
จ้างงานสหรัฐต่ำกว่าคาด
ตัวเลขการจ้างงานเดือน ส.ค. สหรัฐปรับขึ้นต่ำกว่าคาด สะท้อนตลาดแรงงานยังตึงตัว
ตัวเลขการจ้างงานเดือน ส.ค. สหรัฐปรับขึ้นต่ำกว่าคาด สะท้อนตลาดแรงงานยังตึงตัว
กระทรวงแรงงานสหรัฐ เปิดเผยว่า การจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือน ส.ค. เพิ่มขึ้น 1.5 แสนอัตรา ต่ำกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้น 1.8 แสนอัตรา เป็นสัญญาณว่าตลาดแรงงานสหรัฐยังไม่ได้ปรับตัวแข็งแกร่งเท่าที่ควร ซึ่งอาจจะส่งผล กระทบต่อการตัดสินใจเรื่องอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)
ก่อนหน้านี้ นักวิเคราะห์คาดการณ์ความเป็นไปได้ที่เฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยเดือน ธ.ค. ว่าอยู่ที่ 57.6% ทว่าหลังการเปิดเผยข้อมูลจ้างงาน ความน่าจะเป็นดังกล่าวปรับลงมาอยู่ที่ 51.2% และมีความเป็นไปได้เพียง 12% ที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยเดือน ก.ย.นี้
ขณะที่อัตราการว่างงานเดือน ส.ค. อยู่ที่ 4.9% สูงกว่าคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ 4.8%
“การตัดสินใจนโยบายของธนาคารกลางขึ้นอยู่กับข้อมูลเศรษฐกิจว่าช่วยยืนยันภาพรวมเศรษฐกิจตามที่คณะกรรมการคาดไว้หรือไม่” เจเน็ต เยลเลน ผู้ว่าการเฟด กล่าวที่การประชุมแจ็กสันโฮล รัฐไวโอมิง เมื่อสัปดาห์สุดท้ายของเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา
ขณะที่ สแตนลีย์ ฟิชเชอร์ รองผู้ว่าการเฟด ระบุว่า ข้อมูลทางเศรษฐกิจจะเป็นตัวกำหนดทิศทางการขึ้นอัตราดอกเบี้ย
ฮานู ชาน นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสจากเซนต์จอร์จ แบงก์ ในออสเตรเลีย ระบุว่า เฟดได้ส่งสัญญาณความเป็นไปได้ในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยภายในปีนี้ แต่ก็ยังเปิดช่องไว้สำหรับพิจารณาข้อมูลทางเศรษฐกิจ ซึ่งมีความเสี่ยงสูงมากที่ข้อมูลอาจแตกต่างจากคาดการณ์ และทำให้เฟดเลื่อนการขึ้นอัตราดอกเบี้ยออกไป โดยข้อมูลการจ้างงานและอัตราเงินเฟ้อเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดที่ชี้ทิศทางนโยบายของเฟด
ด้าน วอลสตรีท เจอร์นัล ระบุว่า ในการพิจารณาสัญญาณเศรษฐกิจจากตัวเลขการจ้างงานต้องพิจารณาสัดส่วนและความคงที่ของอัตราการจ้างงานที่เพิ่มขึ้น โดยเมื่อเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา มีการจ้างงานเพิ่มขึ้น 2.55 แสนอัตรา และในเดือน มิ.ย. มีการจ้างงานเพิ่มขึ้น 2.92 แสนอัตรา ถือเป็น 2 เดือนที่มีการขยายตัวของการจ้างงานต่อเนื่องมากที่สุดในปีนี้ ซึ่งช่วยคลายความกังวลจากตัวเลขจ้างงานที่อ่อนแอในเดือน พ.ค.ได้ อย่างไรก็ดี ตัวเลขจ้างงานปี 2016 ในภาพรวมยังต่ำกว่าในช่วง 2 ปีก่อนหน้า
นอกจากนี้ หลายฝ่ายยังให้ความสนใจกับการขึ้นค่าแรง โดยในขณะนี้ค่าแรงรายชั่วโมงโดยเฉลี่ยเพิ่มขึ้นเพียง 2.4% จากปีที่แล้ว
ทั้งนี้ แม้ว่าอัตราการจ้างงานและค่าแรงจะเพิ่มขึ้น แต่สัดส่วนพลเมืองสหรัฐในตลาดแรงงานยังคงใกล้เคียงกับระดับต่ำสุดในรอบ 40 ปี ซึ่งแนวโน้มดังกล่าวสะท้อนภาวะชะลอตัวในตลาดแรงงานรุนแรงกว่าที่ข้อมูลของกระทรวงแรงงานเปิดเผย
ภาพ เอเอฟพี







