posttoday
แก้ววงษ์ เซียค  สตรีผู้กุมธุรกิจความงามกัมพูชา

แก้ววงษ์ เซียค สตรีผู้กุมธุรกิจความงามกัมพูชา

19 กันยายน 2559

แก้ววงษ์ เซียค (Keo Vong Siek) ประธานบริหารและผู้ก่อตั้งบริษัท เมกาเบลล์ คลินิก (Megabelle Clinic)

โดย...ปิยนุช ผิวเหลือง

แก้ววงษ์ เซียค (Keo Vong Siek) ประธานบริหารและผู้ก่อตั้งบริษัท เมกาเบลล์ คลินิก (Megabelle Clinic) และในฐานะนักธุรกิจหญิงที่ได้รับรางวัล “เอาต์สแตนดิ้ง ซีอีโอ อวอร์ด” ผู้บริหารที่มีความโดดเด่น ประจำปี 2559 ของประเทศกัมพูชา ด้านกิจการที่เติบโตในอุตสาหกรรมเครื่องสำอางอย่างรวดเร็ว โดย Megabelle Clinic ถือเป็นบริษัทผู้นำเข้าเครื่องสำอางและสถาบันความงามครบวงจร ที่นำเข้าสินค้าเครื่องสำอางจากฝรั่งเศส เกาหลี และญี่ปุ่น เป็นหลัก

แก้ววงษ์ ได้ให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นว่า ก่อนจะเข้าสู่วงการธุรกิจเครื่องสำอาง เธอเคยทำธุรกิจ ค้าขายแบตเตอรี่โทรศัพท์และอุปกรณ์อื่นๆ มาตั้งแต่ปี 2542 และเมื่อธุรกิจซบเซาลงจากการเข้ามาของสมาร์ทโฟนในประเทศกัมพูชา จึงได้เริ่มต้นมองหาธุรกิจใหม่ ซึ่งได้แนวคิดจากการเดินทางไปรักษาผิวพรรณที่ประเทศฝรั่งเศส ทำให้ได้เรียนรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางคุณภาพสูง ที่วางจำหน่ายในประเทศฝรั่งเศส พร้อมเกิดความคิดจะทำตลาดในกัมพูชา ด้วยการนำผลิตภัณฑ์หลายชนิดกลับสู่ประเทศ กระทั่งสามารถเปิดร้านเครื่องสำอาง ได้ในปี 2548 จากการนำเข้า 2 แบรนด์หลัก คือ Erison Laboratoire ของฝรั่งเศส และแบรนด์ Dibi จากอิตาลี

ขณะที่ในช่วงเวลานั้น ชาวกัมพูชาเองก็เริ่มดูแลผิวพรรณมากขึ้น มีการเดินทางไปยังต่างประเทศเพื่อรักษาผิวพรรณใบหน้า สอดคล้องกับกำลังซื้อในประเทศที่ขยายตัวขึ้น จากการศึกษาที่ทั่วถึง ผู้คนมีอาชีพ และเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจของประเทศ โดยการดูแลรักษาผิวพรรณด้วยผลิตภัณฑ์สกินแคร์เป็นที่นิยมในกลุ่มวัยทำงาน ที่ใบหน้าและรูปลักษณ์มีส่วนช่วยในการส่งเสริมความมั่นใจ รวมถึงการสื่อสารกับผู้คนในพื้นที่สาธารณะ

จากแนวโน้มดังกล่าว เป็นปัจจัยหลักที่ผลักดันให้อุตสาหกรรมความงาม และเครื่องสำอางในกัมพูชาเติบโตอย่างรวดเร็ว แน่นอนว่าเมื่อตลาดเติบโตขึ้น การแข่งขันย่อมสูงขึ้นด้วย แต่เธอมองว่าไม่เป็นอุปสรรค แต่คือความท้าทายในการทำการตลาด ที่จะต้องสื่อสารถึงจุดเด่นของผลิตภัณฑ์ต่อผู้บริโภคให้ได้ โดยซีอีโอหญิง กล่าวว่าไม่ได้เน้นการขายในพื้นที่ออนไลน์อย่างเฟซบุ๊ก แต่เน้นการขายหน้าร้าน พร้อมประชาสัมพันธ์ในเว็บไซต์ เนื่องจากเครื่องสำอางและครีมบำรุงที่ขายอยู่บนเฟซบุ๊ก ยังไม่มีการควบคุมที่ดี มีผู้บริโภคจำนวนไม่น้อยได้รับอันตรายจากเครื่องสำอางที่ไม่มีคุณภาพ ทำให้แบรนด์เครื่องสำอางอื่นที่จำหน่ายบนพื้นที่ออนไลน์ได้รับความเสียหายไปด้วย และความเชื่อถือของผู้บริโภคลดลง

ดังนั้น การตลาดของเธอจึงเน้นการขายหน้าร้านที่สามารถแนะนำผลิตภัณฑ์ให้เหมาะสมแก่ลูกค้าแต่ละบุคคล ซึ่งมีปัญหาผิวหลากหลายรูปแบบแตกต่างกันไป โดยช่วงเริ่มต้นค่อนข้างมีอุปสรรคในการทำการตลาดจากการที่ลูกค้าไม่ได้เชื่อมั่นในคุณภาพของเครื่องสำอางมากนัก จึงได้ทดสอบประสิทธิภาพเครื่องสำอางแก่ลูกค้า ตั้งแต่ช่วงก่อน และหลังการใช้งาน รวมถึงรับประกันความพึงพอใจแก่ลูกค้า ซึ่งปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์หลายชนิดในตลาดกัมพูชา และพร้อมสำหรับการแข่งขันในตลาด ด้วยความเชื่อมั่นในคุณภาพสินค้า

สำหรับผู้ที่ต้องการเริ่มต้นธุรกิจของตนเอง เธอแนะนำว่า การเริ่มต้นร้านไม่จำเป็นต้องเป็นนักธุรกิจ และไม่จำเป็นต้องมีทักษะทางด้านการเงิน แต่ต้องมีความมุ่งมั่น มีความรักในสิ่งที่ทำ และความเชื่อมั่นในคุณภาพของผลิตภัณฑ์ เพื่อทำธุรกิจของตนเองให้ประสบความสำเร็จ และเริ่มต้นเรียนรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ต้องการจะขาย

เมื่อไม่นานมานี้ ยังได้ขยายธุรกิจจากศูนย์ความงามเป็นคลินิกความงามครบวงจรไปจนถึงการศัลยกรรม โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากเกาหลี และกัมพูชา อีกทั้งมีแผนขยายร้านเครื่องสำอางในพื้นที่จังหวัดที่แตกต่างกัน พร้อมมุ่งมั่นพัฒนาแบรนด์สินค้าต่อเนื่อง ในอนาคตยังวางแผนเปิดโรงงานเพื่อผลิตเครื่องสำอางแบรนด์ของตนเองโดยตรงออกสู่ท้องตลาด

ถือเป็นอีกเป้าหมายหนึ่งในการพัฒนาธุรกิจสู่ความยั่งยืน

ข่าวล่าสุด

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน