posttoday
นานาชาติกังวลไทยมีปัญหาเรื่องสิทธิมนุษยชน

นานาชาติกังวลไทยมีปัญหาเรื่องสิทธิมนุษยชน

11 พฤษภาคม 2559

หลายประเทศกังวลปัญหาสิทธิมนุษยชน-เสรีภาพในไทย ภาคประชาสังคม เรียกร้อง ให้รัฐบาลปฏิบัติตามข้อเสนอการยกระดับสิทธิมนุษยชนกลับสู่ประชาธิปไตย

หลายประเทศกังวลปัญหาสิทธิมนุษยชน-เสรีภาพในไทย ภาคประชาสังคม เรียกร้อง ให้รัฐบาลปฏิบัติตามข้อเสนอการยกระดับสิทธิมนุษยชนกลับสู่ประชาธิปไตย

เมื่อวันที่ 11 พ.ค.  องค์กรภาคประชาสังคมไทยและต่างประเทศร่วมกันจัดงานถ่ายทอดสดการรายงานกระบวนการทบทวนสิทธิมนุษยชน Make Human Rights a Reality for All : สิทธิมนุษยชนไทยในสายตาโลก หรือ Universal Periodic Review (UPR) ครั้งที่ 2 ของประเทศไทยส่งตรงจากนครเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส ซึ่งเป็นกลไกภายใต้คณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งประชาชาติโดยประเทศสมาชิกองค์การสหประชาชาติ 105 ประเทศจากทั้งหมด 193 ประเทศ โดยแต่ละประเทศได้ตั้งคำถามและมีข้อเสนอแนะต่อสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทยเช่นเสรีภาพในการแสดงออก เสรีภาพในการชุมนุม กลุ่มการพิจารณาคดีพลเรือนในศาลทหาร เป็นต้น

ทั้งนี้มีตัวแทนจากประเทศไทยนำโดย นายชาญเชาว์ ไชยานุกิจ ปลัดกระทรวงยุติธรรม  ได้กล่าวแนะนำการรายงานทบทวนสถานการณ์สิทธิมนุษยชนของรัฐบาลไทย ต่อที่ประชุมคณะทำงานของคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ระบุว่า ในช่วง 4 ปีครึ่งที่ผ่านมา ไทย ได้แก้ไขปัญหาสิทธิมนุษยชนหลายด้าน เช่น ด้านแรงงาน การปฏิรูปกฎหมายยาเสพติด และการค้ามนุษย์ โดยการบังคับใช้กฎหมายของไทย ยังเป็นไปด้วยหลักนิติธรรม เคารพสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพการแสดงออกมาโดยตลอด โดยได้บรรจุหลักประกันสิทธิมนุษยชนไว้ในร่างรัฐธรรมนูญที่จะมีการออกเสียงประชามติในเดือนสิงหาคมนี้ ซึ่งจัดทำขึ้นโดยเปิดรับฟังความเห็นจากประชาชนทั่วประเทศ ทั้งนี้ ยังได้แก้ไขกฎหมาย และเข้าร่วมสัตยาบันและข้อความร่วมมือระหว่างประเทศในหลายประเด็น

ส่วนการจำกัดการแสดงออกทางการเมืองของไทยนั้น เป็นไปเพื่อความมั่งคงของชาติ และป้องกันการแตกแยกในสังคม ซึ่งคนส่วนใหญ่ในสังคมไม่ได้รับผลกระทบแต่อย่างใด ยืนยันว่าไทยยังคงยึดมั่นในหลักประชาธิปไตย

ทั้งนี้ ประเทศสมาชิกจำนวน 105 ประเทศ ได้ขอแสดงความเห็น ตั้งคำถาม และมอบข้อเสนอแนะให้ไทย เช่น

ประเทศอียิปต์ ขอให้รัฐธรรมนูญใหม่ของไทย เป็นไปตามมาตรฐานสิทธิมนุษยชนสากล เร่งแก้ไขปัญหาโสเภณีเด็ก และสื่อลามกอนาจาร

ประเทศฟินแลนด์ แสดงข้อกังวลต่อเสรีภาพการแสดงออกและเสรีภาพของสื่อมวลชน  

ประเทศเยอรมนี เสนอให้ ยกเลิกการนำพลเมืองขึ้นศาลทหาร และทบทวนขั้นตอนการบังคับใช้กฎหมายอาญามาตรา 112 

ประเทศนอร์เวย์ ขอให้เปิดกว้างการแสดงออกทางการเมือง ขอให้ไทยกำหนดวันที่แน่นอนในการให้ตัวแทนของต่างชาติเข้าไปสังเกตการณ์สถานการณ์ภายในประเทศด้วย

ประเทศโปรตุเกส กังวลที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ไม่ผ่านมาตรฐานสากล

ประเทศเกาหลีใต้ แนะนำให้ในช่วงวางรากฐานประชาธิปไตยนี้ ควรเปิดให้มีการวิพากษ์วิจารณ์อย่างเปิดกว้างต่อร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อให้มีการเลือกตั้งที่โปร่งใสและเป็นที่ยอมรับได้ในปีหน้า

ประเทศสเปน แสดงความกังวลต่อกฎหมายที่จำกัดการแสดงออก เช่นกฎหมายอาญามาตรา 112 และ พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ รวมถึงขอให้ยกเลิกการใช้โทษประหาร

