
WHO เตือนมีเซ็กส์อย่างป้องกัน ไวรัสซิกาสามารถอยู่ในน้ำอสุจิได้นาน 6 เดือน
องค์การอนามัยโลกประกาศผู้ป่วยที่เคยติดเชื้อไวรัสซิกาควรมีเพศสัมพันธ์อย่างป้องกันเป็นเวลา 6 เดือน แม้จะหายจากอาการป่วยแล้วก็ตาม
องค์การอนามัยโลกประกาศผู้ป่วยที่เคยติดเชื้อไวรัสซิกาควรมีเพศสัมพันธ์อย่างป้องกันเป็นเวลา 6 เดือน แม้จะหายจากอาการป่วยแล้วก็ตาม
องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ออกคำแนะนำสำหรับบรรดานักท่องเที่ยวที่เพิ่งเดินทางกลับมาจากประเทศที่มีการระบาดของไวรัสซิกา ให้พวกเขามีเพศสัมพันธ์อย่างป้องกัน หรือทางที่ดีนั้นควรหลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์เป็นเวลา 6 เดือน
คำแนะนำใหม่นี้เปลี่ยนแปลงจากคำประกาศเดิม ที่แนะนำให้ผู้ติดเชื้อไวรัสซิกาชายละเว้นการมีเพศสัมพันธ์อย่างน้อย 8 สัปดาห์ เนื่องจากรายงานจากแพทย์ในอิตาลีพบว่ายังคงพบเชื้อไวรัสซิกาในน้ำอสุจิของผู้ป่วยชาย หลังจากผ่านไปแล้ว 188 วันนับตั้งแต่วันติดเชื้อ
รายงานจากองค์การอนามัยโลกกล่าวว่า จากหลักฐานใหม่ที่ค้นพบนี้แสดงให้เห็นว่า ไวรัสซิกาสามารถอยู่ในน้ำอสุจิได้นานกว่าที่คิด และสามารถส่งต่อจากผู้ป่วยชาย ไปยังผู้หญิงได้ และหากหญิงคนดังกล่าวเปลี่ยนคู่นอน ไวรัสก็จะถูกส่งต่อไปยังคู่นอนคนใหม่เช่นกัน
ในผู้ใหญ่ปกติที่ติดเชื้อไวรัสซิกานั้นจะมีอาการป่วยเพียงเล็กน้อย คือมีไข้ และอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ และข้อต่อเท่านั้น แต่สำหรับหญิงตั้งครรภ์ ไวรัสซิกาเป็นไวรัสอันตรายเนื่องจากสามารถส่งผลต่อระบบประสาท และทำให้ทารกที่เกิดมานั้นมีศีรษะขนาดเล็กกว่าปกติ รวมถึงพัฒนาการที่ช้าด้วยเช่นกัน
กระบวนการส่งต่อไวรัสซิกา จากการมีเพศสัมพันธ์นี้ได้รับรายงานแล้วใน 11 ประเทศ เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ส่วนใหญ่เป็นการมีเพศสัมพันธ์ผ่านช่องคลอด อย่างไรก็ตามมีกรณีการติดไวรัสซิกาผ่านเพศสัมพันธ์ทางทวาร เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา และในเดือนสิงหาคมก็มีการพบผู้ติดเชื้อหลังมีเพศสัมพันธ์ทางช่องปากเช่นกัน
นอกจากนั้น WHO ยังแสดงความกังวลต่อหญิงตั้้งครรภ์ โดยให้คำแนะนำหลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังแถบประเทศที่มีการระบาด รวมไปถึงเตือนบรรดานักกีฬาพาราลิมปิก ที่กำลังจะมีพิธีเปิดในวันนี้ ให้หลีกเลี่ยงการถูกยุงกัดอีกด้วย







