posttoday
ทุนจีนพุ่งตรงมาเลย์ รับเส้นทางสายไหมใหม่

ทุนจีนพุ่งตรงมาเลย์ รับเส้นทางสายไหมใหม่

16 กันยายน 2559

ในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมา จีนได้ก้าวขึ้นมาเป็นยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมการผลิตและแหล่งเงินทุนขนาดใหญ่ของโลก

โดย...ทศพล หงษ์ทอง

ในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมา จีนได้ก้าวขึ้นมาเป็นยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมการผลิตและแหล่งเงินทุนขนาดใหญ่ของโลก ที่พร้อมหอบเม็ดเงินกว่าหลายแสนล้านเหรียญสหรัฐเข้าไปลงทุนในหลายประเทศทั่วโลก โดยเฉพาะในประเทศมาเลเซียที่กำลังกลายเป็นสวรรค์ของนักลงทุนจีนในภูมิภาคอาเซียน

จากในปีที่ผ่านมา มาเลเซียได้กลายเป็นหุ้นส่วนทางการค้าใหญ่สุดของจีนในบรรดาประเทศอาเซียน ด้วยมูลค่ากว่า 3.5 ล้านล้านบาท เป็นการขยายตัวของเม็ดเงินทุนจีนถึง 237% ภายใต้การเร่งส่งเสริมการค้าทวิภาคีให้ได้ 5.6 ล้านล้านบาท ภายในปี 2560 ของรัฐบาลมาเลเซียเพื่อรองรับนโยบายเส้นทางสายไหมใหม่ของผู้นำจีน

ดาโต๊ะ เสรี ออง กา ฉวน รัฐมนตรีกระทรวงการค้าระหว่างประเทศและอุตสาหกรรมของมาเลเซีย กล่าวว่า เม็ดเงินทุนจีนได้หลั่งไหลเข้ามาในมาเลเซียมากที่สุดในปีนี้ในทุกๆ อุตสาหกรรมของประเทศ ซึ่งยังจะขยายตัวอย่างต่อเนื่องในทุกๆ ปีอีกด้วย โดยจีนเป็นคู่ค้าอันดับหนึ่งของมาเลเซียมาถึง 7 ปีติดต่อกัน อีกทั้งมาเลเซียยังเป็นไม่กี่ชาติในอาเซียนที่เม็ดเงินลงทุนจีนสูงกว่าญี่ปุ่นและสหรัฐอีกด้วย

เริ่มต้นที่ ปีนัง หนึ่งในเมืองท่าอุตสาหกรรมและเมืองเศรษฐกิจสำคัญของมาเลเซีย ที่จีนมองการณ์ไกลด้วยการลงทุนด้านทรัพยากรมนุษย์ เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระยะยาว ด้วยการเปิดมหาวิทยาลัยเซียเหมินในมาเลเซีย ร่วมกับการลงทุนด้านความมั่นคงทางพลังงานเพื่อเปิดไลน์การผลิตอย่างโครงการลงทุนอุตสาหกรรมพลังงานแสงอาทิตย์ทั้งสองโครงการมูลค่ารวม 5,640 ล้านบาท ของบริษัท Jinko Solar ตลอดจนด้านโลจิสติกส์อย่างการลงทุนสร้างสะพานปีนังเชื่อมต่อพื้นที่เกาะกับแผ่นดินใหญ่ มูลค่า 3.82 หมื่นล้านบาท ซึ่งดูแลโดยChina Harbour Engineering Co Ltd (CHEC)

ขณะที่เมืองมะละกาเม็ดเงินลงทุนจากจีนที่มาพร้อมโครงการขนาดใหญ่ด้วยการสร้างท่าเรือน้ำลึกขนาดที่สุดในอาเซียนผ่านงบลงทุนกว่า 3.65 แสนล้านบาท ซึ่งจะแล้วเสร็จในปี 2568 พร้อมกระตุ้นศักยภาพของมะละกาให้ขึ้นเป็นเกตเวย์การขนส่งสินค้าทางน้ำของอาเซียน ที่จะเชื่อมต่อกับรถไฟความเร็วสูงในเส้นทางสายไหมใหม่พุ่งตรงสู่จีนแผ่นดินใหญ่ รวมถึงเมืองบันดาร์เสรีเบกาวัน ที่กลุ่มทุนร่วมจีน-มาเลเซียทุ่มทุนวางโครงสร้างระบบรางเกือบแสนล้านบาท ซึ่งหนึ่งในหุ้นส่วนนั้นคือเอกชนยักษ์ใหญ่ของจีนที่เข้าไปลงทุนระบบรางแล้วในหลายชาติอาเซียนอย่าง China Railway
Engineering Corporation (CREC)

ดาโต๊ะ เสรี อิดริส ฮารัน มุขมนตรีเมืองมะละกา กล่าวว่า เม็ดเงินลงทุนมหาศาลจากจีนในเมืองมะละกาไม่เพียงทำให้เศรษฐกิจคึกคัก แต่ยังสามารถสร้างอาชีพได้แล้วกว่า 5,000-2 หมื่นตำแหน่ง นอกจากนี้กลุ่มทุนจีนยังมีแผนขยายการลงทุนในอุตสาหกรรมอื่นอีกด้วย เช่น โครงการลงทุนผลิตพลังงานสมัยใหม่เม็ดเงินราว 7 หมื่นล้านบาท ซึ่งรัฐบาลท้องถิ่นในเมืองมะละกาได้ร่วมลงนามสนธิสัญญาความร่วมมือ (เอ็มโอยู) กับกลุ่มทุนจีนแล้วหลายด้าน เพื่อขยายความร่วมมือในการพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่เพิ่มขึ้น

สำหรับเมืองยะโฮร์บาห์รู มีเม็ดเงินกลุ่มทุนจีนไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่องในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ เพื่อรองรับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและจำนวนนักท่องเที่ยวที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่องทุกปี อย่างโครงการเมืองลอยน้ำ (Floating-City) เมืองแห่งอนาคตใจกลางมหาสมุทรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมคล้ายสมาร์ทซิตี้ และอีกโครงการหนึ่ง คือ การสร้างเมืองสีเขียวฟอเรสต์ ซิตี้ (Forest City) มูลค่า 2 ล้านล้านบาท (5.8 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ) บนพื้นที่กว่า 8,000 ไร่ บนระยะเวลาโครงการ 20 ปี ในเขตเศรษฐกิจพิเศษอิสกันดาร์เชื่อมต่อมาเลเซีย-สิงคโปร์ หวังผลักดันเป็นศูนย์กลางทางการเงิน (ไฟแนนเชียล ฮับ) แห่งใหม่ของอาเซียน จากกลุ่มทุนจีนอย่าง Country Garden Holdings และ Esplanade Danga 88

สุดท้ายการลงทุนคลัสเตอร์เพื่ออนาคตอย่างเทกสตาร์ทอัพ เพื่อรองรับนักธุรกิจรุ่นใหม่ที่จะขับเคลื่อนตลาดธุรกิจบริการและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเศรษฐกิจในอนาคต เมื่อ มาเลเซีย เวนเจอร์ แคปปิตอล และ โกบี พาร์ตเนอร์ส กองทุนร่วมลงทุนของจีน ตั้งกองทุนซูเปอร์ซีด มูลค่า 5.12 แสนล้านบาท เพื่อสนับสนุนสตาร์ทอัพในมาเลเซียและชาติอาเซียน โดยโกบีแบ่ง 10 ชาติอาเซียนเป็น 3 กลุ่ม คือ ตลาดโตแล้ว ได้แก่ สิงคโปร์และมาเลเซีย ตลาดไอพีทีวี ได้แก่ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ไทย รวมถึงเวียดนาม และตลาดโตต่ำ คือ เมียนมาและลาว

โดยมาเลเซียได้วางเป้าหมายก้าวเข้าสู่ประเทศรายได้สูงภายในระยะเวลา 10 ปี และจากเม็ดเงินลงทุนแดนมังกรคาดจะทำให้ภาพยุทธศาสตร์ดังกล่าวชัดเจนขึ้นได้ไม่ยาก

ข่าวล่าสุด

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม.  เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม. เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่