
นานาชาติเตรียมถามไทยปมคำสั่งคสช.-เสรีภาพการชุมนุม
นานาชาติเตรียมถามไทยในการทบทวนสถานการณ์สิทธิมนุษยชนที่เจนีวา ส่วนใหญ่เน้นประเด็นการใช้อำนาจตามคำสั่งคสช.-เสรีภาพในการชุมนุม แสดงความคิดเห็น
นานาชาติเตรียมถามไทยในการทบทวนสถานการณ์สิทธิมนุษยชนที่เจนีวา ส่วนใหญ่เน้นประเด็นการใช้อำนาจตามคำสั่งคสช.-เสรีภาพในการชุมนุม แสดงความคิดเห็น
สำนักข่าวบีบีซีประเทศไทยได้รายงานประเด็นคำถามของนานาชาติที่เตรียมถามคณะผู้แทนไทยระหว่างกระบวนการทบทวนสถานการณ์สิทธิมนุษยชนหรือ Universal Periodic Review (UPR) ครั้งที่ 2 ของไทยในที่ประชุมนานาชาติที่เจนีวา สวิสเซอร์แลนด์ในเวลา 14.00 น.
บีบีซีระบุว่า คำถามในเรื่องการใช้อำนาจศาลทหารและการจำกัดเสรีภาพที่มีเนื้อหาหลักๆส่วนหนึ่งมาจากเนเธอร์แลนด์ที่สอบถามว่า นับตั้งแต่ที่มีการทำรัฐประหารหนล่าสุด ได้มีการนำพลเรือนขึ้นศาลทหารแล้วกี่คน มีผู้ที่ถูกจับกุม ตั้งข้อหาและถูกตัดสินลงโทษว่าด้วยเรื่องหมิ่นตามมาตรา 112 ไปแล้วกี่คน มีการเรียกประชาชนไปปรับทัศนคติ หรือที่ทหารไปเยี่ยมบ้านมาแล้วกี่ราย
นอกจากนี้ยังถามเรื่องเสรีภาพในการแสดงออก ว่ารัฐบาลจะมีมาตรการอย่างไรให้มีหลักประกันว่า ทั้งผู้สนับสนุนและคัดค้านร่างรัฐธรรมนูญสามารถแสดงความเห็นในที่สาธารณะได้โดยไม่ต้องกลัวว่าจะถูกลงโทษ หรือมีมาตรการอย่างไรในอันที่จะให้สังคมได้ถกกันในเรื่องนี้อย่างเปิดเผยในที่สาธารณะก่อนที่จะมีการลงประชามติ
ด้านเบลเยียมถามว่าทางการไทยมีแผนจะพิจารณายกเลิกคำสั่งคสช.ที่ให้พิจารณาคดีพลเรือนในศาลทหารหรือไม่เพื่อที่จะให้มีการเคารพสิทธิประชาชนในการได้รับการพิจารณาคดีอย่างเป็นธรรมตามข้อตกลงที่ไทยมีภาระผูกพันกับสากลตามกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง
สวีเดนถามว่า รัฐบาลไทยมีแผนอย่างไรที่จะรับมือกับข้อวิตกกังวลเรื่องที่มีการใช้กฎหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกฎหมายคอมพิวเตอร์เป็นเครื่องมือในการจำกัดเสรีภาพในการแสดงออก ซึ่งเป็นคำถามคล้ายกันกับอังกฤษที่ถามว่า เหตุใดไทยจึงใช้กฎหมายคอมพิวเตอร์แทนที่จะใช้กฎหมายหมิ่นในการจัดการกับผู้ที่เห็นว่ากระทำผิดในเรื่องของการหมิ่นประมาท และผู้เกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรมแสดงให้เห็นอย่างไรว่าได้มีการใช้กฎหมายนี้อย่างระมัดระวังในคดีหมิ่น
อังกฤษถามด้วยว่า รัฐบาลไทยมีแผนอย่างไรในอันที่จะยกเลิกการนำตัวพลเรือนขึ้นศาลทหาร หรือคุมขังในสถานที่ของทหาร และย้ายคดีไปพิจารณาคดีในศาลปกติ รวมทั้งมีแผนที่จะแก้ไขปรับปรุงกฎอัยการศึกและกฎหมายว่าด้วยศาลทหารเพื่อป้องกันไม่ให้มีการนำพลเรือนขึ้นพิจารณาคดีในศาลทหารอย่างไร
