
แบงก์มะกันอ่วม หนี้บัตรเครดิตท่วม
สหรัฐหันพึ่งบัตรเครดิตทำหนี้พุ่งกว่า 6 แสนล้าน ธนาคารเร่งปรับสัดส่วนเงินสำรอง
สหรัฐหันพึ่งบัตรเครดิตทำหนี้พุ่งกว่า 6 แสนล้าน ธนาคารเร่งปรับสัดส่วนเงินสำรอง
หนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียล ไทมส์ รายงานว่า บรรดาธนาคารในสหรัฐกำลังประสบปัญหาสินเชื่อจากบัตรเครดิตที่ปรับตัวขึ้นเร็วที่สุดนับตั้งแต่ปี 2007 อยู่ที่ 1.8 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 6.25 แสนล้านบาท) ท่ามกลางเศรษฐกิจสหรัฐที่ชะลอตัว
ปัญหาดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า ชาวสหรัฐนิยมกู้เงินจากธนาคารมากขึ้นผ่านการใช้จ่ายด้วยบัตรเครดิต ขณะที่ธนาคารก็ล่อใจด้วยการแลกคะแนนสะสมกับตั๋วเครื่องบินและการคืนเงิน โดยนักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดว่า ความไม่แน่นอนจากการเลือกตั้งใหญ่ปลายปี อาจส่งผลให้เศรษฐกิจสหรัฐชะลอตัวไปถึงสิ้นปี
จากข้อมูลของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) พบว่า อัตราการเพิ่มขึ้นเฉลี่ยของหนี้บัตรเครดิตสหรัฐไตรมาส 2 ของปีนี้อยู่ที่ 7.6% ต่อปี คิดเป็นปริมาณหนี้กว่า 6.85 แสนล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 23.8 ล้านล้านบาท) โดยธนาคารซันทรัสต์มีอัตราหนี้ขยายตัวถึง 26% เทียบรายปี ส่วนธนาคารเวลส์ ฟาร์โก อยู่ที่ 10% ธนาคารซิตี้กรุ๊ปอยู่ที่ 12% และยูเอสแบงก์อยู่ที่ 16% ขณะที่อัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิตของสหรัฐเฉลี่ยอยู่ที่ 12-14%
แม้ธุรกิจบัตรเครดิตจะสร้างผลกำไรให้กับธนาคารมากที่สุด ทว่าธนาคารหลายแห่งในสหรัฐต่างเร่งปรับสัดส่วนเงินสำรองหนี้สูญต่อหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ โดยธนาคารแคปปิตอลวันเพิ่มสัดส่วนเงินสำรองดังกล่าวแล้วกว่า 375 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1.3 หมื่นล้านบาท) เช่นเดียวกับเจพีมอร์แกนที่เพิ่มเงินสำรองกว่า 250 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 8,689 ล้านบาท) ซึ่งผู้บริหารส่วนใหญ่มองว่า การเพิ่มสัดส่วนสำรองดังกล่าวสะท้อนถึงการขยายธุรกิจ มากกว่าช่วงตกต่ำของคุณภาพหนี้







