
กาเนสซ์ คูมาร์ บันกาห์ บิ๊ก’อี-เพย์เมนต์’มาเลย์
ในยุคที่เศรษฐกิจกำลังถูกขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัล และก่อให้เกิดรูปแบบการค้าและบริการมากมายบนโลกออนไลน์
โดย...ทศพล หงษ์ทอง
ในยุคที่เศรษฐกิจกำลังถูกขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัล และก่อให้เกิดรูปแบบการค้าและบริการมากมายบนโลกออนไลน์ ที่ยังมาพร้อมกับคำว่า “อี-เพย์เมนต์” การทำธุรกรรมทางการเงินด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ โดยในสนามอาเซียน อี-เพย์เมนต์ เป็นหนึ่งในตลาดที่แข่งขันกันมากว่าทศวรรษและก่อให้เกิดนักธุรกิจพันล้านหน้าใหม่มากมาย
หนึ่งในนั้น คือ กาเนสซ์ คูมาร์ บันกาห์ ผู้กุมบังเหียนบริษัท MOL Global Inc หนึ่งในธุรกิจด้านอี-เพย์เมนต์ที่ใหญ่สุดในอาเซียน ด้วยมูลค่าของบริษัทที่มากถึง 3.5 หมื่นล้านบาท พร้อมกับเม็ดเงินการชำระในแต่ละปีไม่ต่ำกว่า 1.1 หมื่นล้านบาท ผ่าน 6.8 แสนช่องทางทั้งออฟไลน์และออนไลน์
การเดินทางธุรกิจของชายคนนี้เริ่มขึ้นในปี 2542 ที่ตัวเขาและเพื่อนคิดค้นซอฟต์แวร์เพื่อบริหารการชำระเงินในร้านให้บริการอินเทอร์เน็ตคาเฟ่ ซึ่งเป็นหนึ่งในธุรกิจที่ได้รับความนิยมแพร่หลายจากราคาของคอมพิวเตอร์ในสมัยนั้นที่แพงเกินไป พร้อมเปิดให้ดาวน์โหลดฟรีบนอินเทอร์เน็ตเพื่อดูการตอบรับจากร้านอินเทอร์เน็ตคาเฟ่ทั่วโลก จากนั้นในปีถัดไปพวกเขาสามารถขยายจำนวนร้านอินเทอร์เน็ตคาเฟ่ที่ใช้ซอฟต์แวร์ของเขาได้กว่า 1.5 หมื่นแห่งทั่วโลก
“เกมออนไลน์เป็นปัจจัยแรกๆ ของโลก ที่ก่อให้เกิดการชำระค่าสินค้าและบริการผ่านระบบออนไลน์ทั้งในรูปแบบคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์มือถือ” ซึ่งเป็นไอเดียธุรกิจของกาเนสซ์ในยุคบุกเบิก จากนั้นเขาได้เริ่มขยายการให้บริการชำระบิลและบัตรเติมเกมออนไลน์ผ่านตัวแทนอินเทอร์เน็ตคาเฟ่ทั่วอาเซียนที่ใช้ซอฟต์แวร์ของบริษัท จนขึ้นครองตลาดมาเลเซียได้อย่างไม่ยากเย็น
ขณะที่กาเนสซ์เองก็ไม่รอช้าที่จะขยายตลาดสู่ประเทศเพื่อนบ้านอย่างไทย เวียดนาม และสิงคโปร์ ด้วยมองเห็นโอกาสที่ชี้ว่ากว่า 1 ใน 3 ของคนมาเลเซียและไทยปฏิเสธที่จะใช้บริการธุรกรรมการเงินของธนาคาร ในขณะที่กว่า 2 ใน 3 ของชาวฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และเวียดนาม ไม่มีบัญชีเงินฝากธนาคาร ซึ่งนั่นเป็นคำตอบแห่งความสำเร็จของระบบชำระเงินออนไลน์ผ่านตัวแทนอย่างร้านสะดวกซื้อ รวมถึงการเกิดของสตาร์ทอัพฟินเทคมากมายในภูมิภาคอาเซียน ที่ผลักดันให้ MOL สามารถสร้างมูลค่ารายได้กว่าปีละ 3,500 ล้านบาท ในสิงคโปร์ มาเลเซีย ไทย และอินเดีย
นอกจากนี้ เขายังได้พาธุรกิจ MOL ข้ามโลกเข้าไปขยายการทำตลาดในบราซิลและตุรกี หนึ่งในตลาดเกิดใหม่ที่มีขนาดใหญ่สุดในละตินอเมริกา โดยเฉพาะบราซิล ที่ตลาดอี-คอมเมิร์ซใหญ่เป็นอันดับ 9 ของโลก พร้อมกับมูลค่าการชำระเงินอี-เพย์เมนต์ถึง 9.1 แสนล้านบาทในปีที่แล้ว และยังขยายตัวถึง 85% ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา จากปัจจัยหลักอย่างซอฟต์แวร์ แอพพลิเคชั่น สินค้าดิจิทัลและเกมออนไลน์ ในที่สุด MOL ก็สามารถครองส่วนแบ่งตลาดได้ถึง 25% ในบราซิล ทำให้ MOL ขึ้นแท่นสู่อี-เพย์เมนต์ระดับโลกด้วยการมีเครือข่ายตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์ดิจิทัลกว่า 9.2 แสนแห่งใน 13 ประเทศทั่วโลก
ทั้งนี้ MOL ยังได้ขยายบริการอี-เพย์เมนต์ เพื่อรองรับการขยายตัวของเทรนด์อี-คอมเมิร์ซทั่วโลกผ่านระบบชำระเงินบนมือถือและระบบออนไลน์ ด้วยช่องทางทั้งสามแบบ คือ 1.MOL Points 2.MOL Pay 3.MOLCards จนในที่สุด MOL ก็ขึ้นเป็นกิจการด้านเทคโนโลยี (เทค คอมพานี) จากอาเซียนเป็นรายแรกที่ได้เข้าตลาดหลักทรัพย์แนสแด็ก (NASDAQ) ในสหรัฐอเมริกา
นับเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ของผู้ประกอบการที่เริ่มต้นด้วยมือเปล่า ที่ขยายกิจการไปได้ทั่วโลก







