวิตไปแล้ว 430,000 คน และอีกกว่า 5 ล้านคนที่ต้องกลายเป็นผู้ลี้ภัย
ดังนั้นจึงค่อนข้างน่าประหลาดใจที่ชาวอเมริกันจะได้ยินหนึ่งในผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีกล่าวปกป้องอัสซาดออกโทรทัศน์ที่มีผู้ชมนับล้านคน ซึ่งทรัมป์กล่าวว่า "หนึ่งสิ่งที่ผมต้องการที่จะพูด ผมไม่ชอบอัสซาด แต่อัสซาดฆ่าไอเอส รัสเซียฆ่าไอเอส และอิหร่านฆ่าไอเอส และที่ทั้งสามทำได้เพราะนโยบายต่างประเทศของเรากำลังอ่อนแอ"
ด้านแรดเดตซ์ได้เตือนทรัมป์ หลังจากคำพูดของเขาย้อนแย้งว่าในการโต้วาทีของรองประธานาธิบดีเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ไมค์ เพนซ์ รองประธานาธิบดีของเขากล่าวว่าหากรัสเซียยังคงมีส่วนร่วมในการโจมตีทางอากาศกับรัฐบาลอัสซาด สหรัฐจะเตรียมกำลังทหารเข้าโจมตีทหารของอัสซาด ซึ่งทรัมป์ก็ทำเหมือนกับการโต้ตอบเกี่ยวกับเทปเสียงดูถูกผู้หญิงของเขา เขาอ้างว่าเขาไม่เคยคุยเรื่องนี้กับเพนซ์มาก่อน และเขาไม่เห็นด้วยกับนโยบายนี้ และเขาชี้แจงว่าขณะนี้ซีเรียกำลังต่อสู้กับไอเอสอยู่
ด้านหลายสำนักข่าวได้เปิดเผยผลโพลว่าประชาชนส่วนใหญ่คิดว่าใครเป็นฝ่ายชนะในการดีเบทครั้งนี้ 57% คิดว่าฮิลลารี คลินตันเป็นฝ่ายชนะ ส่วนอีก 34% คิดว่าโดนัลด์ ทรัมป์เป็นฝ่ายชนะ และสำหรับการโต้วาทีครั้งต่อไปซึ่งเป็นนัดสุดท้ายจะมีขึ้นในวันที่ 19 เดือนนี้
ขอขอบคุณ VOX







