
นักวิทย์ชี้โลกร้อนทำข้าวหด
โพสต์ทูเดย์
— ผลวิจัยล่าสุดของสหรัฐระบุว่า อุณหภูมิโลกที่เพิ่มสูงขึ้นทำให้ผลผลิตข้าวในเอเชียลดลงเอพีรายงานอ้างผลการศึกษา ล่าสุดของสถาบันวิทยาศาสตร์แห่งชาติของสหรัฐล่าสุด เมื่อวันที่ 10 ส.ค. ระบุว่า อุณหภูมิของโลกที่เพิ่มสูงขึ้นตลอดช่วงเวลา 25 ปีที่ผ่านมา เนื่องจากปัญหาการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ส่งผลให้ผลผลิตข้าวทั่วทั้งทวีปเอเชียลดลง 10
–20%จาร์รอด เวลช์ หัวหน้าทีมวิจัยระบุว่า แท้ที่จริงแล้วสภาพอากาศที่ร้อนจัดในตอนกลางวันนั้นสามารถช่วยเพิ่มผลผลิตข้าวให้มากขึ้นได้ แต่ทว่าอุณหภูมิที่เพิ่มสูงขึ้นในตอนกลางคืนนั้นกลับส่งผลกระทบในเชิงลบ ในปัจจุบันอุณหภูมิของอากาศในตอนกลางคืนกำลังเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ดังนั้นจึงส่งผลให้ข้าวมีผลผลิตที่ลดลง
“
หากเราไม่สามารถเปลี่ยนแปลงกรรมวิธีการผลิตข้าว หรือพัฒนาข้าวสายพันธุ์ใหม่ที่ทนทานต่ออุณหภูมิที่เพิ่มสูงขึ้นได้ ในอีกไม่กี่ทศวรรษข้างหน้า อุณหภูมิของโลกก็จะเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ และเราอาจจะผลิตข้าวได้ไม่เพียงพอต่อการบริโภคอีกต่อไป” เวลช์ ระบุในงานวิจัยนักวิจัยระบุด้วยว่า ปริมาณผลผลิตข้าวที่ลดน้อยลง หมายถึงประชาชนซึ่งจะต้องตกอยู่ในภาวะยากจน อดอยาก และหิวโหยเพิ่มมากขึ้น
ข้อมูลจากสถาบันวิจัยข้าวนานาชาติ (ไออาร์อาร์ไอ) ระบุว่าในปัจจุบัน ประชากรกว่า 3,000 ล้านคนทั่วโลก บริโภคข้าวเป็นอาหารทุกวัน และกว่า 60% ของคนที่ยากจนที่สุด 1,000 ล้านคนในเอเชียบริโภคข้าวเป็นอาหารหลัก
ทั้งนี้ นักวิทยาศาสตร์ระบุว่า ประเทศต่างๆ จะต้องร่วมมือกันลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงให้ได้ครึ่งหนึ่งภายในปี 2593 เพื่อควบคุมค่าเฉลี่ยอุณหภูมิของโลกไม่ให้สูงเกิน 2 องศาเซลเซียส นับตั้งแต่การปฏิวัติอุตสาหกรรมในศตวรรษที่ 18 หากยังต้องการจะรักษาสมดุลของโลก และทำให้มนุษยโลกพอจะดำรงชีวิตอยู่ในโลกใบนี้ได้อย่างไม่ลำบาก







