
ปัจจุบันอาวุธของเกาหลีเหนือมีประสิทธิภาพขนาดไหน?
เว็บไซต์ VOX และ CNN ได้เผยแพร่ประสิทธิภาพของระเบิด และขีปนาวุธครั้งล่าสุด เทียบกับการทดสอบครั้งก่อนๆ
เว็บไซต์ VOX และ CNN ได้เผยแพร่ประสิทธิภาพของระเบิด และขีปนาวุธครั้งล่าสุด เทียบกับการทดสอบครั้งก่อนๆ
เมื่อวันที่ 9 กันยายนที่ผ่านมา มีรายงานว่าประเทศเกาหลีเหนือได้ทำการทดสอบอาวุธนิวเคลียร์อีกครั้ง ส่งผลให้เกิดแรงสั่นสะเทือนวัดขนาดได้ 5.3 แมกนิจูด ทางตะวันออกเฉียงเหนือ บริเวณเมืองซุงจีแบกัม โดยมีศูนย์กลางแรงสั่นสะเทือนอยู่บนพื้นดินในพื้นที่ทดสอบอาวุธนิวเคลียร์ ซึ่งได้สร้างความหวาดวิตกไปทั่วโลกอีกครั้ง
การทดสอบอาวุธนิวเคลียร์ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 5 แล้ว หลังก่อนหน้านี้เกาหลีเหนือได้ประกาศว่าตนประสบความสำเร็จในการทดลองเรื่อยมา ซึ่งหากดูจากแรงสั่นสะเทือนแล้วจะพบว่าขนาดของความรุนแรงนั้นใหญ่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จากครั้งแรกเมื่อเดือนตุลาคม ปี 2006 ส่งผลให้เกิดแรงสั่นสะเทือนบนพื้นดินขนาด 4.3 แมกนิจูด ด้วยขนาดระเบิด 1 กิโลตัน ในขณะที่การทดสอบครั้งล่าสุดนั้นส่งผลให้มีแรงสั่นสะเทือนถึง 5.3 แมกนิจูด
รายงานจากประเทศเกาหลีใต้ ระเบิดนิวเคลียร์ที่ทำการทดสอบครั้งล่าสุดนั้นมีขนาดถึง 10 กิโลตัน ซึ่งหมายความว่า แรงระเบิดนั้นมีความรุนแรงเป็น 10,000 เท่าของระเบิด TNT ซึ่งหากรายงานนี้เป็นจริง นี่จะเป็นระเบิดที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดเท่าที่เกาหลีเหนือเคยทำการทดลองมา นอกจากนั้นขนาด 10 กิโลตันนี้ยังใกล้เคียงกับระเบิดปรมาณูที่สหรัฐทิ้งใส่ประเทศญี่ปุ่นในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เลยทีเดียว ซึ่งขณะนั้นระเบิดของสหรัฐมีขนาด 15กิโลตัน
และนอกเหนือจากรายงานการทดสอบอาวุธนิวเคลียร์แล้ว เกาหลีเหนือเองก็ได้พัฒนาขีปนาวุธของตนมานานหลายสิบปีแล้ว ซึ่งจากการทดลองที่ผ่านมา ขีปนาวุธของเกาหลีเหนือได้เพิ่มระยะการโจมตีไกลออกไปเรื่อยๆ ล่าสุดเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ในการประชุม G20 ที่ประเทศจีน เกาหลีเหนือก็เพิ่งจะยิงขีปนาวุธ 3 ลูกได้ไกลถึงน่านน้ำของทะเลญี่ปุ่น และขณะนี้กำลังพัฒนาให้ขีปนาวุธของพวกเขายิงได้ไกลมากยิ่งขึ้น รวมถึงการติดหัวรบนิวเคลียร์ด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ตามบังคงมีผู้เชี่ยวชาญจำนวนมากกังขาเกี่ยวกับการทดสอบอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ ซึ่งยังคงต้องทำการตรวจสอบกันต่อไป
และเว็บไซต์ VOX ได้ทำการรวบรวมระยะการยิงขีปนาวุธที่เกาหลีเหนือได้ทำการทดสอบจำนวนหลายครั้งที่ผ่านมา ทั้งที่ได้ทำการทดสอบไปแล้ว และยังอยู่ในระหว่างการพัฒนา เพื่อเปรียบเทียบประสิทธิภาพการยิงให้ได้ชมกัน
ขอบคุณภาพจาก CNN และ VOX







