posttoday

กรมเจรจาการค้าลุยชายแดนใต้ ดัน‘ฮาลาล’สู่ตลาดโลก

17 มิถุนายน 2559

แม้จะยังอยู่ในวังวนความรุนแรงจากสถานการณ์ความไม่สงบ แต่พื้นที่ชายแดนภาคใต้ยังเดินหน้าพัฒนาเศรษฐกิจชายแดนไทย-มาเลเซีย

โดย...ทีมข่าวภูมิภาคโพสต์ทูเดย์

แม้จะยังอยู่ในวังวนความรุนแรงจากสถานการณ์ความไม่สงบ แต่พื้นที่ชายแดนภาคใต้ยังเดินหน้าพัฒนาเศรษฐกิจชายแดนไทย-มาเลเซีย ในฐานะประตูการค้าของภาคใต้ โครงการสำคัญ อาทิ เขตเศรษฐกิจพิเศษนราธิวาส และเมืองยาง หรือ Rubber City ที่ จ.สงขลา ก็กำลังก่อรูป

ล่าสุด กรมการค้าระหว่างประเทศ ร่วมกับศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ได้จัดสัมมนาเรื่อง “รู้เขา รู้เรา อยู่ได้ในยุทธจักรการค้าเสรี” ที่ จ.ยะลา เพื่อพัฒนาพื้นที่ชายแดนภาคใต้เตรียมพร้อมเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนเต็มรูปแบบในปี 2568 หรือ ค.ศ. 2025

วัฒนพงศ์ ภูมิถาวร ผู้อำนวยการส่วนประสานงานเครือข่ายและพัฒนาความพร้อมทางการค้า กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า จังหวัดชายแดนภาคใต้มีศักยภาพและความได้เปรียบจากการเป็นพื้นที่ชายแดนติดต่อกับมาเลเซีย ซึ่งเป็นประเทศสมาชิกอาเซียน ชายแดนภาคใต้สามารถพัฒนาเศรษฐกิจร่วมกับมาเลเซียได้ และรัฐบาลได้บรรจุสถานการณ์จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นวาระแห่งชาติที่รัฐบาลให้ความสำคัญ และสนับสนุนกิจกรรมทุกรูปแบบให้เข้าไปดำเนินการ

“กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ จึงได้บูรณาการทำงานกับ ศอ.บต. และสำนักงานพาณิชย์จังหวัด จัดสัมมนาฯ นำความรู้ใหม่เกี่ยวกับระบบการค้าระหว่างประเทศ รวมทั้งแผนงานและโครงการของกรมฯ ที่จะดำเนินการใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ มาสร้างความรู้ ความเข้าใจ ให้กับกลุ่มเป้าหมาย เพื่อเตรียมพร้อมกับการเปิดเสรีทางการค้า และการใช้ประโยชน์จากแผนงาน AEC 2025 ต่อไป”

เกษมสันต์ วีระกุล ทีมเศรษฐกิจพรรคชาติไทยพัฒนา วิทยากรผู้บรรยาย กล่าวว่า 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีจุดแข็งที่ประชากรส่วนใหญ่เป็นมุสลิม เชื่อมโยงกับมุสลิมทั่วโลกอีกกว่า 2,000 ล้านคนได้ เป็นโอกาสของสินค้าฮาลาลทั้งหลาย อีกทั้งแหล่งสถานที่ให้บริการ หากมีการพัฒนายกระดับคุณภาพก็จะเป็นการดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเหล่านั้นเลือกที่จะเดินทางเข้ามาในพื้นที่ เรื่องอาหาร
ฮาลาลก็ถือเป็นสิ่งสำคัญ หากในพื้นที่มีการพัฒนาไปสู่ตลาดโลกได้

“สถานการณ์ความรุนแรงในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น ก็รับทราบอยู่เป็นระยะ แต่เมื่อลงมาสัมผัสด้วยตัวเอง ได้ไปเดินตลาด ไปดูวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนในพื้นที่ ก็พบว่ามีบรรยากาศที่อบอุ่น ผู้คนน่ารัก สิ่งที่เคยกลัวหรือคิดไปเองแทบจะไม่มีเลย และเชื่อว่าหากประชาชนในพื้นที่เห็นความสำคัญของความสงบสุข และร่วมมือกับภาครัฐในการแก้ไขปัญหาอย่างเต็มที่ เชื่อว่าไม่นานปัญหาร้ายๆ ก็คงจะหมดไป”

ข่าวล่าสุด

จีนร่างกฎคุมเข้ม “มนุษย์ดิจิทัล” เพื่อคุ้มครองเด็กและความมั่นคง