posttoday
ทรัมป์-คลินตันเปิดฉากดีเบต 3 ประเด็นเดือด!

ทรัมป์-คลินตันเปิดฉากดีเบต 3 ประเด็นเดือด!

27 กันยายน 2559

การโต้วาทีครั้งแรกของสองผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ในประเด็นแผนพัฒนาเศรษฐกิจ, ทิศทางของอเมริกา และความมั่นคงจากการก่อการร้าย

การโต้วาทีครั้งแรกของสองผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ในประเด็นแผนพัฒนาเศรษฐกิจ, ทิศทางของอเมริกา และความมั่นคงจากการก่อการร้าย

เมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมาเพิ่งจะเสร็จสิ้นการโต้วาทีครั้งสำคัญระหว่างสองผู้แทนลงสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดี นางฮิลลารี คลินตัน จากพรรคเดโมแครต และนายโดนัลด์ ทรัมป์ จากพรรครีพับลีกัน ซึ่งจัดขึ้นที่มหาวิทยาลัย Hofstra ในนครนิวยอร์ก

การโต้วาทีครั้งนี้บรรดานักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะมีชาวอเมริกันติดตามชมการถ่ายทอดสดถึง 100 ล้านคน ซึ่งมากเป็นประวัติการณ์เลยทีเดียว จากผลสำรวจล่าสุดพบว่ายังมีชาวอเมริกันที่ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะลงคะแนนเสียงให้ฝ่ายใดจำนวน 10-20% ดังนั้นเวทีนี้จึงเป็นเวทีสำคัญที่ผู้สมัครทั้งสองจะใช้ในการดึงคะแนนเสียงจากคนกลุ่มนี้ รวมถึงการแสดงให้เห็นถึงความพร้อม และคาแรคเตอร์ของตัวผู้สมัครเองว่ามีคุณสมบัติที่จะเป็นประธานาธิบดีคนใหม่หรือไม่

ผู้ดำเนินรายการโต้วาทีในครั้งนี้คือ Lester Holt ผู้ประกาศข่าวชื่อดัง สำหรับประเด็นในการโต้วาทีนี้มีด้วยกัน 3 ประเด็นด้วยกันคือ 1. ทิศทางของสหรัฐอเมริกา 2. นโยบายทางเศรษฐกิจ และ 3. ประเด็นความมั่นคงที่กำลังเป็นปัญหาในปัจจุบัน ประเด็นแรกของการโต้วาทีเริ่มต้นด้วยปัญหาทางเศรษฐกิจ ที่ว่าผู้สมัครทั้งสองจะช่วยสร้างงานให้ชาวอเมริกันได้อย่างไร คลินตันยังคงยืนยันนโยบายเดิมของเธอที่ว่าด้วยการสร้างพลังงานสะอาด, ธุรกิจ SME ไปจนถึงการกระจายรายได้อย่างเท่าเทียมกันสำหรับลูกจ้างหญิงและชาย ด้านทรัมป์เน้นไปที่ข้อตกลงสนธิสัญญาทางการค้า และยังคงยืนยันการใช้พลังงานน้ำมัน และก๊าซธรรมชาติ ซึ่งจะช่วยให้ชาวอเมริกันจำนวนมากยังคงมีงานทำ ตรงข้ามกับนางคลินตัน และโจมตีนโยบายทางเศรษฐกิจของโอบามาที่ส่งผลให้ชาวอเมริกันตกงานเป็นล้านคน

 

การอภิปราย และโต้เถียงดำเนินไป นโยบายของพรรคเดโมแครตเน้นไปที่การขึ้นภาษีธุรกิจขนาดใหญ่ยักษ์ เพื่อประโยชน์ของประชาชนชาวรากหญ้า ในขณะที่ฝั่งพรรครีพับลิกันนโยบายของทรัมป์ค่อนข้างเอื้อประโยชน์ให้แก่ธุรกิจใหญ่เอง นางคลินตันโจมตีทรัมป์เหตุที่เขาไม่ยอมเปิดเผยประวัติการชำระภาษีย้อนหลัง รวมถึงตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับความร่ำรวยของเขาว่าจริงหรือไม่? ด้านทรัมป์กล่าวว่าตัวเขาจะยอมเปิดเผยก็ต่อเมื่อคลินตันยอมเผยอีเมล์จำนวน 30,000 ฉบับให้ทุกคนดู เพื่อความโปร่งใส จากกรณีที่เธอใช้อีเมล์ส่วนตัวในการติดต่อที่ผ่านมา

