
ผู้หญิงซาอุฯลงชื่อ ยกเลิกกฏหมายทาสชีวิต
บรรดาผู้หญิงซาอุดิอาระเบียนับพันคนร่วมกันลงชื่อในโลกออนไลน์ยื่นคำร้องไปยังรัฐบาล เพื่อยกเลิกกฏหมายที่ถูกมองว่าทำให้พวกเธอมีชีวิตไม่ต่างจากทาส
บรรดาผู้หญิงซาอุดิอาระเบียนับพันคนร่วมกันลงชื่อในโลกออนไลน์ยื่นคำร้องไปยังรัฐบาล เพื่อยกเลิกกฏหมายที่ถูกมองว่าทำให้พวกเธอมีชีวิตไม่ต่างจากทาส
กฏหมายทาวดังกล่าวมีเนื้อหาประมาณว่าผู้หญิงซาอุดิอาระเบียทุกคนจะต้องได้รับการปกป้องดูแลจากผู้ชาย นั่นทำให้พวกเธอต้องขออนุญาตผู้ปกป้องทุกครั้งในการทำสิ่งต่างๆไม่ว่าจะเป็น การสมัครงาน, การลงทะเบียนเรียน, การเดินทางท่องเที่ยว, การรักษาพยาบาล ไปจนถึงการแต่งงาน และการออกจากเรือนจำ
ผู้หญิงควรได้รับการปฏิบัติในฐานะพลเมืองเต็มตัว คำกล่าวจาก Aziza Al-Yousef นักเคลื่อนไหวสาวผู้ต่อสู้ล้มล้างระบบนี้มานานกว่า 10 ปี
บรรดาผู้ชายที่มีหน้าที่ปกป้องผู้หญิงนั้น สามารถเป็นได้ทั้งสามี, พ่อ, พี่น้อง หรือแม้แต่ลูกชายหากหญิงคนดังกล่าวไม่มีญาติชายคนอื่นที่อายุใกล้เคียงแล้ว ในช่วงหลายปีที่ผ่านมากระแสการต่อต้าน และการประท้วงกฏหมายดังกล่าวเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ รวมถึงความช่วยเหลือจากองค์กรมนุษยชนที่เข้ามาจัดกิจกรรมให้บรรดาผู้หญิงซาอุเห็นคุณค่าของการมีชีวิตในแบบที่เธอเองควรมี
กระแสต่างๆนำไปสู่การติดแฮชแทกในโลกออนไลน์ #IAmMyOwnGuardian, #TogetherToEndMaleGuardianship และ#StopEnslavingSaudiWomen บนทวิตเตอร์ จากผู้หญิงหลากหลายอาชีพ และช่วงวัย
เพียงแค่ 2 วันหลังเปิดให้มีการลงชื่อยื่นคำร้อง มีโทรเลขจากผู้หญิงกว่า 2,500 คน ถูกส่งไปยังกษัตริย์ซาอุ เพื่อเรียกร้องให้พระองค์ยกเลิกระบบผู้ปกครองชายนี้ และจำนวนผู้ที่ลงชื่อก็มีมากถึง 14,682 รายชื่อเข้าไปแล้ว ซึ่งทั้งหมดนั้นเป็นการลงชื่อนามสกุลแบบเต็ม ซึ่งถือว่ามีความเสี่ยงพอสมควร
ในความเป็นจริงแล้วรัฐบาลซาอุเคยพยายามที่จะยกเลิกระบบนี้มาแล้ว 2 ครั้ง คือในปี 2009 และ 2013 เมื่อได้รับการตรวจสอบจากสภาสิทธิมนุษยชนสหประชาชาติ ทางรัฐบาลได้ทำการปรับปรุงแก้ไขกฏเอื้อให้บรรดาผู้หญิงสามารถทำงานได้ง่ายขึ้น, แต่งตั้งที่ปรึกษาหญิงสำหรับสถาบันกษัตริย์ และช่วยให้ผู้หญิงสามารถลงคะแนนเสียงเลือกตั้งได้ อย่างไรก็ตามทั้งหมดนี้ยังไม่เพียงพอ
เมื่อต้นปีที่ผ่านมาทางรัฐบาลเพิ่งจะประกาศแผนอนาคตของซาอุดิอาระเบียในปี 2030 ที่ต้องการพัฒนาประเทศให้สามารถอยู่รอดได้โดยไม่ต้องพึ่งเศรษฐกิจจากอุตสาหกรรมน้ำมันอย่างเดียว ซึ่งเป็นที่คาดหวังกันว่าจะส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงระบบการปกครองดังกล่าว และเอื้อให้ผู้หญิงมีส่วนช่วยในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจมากขึ้น
สามารถรับชมวิดีโอจำลองสถานการณ์โดย HumanRightsWatch ได้ที่นี่ เพื่อคุณผู้อ่านจะเข้าใจมากขึ้นว่าเหตุใดกฏหมายนี้จึงควรถูกยกเลิก







