
สหรัฐตื่นภัยก่อการร้ายอื้อ
เจอเหตุรุนแรงคล้ายกันต่อเนื่อง หลักฐานชี้เป็นการโจมตีของเครือข่าย
เจอเหตุรุนแรงคล้ายกันต่อเนื่อง หลักฐานชี้เป็นการโจมตีของเครือข่าย
สหรัฐเฝ้าระวังสูงสุด หลังมีเหตุก่อการร้าย 3 ครั้งในวันเดียว ล่าสุดพบระเบิดอีก 5 ลูกในนิวเจอร์ซีย์
เจ้าหน้าที่ตำรวจพบสัญญาณบ่งชี้ว่า อาจมีหน่วยของกลุ่มก่อการร้ายในรัฐนิวยอร์กและนิวเจอร์ซีย์ รวมทั้งระบุผู้ต้องสงสัยเกี่ยวข้องกับระเบิดในแมนฮัตตัน ชื่อ อาเม็ด ข่าน ราฮามี อายุ 28 ปี เป็นพลเมืองสหรัฐเชื้อสายอัฟกานิสถาน ซึ่งทางการกำลังเร่งหาตัวมาสอบปากคำ
ขณะที่ทางการนิวยอร์กอยู่ในภาวะเฝ้าระวังสูงสุด ประจำการเจ้าหน้าที่เพิ่มเกือบ 1,000 ราย ในพื้นที่ความเสี่ยง โดยเฉพาะสนามบิน สถานีขนส่งสาธารณะ หลังเกิดเหตุก่อการร้าย 3 ครั้งในวันเดียวที่นิวยอร์ก นิวเจอร์ซีย์ และมินนิโซตา
ล่าสุด เมื่อเวลา 24.30 น. ตามเวลาสหรัฐ วันที่ 18 ก.ย. เจ้าหน้าที่พบวัตถุต้องสงสัยเป็นระเบิดท่อและระเบิดประกอบรวม 5 ชิ้น ซ่อนอยู่ในถังขยะ ใกล้สนามบินนอวอร์ก และสถานีรถไฟอลิซาเบ็ธ ในรัฐนิวเจอร์ซีย์ โดยเจ้าหน้าที่สอบสวนกลางสหรัฐ (เอฟบีไอ) ใช้หุ่นยนต์ปลดระเบิด ทำให้ไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 17 ก.ย. ตามเวลาสหรัฐ เกิดเหตุระเบิดที่ย่านเชลซี ใกล้กับแมนฮัตตันของนิวยอร์ก ต่อมาเจ้าหน้าที่พบวัตถุระเบิดและเก็บกู้ได้ทันห่างออกไป 4 บล็อก ซึ่งวัตถุทั้งสองเป็นระเบิดแสวงเครื่อง ประกอบจากหม้อหุงข้าวแรงดันติดกับโทรศัพท์มือถือ ที่เคยใช้ก่อเหตุระเบิดบอสตันมาราธอนในปี 2013
แอนดรู คูโอโม ผู้ว่าการรัฐนิวยอร์ก ระบุว่า รูปแบบของเหตุการณ์มีเจตนาก่อการร้ายชัดเจน แต่ยังไม่พบความเชื่อมโยงกับกลุ่มก่อการร้ายจากต่างประเทศ
ในวันเดียวกันกับเหตุระเบิดที่นิวยอร์ก มีคนร้ายไล่แทงผู้คนในห้างสรรพสินค้าที่รัฐมินนิโซตา ทำให้มีผู้บาดเจ็บ 9 ราย โดยกลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม (ไอเอส) อ้างความรับผิดชอบ นอกจากนี้ก็เกิดเหตุระเบิดจากระเบิด บริเวณสวนซีไซด์ รัฐนิวเจอร์ซีย์ ซึ่งมีการจัดวิ่งมาราธอน
เจ้าหน้าที่ระบุว่า เหตุการณ์ทั้งหมด เกิดขึ้นในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน มีรูปแบบคล้ายกัน โดยต้องการสร้างความแตกตื่นและให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก แต่ยังไม่พบหลักฐานบ่งชี้ความเกี่ยวโยงชัดเจน ขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังเร่งสืบสวน โดยได้ตั้งข้อสังเกตว่าผู้ก่อเหตุไม่ได้โจมตีแลนด์มาร์คสำคัญอย่างไทม์สแควร์ หรือวอลสตรีท
ก่อนหน้านี้ เจมส์ คอมมีย์ ผู้อำนวยการเอฟบีไอ เปิดเผยว่า ขณะนี้ภัยก่อการร้ายต่างจากเดิมมาก เนื่องจากคาดเดาได้ยากทั้งแรงจูงใจและผู้ก่อเหตุที่ไม่ชัดเจน