ประเด็นที่สองว่าด้วยทิศทางของสหรัฐอเมริกาในอนาคต และปัญหาการเหยียดสีผิวที่ยังคงมีมาถึงปัจจุบัน รวมถึงเหตุการณ์ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเพิ่งจะยิงชายผิวสีเสียชีวิต ที่เมืองชาร์ลอตต์ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ทรัมป์ชูนโยบายเดิมการใช้กฏหมายอย่างเข้มงวด ซึ่งอนุญาตให้เจ้าหน้าที่สามารถสั่งให้หยุด และค้นตัวประชาชนที่ต้องสงสัยได้ ในขณะที่คลินตันเน้นการสร้างความเชื่อมั่นในชุมชน และให้เจ้าหน้าที่เคารพสิทธิของประชาชนมากกว่า

 

และสำหรับประเด็นสุดท้ายเกี่ยวกับความมั่นคงของประเทศ และการก่อการร้าย ทรัมป์โจมตีคลินตัน และรัฐบาลของโอบามาที่ถอนกำลังทหารออกจากอิรัก ซึ่งส่งผลให้ก่อกำเนิดกลุ่มก่อการร้ายไอเอสขึ้น และยืนกรานว่าตัวเขานั้นไม่เคยสนับสนุนสงครามอิรักเลย ด้านคลินตันกล่าวถึงประสบการณ์ในการดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีต่างประเทศมานาน และยืนยันว่าเธอมีแผนที่จะเด็ดหัวผู้นำไอเอสอย่างแน่นอน

 

ในช่วงท้ายของการโต้วาที ทั้งคู่เริ่มเถียงกันอย่างเผ็ดร้อนมากขึ้น เมื่อ Holt พูดถึงประเด็นที่ทรัมป์เคยกล่าววิจารณ์คลินตันว่าไม่มีคุณสมบัติ และคาแรกเตอร์ชัดเจนพอที่จะเป็นประธานาธิบดี ด้านคลินตันโต้กลับถึงประสบการณ์ ความสามารถของตนในฐานะอดีตสุภาพสตรีหมายเลย 1 และอดีตรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศ รวมถึงฝากคำถามไปยังประชาชนชาวอเมริกันว่าจะเลือกประธานาธิบดีที่มาจากชายหยาบคาย และดูถูกผู้หญิงอย่างทรัมป์หรือ?

 

สุดท้าย Holt ถามว่าทั้งคู่จะรู้สึกอย่างไรหากผลการลงประชามติ ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ได้รับเลือก คลินตันกล่าวว่าเธอยอมรับได้เพราะนั่นคือวิถีของประชาธิปไตย ในขณะที่ทรัมป์ก็กล่าวว่าตัวเขาเองก็จะสนับสนุนคลินตันเช่นกัน หากไม่ได้รับตำแหน่ง การโต้วาทีครั้งนี้นักวิเคราะห์ให้ความเห็นว่าทรัมป์ค่อนข้างควบคุมอารมณ์ได้ดี และไม่แสดงกริยาก้าวร้าวออกมาให้เห็นดังตอนหาเสียง ในขณะที่คลินตันเองก็ไม่แสดงอาการอ่อนแอ หรือแสดงปัญหาสุขภาพให้ชาวอเมริกันรู้สึกไม่มั่นใจในตัวเธอเช่นกัน

Jason Johnson นักวิเคราะห์ทางการเมืองกล่าวว่า ทรัมป์แสดงความกล้าหาญในการเผชิญหน้ากับคลินตัน แต่อ่อนด้อยกว่าด้านข้อมูล และคำตอบที่ชัดเจนเกี่ยวกับหลายนโยบายของเขา ส่วนคลินตันทำได้ดีกว่า และแสดงให้คนดูเห็นถึงมุมมองอเมริกันในสายตาของเธอว่าเป็นอย่างไร

คงต้องติดตามกันต่อไปว่าศึกชิงตำแหน่งเก้าอี้ประธานาธิบดีนี้จะลงเอยที่ใคร ล่าสุดผลสำรวจจาก BBC รายงานว่าคะแนนความนิยมของฮิลลารี คลินตันอยู่ที่ 48% ในขณะที่โดนัลด์ ทรัมป์ มีคะแนน 46% สำหรับการโต้วาทีครั้งต่อไปจะเกิดขึ้นในวันที่ 9 ตุลาคม และวันที่ 19 ตุลาคม

 

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69