นานาชาติกังวลไทยมีปัญหาเรื่องสิทธิมนุษยชน

น.ส.ศิริกาญจน์ เจริญศิริ ทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน กล่าวว่า รัฐบาลไทยเคยไปลงนามความร่วมมือในหลายประเด็น  แต่ในระดับปฏิบัติมีปัญหา ยังไม่มีกฎหมายภายใน ซึ่งการละเมิดสิทธิมนุษยชนมีการติดขัด เช่น การต่อต้านการซ้อมทรมาน แม้จะมีการเสนอ พ.ร.บ. แต่ต้องใช้เวลา และการพัฒนาต้องนำข้อเท็จจริงจากภาคประชาสังคมเข้ามาด้วย  ซึ่งที่ผ่านมาการพัฒนากฎหมายคุ้มครองผู้ต้องขังมีความพยายามยกระดับ แต่ภายหลังรัฐประหารมีการให้อำนาจเจ้าหน้าที่ทหารเต็มที่ในกระบวนการยุติธรรม ซึ่งเป็นคำถามหลายประเทศมีความกังวลถึงสิทธิผู้ต้องขัง หรือผู้ถูกควบคุมตัวว่าเข้าถึงทนายความหรืญาติได้หรือไม่

นายสุณัย ผาสุก ที่ปรึกษาองค์กรฮิวแมนไรท์วอช กล่าวว่า รัฐบาลควรให้ความสำคัญกับการปกป้องนักสิทธิมนุษยชน เพราะที่ผ่านมามีนักปกป้องสิทธิเสียชีวิตกว่า 30 คน มีการคุกคามทำร้ายร่างกาย บังคับสูญหาย นอกจากนี้คำสัญญาของรัฐบาลไทยที่ให้กับทางUPR ในวันนี้เป็นคำสัญญาว่างเปล่า สาระสำคัญ ไม่สะท้อนให้เห็นถึงข้อกำหนดของสิทธิเสรีภาพที่จำเป็นในการกลับสู่ระบอบประชาธิปไตย โดยข้อสังเกตของ UPR มองประเทศไทยว่าเป็นประเทศรัฐทหาร  และระบบยุติธรรมก็ต้องเปลี่ยนจากทหารที่ไม่สอดคล้องกับกติการะหว่างประเทศ

ขณะเดียวกันการทำประชามติมีลักษณะปิดปาก พร้อมตั้งคำถามว่า กระบวนการทำประชามติทำไมถึงมีข้อจำกัดมาก ไม่แสดงออกได้อย่างเสรี และทำไมคสช. ถึงสามารถระดมสรรพกําลังอยู่ในทุกพื้นที่ ทั้งนี้ UPR ยังบอกอีกว่าการที่ไทยมีข้ออ้างในการรักษาความสงบเรียบร้อยจึงต้องจำกัดสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานในการแสดงออกเพื่อให้เกิดการดำเนินคดีอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพนั้น  ในทางปฏิบัติข้อเท็จจริงพื้นที่ที่มีสถานการณ์รุนแรงมาก อย่างเช่น ชายแดนภาคใต้นั้นกลับขึ้นศาลพลเรือน แต่ในพื้นที่อื่นที่ไม่มีสถานการณ์รุนแรงถึงใช้ศาลทหาร

น.ส.ปริญญา บุญฤทธิ์ฤทัยกุล กล่าวถึง “ผู้ลี้ภัยและผู้แสวงหาที่พักพิง” ว่า ข้อเสนอแนะจากประเทศต่างๆคือประเทศไทยไม่มีกรอบกฎหมายและนโยบายในจัดการกลุ่มผู้ลี้ภัยและการผลักดันส่งกลับ  เพราะสิ่งที่ไทยใช้มีเพียงพ.ร.บ.คนเข้าเมือง อย่างเดียว โดยกลุ่มผู้ลี้ภัยจะแบ่งเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มพม่า กลุ่มโรฮีนจา อุยกูร์ และ ผู้ลี้ภัยที่อยู่ในเมืองและปริมณฑล มาจาก 50 ประเทศ เพราะฉะนั้นการใช้พ.ร.บ.คนเข้าเมือง กลุ่มคนเหล่านี้จะผิดกฎหมาย จึงอยากให้รัฐบาลไทยสร้างกรอบกฎหมาย เพื่อปกป้องคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานผู้ลี้ภัย และใช้มาตรการอื่นทดแทนการคุมขัง

น.ส.ณัฐพร อาจหาญ  ทนายจากศูนย์กฎหมายสิทธิมนุษยชนเพื่อสังคม กล่าวถึงการจัดการทรัพยากรและสิทธิที่ดิน ว่า ปัญหามีมานาน มีการผลักดันแนวทางแก้ปัญหาที่ดินระหว่างรัฐกับประชาคม แต่กลไกถูกตัดตอน โดยใช้มาตรา 44 ให้กระบวนการเลวร้ายไปไกล การมีส่วนร่วมในการตัดสินใจถูกลด ไม่รับฟังความคิดเห็น  ทำให้เกิดการใช้กลไกอำนาจนำตัวแกนนำหรือนักปกป้องสิทธิ

ข่าวล่าสุด

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม