posttoday
ส่องเทรนด์ธุรกิจฮาลาล เจาะตลาดอินโดนีเซีย

ส่องเทรนด์ธุรกิจฮาลาล เจาะตลาดอินโดนีเซีย

22 กรกฎาคม 2559

อินโดนีเซีย ตลาดมุสลิมขนาดใหญ่สุดในอาเซียน ซึ่งความต้องการนำเข้าอาหารมากกว่า 90%

โดย...ทศพล หงษ์ทอง

อินโดนีเซีย ตลาดมุสลิมขนาดใหญ่สุดในอาเซียน ซึ่งความต้องการนำเข้าอาหารมากกว่า 90% เป็นอาหารฮาลาล ส่งผลให้ตลาดมีความคึกคักจากกำลังซื้อผู้บริโภคที่ขยายตัวตามเศรษฐกิจ โดยกว่า 15% เป็นประชากรที่มีรายได้สูง มักอาศัยอยู่ในเมืองจาการ์ตา เมืองสุราบายา และเมืองเมดาน

ผศ.ดร.ธนะบูลย์ สัจจาอนันตกุล คณบดีคณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวถึงเทรนด์อาหารฮาลาลของอินโดนีเซีย ว่า อินโดนีเซียกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุไม่แตกต่างจากไทย ทำให้กระแสการบริโภคหันมาใส่ใจอาหารเพื่อสุขภาพมากขึ้น โดยอุตสาหกรรมดังกล่าวสามารถสร้างมูลค่าได้มากมายจากความหลากหลายของอาหาร แบ่งตามทั้งลักษณะนิสัยและอายุของประชากร เช่น สารให้ความหวานแทนน้ำตาลและไฟเบอร์จากธรรมชาติ รวมถึงส่วนผสมอาหาร (อินกรีเดียนส์) ที่สกัดจากผักและผลไม้

ทั้งนี้ ชาวอิเหนายังให้ความสำคัญกับส่วนผสมของอาหารด้วยความเชื่อที่ว่ายิ่งมีส่วนผสมน้อยยิ่งปลอดภัย ซึ่งเป็นโอกาสของผลิตภัณฑ์สมุนไพรและธัญพืชของไทย เนื่องจากคนไทยมีความเชี่ยวชาญการผลิตหลากหลายรูปแบบ ซึ่งสอดคล้องกับการก้าวเข้าสู่ยุคไทยแลนด์ 4.0 ที่ผู้ประกอบการต้องพยายามแปรรูปและต่อยอดอาหารให้เข้าสู่ผลิตภัณฑ์รูปแบบใหม่ ที่มีความหลากหลายและสามารถตอบสนองพฤติกรรมผู้บริโภคได้

ผศ.ดร.ชุติมา ไวศรายุทธ์ รองคณบดีคณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า ส่วนผสมอาหารเป็นโอกาสของการเพิ่มมูลค่าอาหารแปรรูปให้เข้าสู่ตลาดบนรองรับประชากรผู้มีรายได้สูงในอินโดนีเซีย เนื่องจากส่วนใหญ่เป็นอาหารฮาลาลโดยธรรมชาติ เช่น นมผง ธัญพืชสกัด ผลไม้ชนิดผงและสมุนไพรบดละเอียด ทำให้ส่วนผสมอาหารอย่างผักและผลไม้จะมีบทบาทมากในการนำไปใช้ในอุตสาหกรรมผลิตอาหารในอินโดนีเซีย จึงเป็นโอกาสที่ดีของไทย ซึ่งมีความพร้อมทั้งเทคโนโลยีและวัตถุดิบพืชสมุนไพรประจำท้องถิ่น ซึ่งวัตถุดิบดังกล่าวหาไม่ได้ในทวีปยุโรป อีกทั้งคุณภาพการผลิตอาหารของอินโดนีเซียยังคงด้อยกว่าไทย

ส่องเทรนด์ธุรกิจฮาลาล เจาะตลาดอินโดนีเซีย

 

ขณะที่เทรนด์การบริโภคอาหารของชาวอินโดนีเซีย จะนิยมอาหารรสชาติค่อนข้างจัด และใช้ส่วนผสมเครื่องเทศหลากหลายชนิดไม่แตกต่างกับอาหารไทยทำให้สามารถตีตลาดได้ไม่ยาก อีกทั้งผู้นำเข้ามักมองว่าผลิตภัณฑ์อาหารไทยโดดเด่นในเรื่องของตราสินค้าและบรรจุภัณฑ์ที่สวยงาม จนได้รับการยอมรับสามารถแข่งขันด้านกับผลิตภัณฑ์อื่นๆ ได้ รวมถึงอาหารประเภทพร้อมรับประทาน (เรดดี้ ทู อีท) กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวถือเป็นการก้าวข้ามผ่านปัญหาด้านการนำเข้าผักและพืชสดที่ไทยมักถูกกีดกันจากอินโดนีเซียเพราะเข้มงวดด้านการตรวจสอบตั้งแต่ขั้นตอนการเพาะปลูก และสารเคมีต้องห้ามไปจนถึงการบรรจุหีบห่อ ส่งผลให้ต้นทุนของผู้ประกอบการสูงขึ้นและใช้เวลาดำเนินการมากกว่าปกติ ทั้งยังบังคับจุดขนถ่ายสินค้าผักและผลไม้สดผ่านท่าเรือเพียง 4 จุด ซึ่งล้วนห่างจากกรุงจาการ์ตานับพันกิโลเมตร ทำให้ผลผลิตของไทยใช้เวลาขนส่งนานจนเสียโอกาสแข่งขันจากปัญหาด้านคุณภาพ

ทั้งนี้ จากเทรนด์การบริโภคที่ประชากรหันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น ทำให้ชาวอินโดนีเซียนิยมอาหารฮาลาลอินทรีย์ “ออร์แกนิก ฮาลาล ฟู้ด” หรืออาหารคลีน (คลีนฟู้ด) ซึ่งการเข้าตลาดสินค้าอาหารฮาลาลอินทรีย์ให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพจะต้องเน้นการเจาะตลาดชาวมุสลิมที่มีรายได้ระดับปานกลางจนถึงรายได้สูง รวมถึงผลไม้ไทยก็ยังครองใจชาวอินโดนีเซียเช่นกัน จนทำให้ผู้ประกอบการต่างเติมคำว่า Bangkok เพื่อใช้เรียกผลไม้ที่มีคุณภาพดีอย่างเช่น “Durian Bangkok” และ “Mango Bangkok”

ผลไม้ไทยยังเป็นผลิตภัณฑ์ฮาลาลตามธรรมชาติในสายตาของชาวอินโดนีเซีย ผู้ประกอบการจึงไม่จำเป็นต้องขอรับรองสัญลักษณ์ฮาลาลให้ยุ่งยาก

ข่าวล่าสุด

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม