
ลุยเบร็กซิตปีหน้า
นายกฯ อังกฤษยืนยันเริ่มเจรจาอียูหลังเดือน มี.ค. 2017 หวังเจรจาเอื้อประโยชน์ชาวอังกฤษ
นายกฯ อังกฤษยืนยันเริ่มเจรจาอียูหลังเดือน มี.ค. 2017 หวังเจรจาเอื้อประโยชน์ชาวอังกฤษ
เทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีของอังกฤษ เปิดเผยว่า อังกฤษจะใช้มาตรา 50 ตามสนธิสัญญาลิสบอน เริ่มกระบวนการออกจากสหภาพยุโรป (อียู) หรือเบร็กซิต ซึ่งจำกัดระยะเวลาในการเจรจาออกจากอียูไว้ 2 ปี ในปลายเดือน มี.ค. 2017 โดยกระบวนการหลังจากประกาศมาตรา 50 ขึ้นอยู่กับทางอียู
นอกจากนี้ ผู้นำหญิงของอังกฤษ ยังระบุอีกด้วยว่า ภายหลังออกจากอียูแล้ว อังกฤษจะประกาศใช้กฎหมายเพิกถอน เกรท รีพีล บิล เพื่อยุติกฎหมายยูโรเปี้ยน คอมมูนิตี้ ปี 1972 โดยเปลี่ยนกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับอียูให้กลายเป็นกฎหมายในประเทศ
“สิ่งที่ประชาชนอยากรู้คือรัฐบาลจะมีความสามารถพอที่จะกำหนดว่าใครจะเข้ามาบ้าง และตั้งกฎสำหรับผู้ที่เข้ามาในประเทศเรา พวกเราจะมองหาหลายช่องทางที่สามารถควบคุมเรื่องดังกล่าว ซึ่งชาวอังกฤษต้องการและสร้างความมั่นใจว่าอนาคตที่สดใสและเยี่ยมที่สุดจะมาถึงอังกฤษ” เมย์ กล่าว
ขณะเดียวกัน นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ระบุว่า ทีมเจรจาเบร็กซิตกำลังพูดคุยกับภาคธุรกิจเพื่อหาสิ่งที่ภาคธุรกิจต้องการจากการเจรจาออกจากอียู เพื่อให้ได้ข้อตกลงที่ดีที่สุดสำหรับการค้า
ทั้งนี้ สมาพันธ์อุตสาหกรรมอังกฤษ (ซีบีไอ) เปิดเผยผลสำรวจภาคธุรกิจไตรมาสที่ 3 พบว่า แม้การเติบโตของภาคธุรกิจจะปรับตัวลดลงเหลือ บวก 3 จากบวก 8 ในช่วง 3 เดือน สิ้นสุดเดือน ส.ค. และนับว่าต่ำที่สุดตั้งแต่เดือน มี.ค. อย่างไรก็ตาม คาดการณ์การดำเนินธุรกิจสำหรับไตรมาสสุดท้ายของปีอยู่ที่ บวก 22 ซึ่งมากที่สุดนับตั้งแต่เดือน ก.ย. 2015 แสดงให้เห็นความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจ
อย่างไรก็ตาม ซีบีไอ ระบุว่า ความไม่แน่นอนในด้านความสัมพันธ์ระหว่างอังกฤษและอียูยังคงกดดันความเชื่อมั่นและแผนการของภาคธุรกิจ ส่งผลกระทบต่อศักยภาพการผลิตและการขยายตัวทางเศรษฐกิจในระยะยาว
ขณะเดียวกัน ดัชนีชี้วัดการขยายตัวของธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ของเว็บไซต์แคปปิตัล อีโคโนมิกส์ พบว่า 43% ของเอสเอ็มอีในประเทศคาดว่าเศรษฐกิจจะหดตัวในช่วง 12 เดือนข้างหน้า เมื่อเทียบกับ 24% ที่คาดว่าเศรษฐกิจจะดีขึ้น







