
ชีวิตในแต่ละวันของเด็กๆชาวซีเรียในค่ายผู้ลี้ภัย
ภาพวิถีชีวิตของบรรดาผู้อพยพชาวซีเรีย ในค่ายผู้ลี้ภัยที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของจอร์แดน ที่นี่เป็นชุมชนขนาดใหญ่กลางทะเลทรายที่มีโรงเรียนและตลาด
ภาพวิถีชีวิตของบรรดาผู้อพยพชาวซีเรีย ในค่ายผู้ลี้ภัยที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของจอร์แดน ที่นี่เป็นชุมชนขนาดใหญ่กลางทะเลทรายที่มีโรงเรียนและตลาด
ที่ค่ายผู้ลี้ภัย Za’atari ในจอร์แดน ที่นี่ได้ชื่อว่าเป็นค่ายของผู้อพยพชาวซีเรียที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ค่ายแห่งนี้เป็นบ้านของผู้ลี้ภัยราว 80,000 คน มากกว่าครึ่งเป็นเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี สำนักข่าว ABC News ร่วมกับ UNICEF ได้เดินทางเข้าไปเก็บภาพวิถีชีวิตของบรรดาเด็กๆในค่ายแห่งนี้ เพื่อแสดงให้เห็นว่าพวกเขาผ่านแต่ละวันไปด้วยการทำอะไรบ้าง
'เด็กๆหิ้วขนมปังกลับบ้าน โปรแกรมรับอาหารจะมีตอนเจ็ดโมงเช้าของทุกวัน'
'ทุกคนในครอบครัวมีหน้าที่ช่วยกันขนน้ำ ขนาดกระป๋องเล็กใหญ่ไปตามขนาดตัว'
เมื่อเกิดการหลั่งไหลของผู้อพยพชาวซีเรียเมื่อปี 2012 รัฐบาลจอร์แดนได้ออกคำสั่งให้มีการสร้างค่ายพักขึ้นท่ามกลางทะเลทรายอันรกร้าง ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากเมือง Mafraq ทางตะวันออกไป 6 ไมล์ ประมาณกันว่าค่ายแห่งนี้มีจำนวนผู้อพยพชาวซีเรียเคยเข้ามาอาศัยอยู่ที่นี่มาแล้ว 430,000 คน นับตั้งแต่เปิดค่ายเมื่อวันที่ 29 กรกฏาคม ปี 2012 สถานที่แห่งนี้เป็นชุมชนขนาดใหญ่ที่มีพร้อมทั้งการศึกษา, น้ำประปา และสุขอนามัย
'น้องสาวคนเล็กของครอบครัวกำลังทำความสะอาดบ้าน'
'ศูนย์ดูแลเด็กเล็กของชุมชน'
ที่ค่ายแห่งนี้มีสถานศึกษา 13 แห่งที่ก่อตั้งโดย UNICEF มีศูนย์ชุมชน 21 แห่งที่เรียกว่า Mamani ซึ่ง Miraj Pradhan หัวหน้าการสื่อสารสำนักงานยูนิเซฟในจอร์แดนกล่าวว่า เมื่อเริ่มต้น เด็กๆที่มาถึงต้องการเพียงความปลอดภัย และความสะดวกสบาย แต่ที่นี่ยูนิเซฟให้การสนับสนุนการพัฒนาทางสังคมด้วย เพราะเด็กพวกนี้ผ่านความรุนแรงมามาก รวมถึงสิ่งเลวร้ายต่างๆที่พวกเขาไม่ควรได้เห็น
ที่นี่มีตลาดสำหรับการค้าขาย และมีสวนขนาดเล็กซึ่งทุกคนในชุมชนดูแลร่วมกัน ในแต่ละวันยูนิเซฟมอบน้ำปริมาณ 3.5 ล้านลิตรเพื่อใช้ในค่าย และอีก 2.35 ล้านลิตรสำหรับน้ำเสียในการกำจัดทิ้ง
อย่างไรก็ตามถึงจะมีการอำนวยความสะดวกสบาย แต่เด็กหลายคนในค่ายก็กล่าวว่า การปรับตัวนั้นเป็นไปอย่างยากลำบาก พวกเขารู้สึกเบื่อ และเหงา นอกจากนั้นบรรดาเด็กผู้หญิงบางคนยังต้องเผชิญกับการล่วงละเมิดทางเพศเมื่อพวกเธอเดินทางไปโรงเรียนในแต่ละวัน
'ร้านขาย Falafel ทอด หนึ่งในอาหารท้องถิ่นของซีเรีย'
'เวลาโรงเรียนเลิกคือ 11 โมงเช้า'
Ahmad Al-Koud เด็กชายวัย 18 ปี ผู้อาศัยอยู่ที่นี่มาตั้งแต่อายุ 15 กล่าวว่า ชีวิตยากลำบากก็จริง แต่เขาพยายามอย่างที่สุดที่จะใช้ชีวิตปกติ อย่างน้อยเขาก็ยังมีอาหารกินแบบเดียวกับที่บ้านเกิด มีมัสยิด และยังคงมีชุมชนอิสลาม
'เด็กๆเล่นว่าว โดยไม่มีใครรบกวน ที่นี่เด็กแต่ละคนมักมีว่าวเป็นของตนเอง และเป็นหนึ่งในกีฬายอดนิยม'
'สนามเด็กเล่นกลางเขต 11 ของค่าย'
ในขณะที่ Bayan Masri วัย 17 ปี ผู้อาศัยอยู่ที่ค่ายนี้กับครอบครัว กล่าวว่าชีวิตก้าวไปข้างหน้าอย่างยากลำบาก เพราะเธอคิดถึงพี่ชาย และบรรดาญาติๆที่อยู่ในซีเรีย ที่ค่ายแห่งนี้พวกเขาทำธุรกิจค้าขายน้ำหอม ซึ่งเธอจะมาช่วยงานทุกวันหลังเลิกเรียน เธอรู้สึกขอบคุณสิ่งใดก็ตามที่ช่วยให้เธอและครอบครัวหนีรอดจากสงครามมาได้ อย่างไรก็ตามเธอยังคงคิดถึงซีเรีย ดินแดนที่เป็นสวรรค์บนผืนดิน และยังคาดหวังว่าจะได้กลับไปยังแผ่นดินเกิดอีกครั้ง
'คัมภีร์ศาสนาในมัสยิดชุมชน ที่นี่ถึงแม้จะผ่านประสบการณ์เจ็บปวดมามากมาย แต่ผู้คนยังคงไม่สูญสิ้นศรัทธา'
'เสื้อผ้าจากร้านค้าในตลาดของค่าย'
'ภายในบ้านพักของผู้อพยพ'
'เวลา 18.30 น. เด็กๆพากันออกมาเล่นฟุตบอล แม้อากาศจะเริ่มเย็นลงก็ตาม'
'เมื่อตะวันลับลา'
ขอบคุณภาพจาก ABC News