นอกจากนี้ยังถามด้วยว่าสถานที่คุมขังในค่ายทหารนั้นสอดคล้องกับกฎหมายที่ไทยมีอยู่ในเรื่องของการกำหนดสถานที่ควบคุมตัว รวมทั้งเปิดให้มีการเข้าตรวจสอบสถานที่เหล่านี้อย่างอิสระได้หรือไม่
ขณะที่ สหรัฐฯเรียกร้องรัฐบาลไทยให้ยกเลิกการจำกัดเสรีภาพของพลเมือง โดยขอให้มีกระบวนการทางการเมืองที่เปิดกว้างให้ประชาชนทุกฝ่ายได้มีสิทธิในการแสดงความคิดเห็น และมีคำถามว่า ไทยจะดำเนินการอย่างไรในอันที่จะให้มีการเคารพต่อสิทธิในอันที่จะชุมนุมอย่างสงบรวมทั้งเรื่องของการใช้เสรีภาพในการแสดงความเห็นก่อนที่จะมีการลงประชามติในรัฐธรรมนูญ โดยสหรัฐฯยังแสดงความวิตกเรื่องการจำกัดการใช้เสรีภาพในการชุมนุมอย่างสงบ
ออสเตรเลียมีคำถามว่าไทยมีมาตรการอย่างไรในอันที่จะสร้างความมั่นใจว่า การดำเนินคดีภายใต้กฎหมายอาญามาตรา 112 จะสอดคล้องกับภาระผูกพันที่ไทยให้ไว้กับนานาชาติในเรื่องสิทธิมนุษยชน และถามว่าทางการไทยเคยพิจารณาหรือไม่ในอันที่จะให้มีมาตรการหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินคดีตามมาตรา 112 มีกระบวนการในอันที่จะกลั่นกรองเพื่อให้แน่ใจว่าเสรีภาพในการแสดงออกขั้นพื้นฐานได้รับการยอมรับและปฎิบัติตาม
ส่วนสวิตเซอร์แลนด์ถามว่า การ ปรับทัศนคติ ที่ทางการไทยทำมีความหมายอย่างไร และการเรียกคนปรับทัศนคติดังกล่าวจะสอดคล้องกับพันธะที่ไทยมีตามอนุสัญญาระหว่างประเทศในเรื่องสิทธิทางการเมืองและสิทธิพลเมืองอย่างไร ด้านเสปนมีคำถามเรื่องคำสั่งคสช.ที่ 13/2559 มาตรการป้องปรามให้อำนาจเจ้าหน้าที่ในอันที่จะจับกุมได้โดยที่ไม่ต้องผ่านกระบวนการ และเจ้าหน้าที่ยังไม่ต้องรับผิดหากดำเนินการตามคำสั่งดังกล่าว คำถามก็คือประเทศไทยจะป้องกันและลงโทษในกรณีที่เจ้าหน้าที่ดำเนินการตามอำเภอใจอย่างไร
นอกจากนี้ มีบางประเทศที่ถามเจาะจงในเรื่องปัญหาในสามจังหวัดภาคใต้ เช่นนอร์เวย์ถามว่า รัฐบาลจะมีมาตรการอย่างไรในอันที่จะยุติปัญหาการละเมิดสิทธิตามที่มีรายงานกันในสามจังหวัดภาคใต้ของไทย โดยเฉพาะตามที่เป็นข่าวว่ามีการซ้อมทรมาน การจำกัดเสรีภาพในการแสดงออกและการที่ไม่มีการสืบสวนสอบสวนในเรื่องการบังคับให้สูญหาย อังกฤษก็ถามเช่นกันว่าไทยมีแผนอย่างไรในอันที่จะสอบสวนในเรื่องของการซ้อมทรมานในจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่กองกำลังของรัฐบาลถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ลงมือ และถ้าข้อกล่าวหานั้นมีน้ำหนัก จะดำเนินคดีผู้ลงมือหรือไม่







